
3 ค่ายมือถือ ไม่เห็นด้วย “ทีโอที-แคท” ร่วมวงประมูล 5 จี ขณะที่ “พุทธิพงษ์” ท้า 3 ค่ายมือถือนำ 5 จี มาให้บริการสาธารณสุข ฟรี พร้อมสั่ง “ทีโอที-แคท” ถอนตัวจะไม่ร่วมประมูลได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ อย่ากีดกัน ถ้าวันนี้มีม.44 จะเสนอขอแบ่งคลื่นเอง
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กรณีที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือไม่เห็นด้วยกับนโยบายให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคทเทเลคอม เข้าร่วมประมูล 5 จี ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะจัดประมูลในวันที่ 16 ก.พ.63 นั้น ขอให้ 3 ค่ายมือถือสบายใจได้ เพราะทีโอทีและแคทไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันเพื่อทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ร่วมเพื่อนำคลื่นมาให้บริการ 5 จี ในเชิงภาคสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องได้รับบริการอย่างทั่วถึงเท่าเทียม
“หาก 3 ค่ายมือถือ สามารถนำ 5 จีมาให้บริการฟรีสำหรับระบบการรักษาทางไกลและการให้บริการสังคม โดยเฉพาะให้คนไทยที่มีรายได้น้อยได้ใช้ฟรี ผมพร้อมสั่งให้ทีโอทีและแคทถอนตัวไม่เข้าร่วม แต่เมื่อทำไม่ได้ผมก็ต้องสนับสนุนให้ทีโอทีและแคทเข้าร่วมประมูล เพราะรัฐบาลต้องดูแลประชาชนทุกคนให้ได้รับสิทธิ์บริการเท่าเทียม หากวันนี้มีมาตรา 44 ผมจะเป็นคนเสนอนายกรัฐมนตรีเอง เพื่อขอแบ่งคลื่นความถี่ มาให้บริการภาคสังคม เพราะไม่มีหน่วยงานใด กล้าที่จะลงทุนให้บริการภาคสังคมในพื้นที่ห่างไกล เพราะไม่มีกำไร ไม่คุ้มทุน เพราะฉะนั้นหน่วยงานรัฐ ต้องเป็นผู้ลงทุน เพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีโอกาส ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการ”
ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่า การให้รัฐทำธุรกิจแข่งขันกับเอกชนนั้นขัดรัฐธรรมนูญปี 2560 นั้น นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า การให้แคทและทีโอที เข้าร่วมประมูล 5 จีนั้น มีเหตุผลเพียงพอที่จะชี้แจงได้ว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการให้บริการเพื่อสังคม ดังนั้น ผมรับผิดชอบเองและยืนยันว่าทำได้ ยกตัวอย่างรัฐบาลเยอรมันได้กันคลื่น 5 จี ไว้ 30% เพื่อให้รัฐนำไปบริการภาคสังคม และ 70% ให้เอกชนนำไปทำธุรกิจ ขณะที่ประเทศไทยต้องเข้าร่วมประมูลเท่านั้น กระทรวงดีอีเอสก็ต้องให้หน่วยงานของรัฐไปร่วมประมูล เพื่อนำคลื่น 5 จี มาให้บริการภาคสังคม
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยที่จะให้แคทและทีโอทีเข้าร่วมประมูล เนื่องจากปริมาณคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ มีจำนวนเพียง 190 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น หวั่นเกรงว่าจะมีการเคาะราคาแข่งขันกันมากเกินไป จนราคาคลื่นแพงเกินไป
นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กรเอไอเอส กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพิสูจน์ได้ว่าทีโอทีและแคทไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ สุดท้ายก็นำคลื่นไปให้เอกชนอีกทอดหนึ่ง ขณะที่ปริมาณคลื่นก็มีอย่างจำกัด
นางอเล็กซานดรา ไรซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ ดีแทค กล่าวว่า ภาครัฐไม่ควรมาแข่งกันกับเอกชน เพราะจะเกิดความไม่เท่าเทียมกัน และการให้บริการมือถือนั้น ไม่ได้มีเฉพาะคลื่นความถี่เพียงอย่างเดียวและคลื่นเดียว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก ซึ่งเกรงว่าทั้งแคทและทีโอทีไม่ได้มีความพร้อมที่จะรองรับการแข่งขัน และเงินที่นำมาประมูลนั้น คือเงินภาครัฐ และยังต้องจ่ายให้ภาครัฐ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า การประมูล 5 จี ที่จะเกิดขึ้นจะมีคลื่นความถี่ที่นำมาประมูลเพียง 3 คลื่น คือ 1800 เมกะเฮิรตซ์ 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิ๊กกะเฮิรตซ์ รวม 49 ใบอนุญาต จาก 53 ใบอนุญาต คาดหวังว่าจะมีการประมูลทั้งสิ้น 23 ใบอนุญาต ได้เงินเข้ารัฐ 35,378 ล้านบาท และหากทีโอที และแคทจะเข้าประมูลด้วย ห้ามเข้าประมูลคลื่นเดียวกัน.