เปิดมุมมอง HSBC เม็ดเงินพลังงานสะอาด 2.3 ล้านล้านฯ ไทยจะดึงต่างชาติมาลงทุนได้ยังไง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดมุมมอง HSBC เม็ดเงินพลังงานสะอาด 2.3 ล้านล้านฯ ไทยจะดึงต่างชาติมาลงทุนได้ยังไง

Date Time: 17 มิ.ย. 2569 10:00 น.

Video

ถ้ารู้ตัวช้า เงินน้อย แถมยังมีหนี้ วัยเกษียณเราจะรอดไหม? กับ ฟ้า ญาดา x ลูกหมู นฤมล I Money Issue EP.63

Summary

ไทยเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานจากการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของเอเชีย

  • ทั่วโลกมีการลงทุนด้านพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2005 เป็น 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025
  • ไทยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเป็น 51% ภายในปี 2037 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนเพียง 5.7%
  • ปัจจัยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในไทย ได้แก่ ต้นทุนเทคโนโลยีที่ถูกลงและความต้องการพลังงานสะอาดของกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า
  • อุตสาหกรรมหนัก เช่น ปูนซีเมนต์และเคมีภัณฑ์ ยังคงเผชิญความท้าทายสูงในการเปลี่ยนผ่านและต้องการการสนับสนุนด้านนโยบายและกลไกทางการเงินจากภาครัฐ

แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางใกล้จะจบลง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน เพราะกว่า 80-90% ของน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวในเอเชียต้องผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งประเทศไทยก็เจอปัญหานี้เช่นกันและถือเป็นครั้งที่ 3 ที่เราต้องเจอกับความเสี่ยงวิกฤตพลังงาน ดังนั้นเพื่อก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ไทยถึงเวลาต้องเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดให้เร็วยิ่งขึ้น

พลังงานสะอาดเป็นเทรนด์โลก แต่เม็ดเงินอยู่ที่ไหน?

จัสติน วู ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียนกลายเป็นกระแสหลักที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะสอดคล้องกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไปจนถึงความมั่นคงทางพลังงาน ทำให้หลายประเทศเลยตั้งเป้าการเป็น Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จากเทรนด์นี้ทำให้เกิดเม็ดเงินไหลเวียนมหาศาล

ในปี 2025 พบว่าการลงทุนด้านพลังงานสะอาดทั่วโลกอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2005 ที่อยู่ราว 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่กว่า 80% ยังคงกระจุกตัวอยู่ในจีน สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ แต่เชื่อว่าในระยะต่อไปเงินลงทุนเหล่านี้จะไหลเข้าสู่เอเชีย อาเซียน รวมถึงไทยมากขึ้น เพราะยังมีโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง 

ไทยเร่งพัฒนาด้านพลังงานสะอาด จะเริ่มจากตรงไหน?

ประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2037 จะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดไว้ที่ 51% จากปัจจุบันที่อยู่ราว 5.7% ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งมี 3 ปัจจัยสนับสนุนหลักให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมายนี้ คือ

  • ต้นทุนพลังงานสะอาดที่ถูกลง โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ที่ค่าอุปกรณ์ถูกลงอย่างเห็นได้ชัด และใช้งานได้ยาวนานกว่า 20 ปี คุ้มค่าต่อการลงทุนทั้งโปรเจกต์ขนาดเล็กและใหญ่
  • ภาคธุรกิจต้องการเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแห่งอนาคต เช่น ดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือฐานการผลิต EV ต่างมองถึงเงื่อนไขคือ การมีแหล่งพลังงานสะอาดที่มั่นคงเพื่อรองรับกับการขยายธุรกิจ
  • ต่างชาติพร้อมลงทุนพลังงานสะอาดในไทย ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติ สนใจเข้ามาลงทุนเพื่อสร้าง Facilityในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งความร่วมมือด้านเทคโนโลยี รวมถึง Value Chain จากจีนที่พร้อมเข้ามาลงทุนพัฒนาธุรกิจเหล่านี้ในไทย ตัวอย่างเช่น บริษัทด้านรถไฟฟ้า (EV) มีความร่วมมือกับดีลเลอร์ในไทย, พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) เป็นต้น

ในด้านความมั่นคงทางพลังงาน ประเทศไทยเจอกับปัญหานี้มาถึง 3 ครั้งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงโควิด-19, สงครามรัสเซีย-ยูเครน จนถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งล่าสุด ถือเป็นจุดที่ทำให้หลายธุรกิจหันมาวางแผนเพื่อพัฒนาด้านพลังงานสะอาดมากขึ้น

ช่วงที่ผ่านมาทาง เอชเอสบีซี ได้รีวิวแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของลูกค้ากว่า 2,000 แผน ทำให้เข้าใจถึงความท้าทายและโอกาสของแต่ละอุตสาหกรรม โดยในประเทศไทยพบว่า องค์กรท้องถิ่นขนาดใหญ่ด้านพลังงาน เช่น Bgrim, PTT, Banpu, Gulf ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการสนับสนุนด้านเงินทุนทั้งเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ให้เติบโต และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้รอบด้าน

ในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดมองว่า กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตหนัก เช่น ปูนซีเมนต์, เคมีภัณฑ์ ยังต้องเจอความท้าทายสูง เพราะเทคโนโลยียังมีข้อจำกัดทำให้การเปลี่ยนผ่านทำได้ช้า อุตสาหกรรมกลุ่มนี้จำเป็นต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง รวมถึงโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่น เพื่อประคองให้รอดพ้นในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่าน 

เมื่อการเปลี่ยนผ่านของแต่ละบริษัทต้องทำในรูปแบบที่ต่างกัน เอชเอสบีซี เลยมีโซลูชันที่หลากหลาย เช่น การให้สินเชื่อ, เชื่อมโยงการลงทุน, การบริหารสภาพคล่อง, บริหารจัดการด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX), การหาพันธมิตร และ Supply Chain เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนไทยที่ต้องการขยายธุรกิจ รวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการมาลงทุนไทยสามารถขยายธุรกิจได้ง่ายขึ้น



ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ