
นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการภาคการผลิตในประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย จนทำให้บางบริษัทต้องปิดกิจการลง จึงทำให้มีคนตกงาน ดังนั้น กระทรวงการคลังได้สั่งการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และกระทรวงอุตสาหกรรม ไปออกแบบมาตรการที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการให้เร็วที่สุด
ส่วนข้อเรียกร้องของสายการบินราคาประหยัด (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ที่ขอให้กรมสรรพสามิตลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันไอพ่น จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.726 บาทต่อลิตร เนื่องจากธุรกิจการบินขาดทุน และหากไม่มีการปรับลดภาษีน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนของสายการบินราว 30-35% อาจทำให้ปีหน้าสายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ บางรายต้องหยุดบินนั้น ได้สั่งให้กรมสรรพสามิตไปพิจารณาถึงความเหมาะสมตามข้อเรียกร้องแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้
ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ปัจจุบันภาษีน้ำมันเครื่องบินมีอัตราที่ต่ำกว่าภาษีสรรพสามิตของรถยนต์มากถึง 3-4 เท่าตัวอยู่แล้ว เนื่องจากภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินเสียภาษีเฉพาะภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) 7% เท่านั้น ส่วนภาษีน้ำมันรถยนต์ นอกจากเสียภาษีข้างต้นแล้ว ยังต้องเสียภาษีให้กองทุนอนุรักษ์พลังงาน และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และภาษีมหาดไทยอีกด้วย ดังนั้น การขอให้ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินของสายการบินแล้ว ก็จะต้องเข้าไปดูว่า สายการบินจะปรับลดราคาตั๋วเครื่องบินลงด้วยหรือไม่ รวมทั้งจะต้องพิจารณาถึงความเหลื่อมล้ำของระบบขนส่งภายในประเทศด้วย เนื่องจากไม่สามารถลดภาษีได้เฉพาะกลุ่ม หากจะปรับลดภาษีก็ต้องลดทุกระบบการขนส่งในประเทศไทย.