"ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ " ได้มีโอกาสทดสอบ LEXUS ES 350e Premium ซีดานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือน ส.ค. 69 ที่ผ่านมา 

หากพูดถึงรถยนต์ตระกูล LEXUS ES หลายคนคงนึกถึงซีดานหรูที่โดดเด่นด้านความนุ่มนวล เงียบ และนั่งสบาย แต่หลังจากได้ทดลองขับ LEXUS ES 350e Premium รุ่นใหม่ ต้องยอมรับว่ารถคันนี้มีบุคลิกสปอร์ตกว่าที่คาดเอาไว้มาก


สำหรับฟีลลิ่งการขับขี่ LEXUS ES 350e Premium นั้นให้ความกระชับ ควบคุมง่าย และตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ยังรักษาความสบายในแบบฉบับของ LEXUS เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน สอดคล้องกับปรัชญางานวิศวกรรม "LEXUS DRIVING SIGNATURE" ที่ต้องการให้ผู้ขับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ

บุคลิกโดยรวมของ ES 350e Premium รุ่นนี้ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้รถยุโรปมากขึ้น ทั้งน้ำหนักพวงมาลัย การควบคุมตัวถัง และความมั่นคงในความเร็วสูง แต่ยังคงมีความประณีตและนุ่มนวลตามแบบฉบับของแบรนด์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียม


Active Sound Control เติมอารมณ์ในโหมด SPORT

อีกหนึ่งลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มความสนุก คือระบบ Active Sound Control ซึ่งจะสร้างเสียงจำลองขึ้นมาเมื่อเลือกใช้โหมด SPORT ทำให้ผู้ขับรู้สึกเชื่อมโยงกับการตอบสนองของรถได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

โทนเสียงที่ได้ไม่ดุดันหรือแข็งกร้าวจนเกินไป แต่ให้ความรู้สึกสุขุม นุ่มลึก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบรถยนต์ไฟฟ้าของ LEXUS ช่วยเพิ่มอารมณ์การขับโดยไม่รบกวนบรรยากาศภายในห้องโดยสารมากนัก

เมื่อกลับมาใช้โหมดการขับขี่ปกติ ตัวรถจะเปลี่ยนบุคลิกเป็นซีดานไฟฟ้าที่เงียบและผ่อนคลายอย่างชัดเจน เมื่อรวมกับการเก็บเสียงจากภายนอกที่ทำได้ดีมาก จึงทำให้ ES 350e Premium เป็นรถที่เหมาะกับทั้งการขับเองและการนั่งโดยสารทางไกล


มอเตอร์ 224 แรงม้า เร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 8 วินาที

LEXUS ES 350e Premium ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 224 แรงม้า ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ความจุ 76.96 kWh โดยระบุระยะทางขับขี่สูงสุดประมาณ 620 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC

จากการทดลองขับและประเมินการใช้พลังงาน ระยะทางใช้งานจริงในระดับประมาณ 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งถือว่ามีความเป็นไปได้ หากใช้ความเร็วอย่างเหมาะสมและไม่มีปัจจัยที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไป

ส่วนอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากการทดสอบจริงทำได้ภายในเวลาประมาณ 8 วินาที แม้ตัวเลขอาจไม่ได้รุนแรงในแบบรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง แต่การตอบสนองทันทีของมอเตอร์ทำให้รถมีความคล่องตัวและขับสนุกกว่าที่ตัวเลขบนกระดาษบอกเอาไว้

สำหรับกำลังที่ส่งลงล้อหน้ามาในลักษณะนุ่มนวลและต่อเนื่อง ไม่กระโชกหรือสร้างอาการดึงพวงมาลัยมากจนรบกวนการควบคุม เหมาะกับบุคลิกของรถซีดานหรูที่ต้องการทั้งสมรรถนะและความสบายไปพร้อมกัน


ช่วงล่าง AVS นิ่งจนลืมไปว่ารถหนัก 2 ตัน

จุดที่สร้างความประทับใจมากที่สุดจากการทดสอบครั้งนี้ คือช่วงล่างของ ES 350e Premium ซึ่งควบคุมตัวรถได้นิ่งอย่างน่าประหลาดใจ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้งด้วยความเร็ว การเร่งแซงบนมอเตอร์เวย์ หรือการวิ่งผ่านถนนซีเมนต์ที่มีพื้นผิวเป็นลอนบริเวณเส้นทางศิลปาชีพบางไทร

รถสามารถซับแรงสะเทือนและควบคุมการโยนตัวได้ดี โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าตัวรถมีน้ำหนักประมาณ 2 ตัน ช่วงล่างยังคงรักษาสมดุลระหว่างความแน่นกระชับกับความนุ่มสบายได้อย่างลงตัว

ES 350e Premium มาพร้อมระบบช่วงล่างแปรผัน AVS หรือ Adaptive Variable Suspension ซึ่งสามารถปรับการทำงานของโช้กอัพให้เหมาะสมกับรูปแบบการขับขี่ สภาพพื้นผิวถนน และการเคลื่อนไหวของตัวรถ โดยมี ECU ประมวลผลและสั่งงานภายในเสี้ยววินาที

โดยระบบดังกล่าวทำงานร่วมกับการปรับน้ำหนักและอัตราทดของพวงมาลัย ช่วยให้การตอบสนองของพวงมาลัยสัมพันธ์กับการทำงานของช่วงล่างมากขึ้น ผลลัพธ์คือรถที่เปลี่ยนทิศทางได้แม่นยำ มั่นคง และสร้างความมั่นใจให้ผู้ขับได้ดี


ตัวถังยาว 5.1 เมตร แต่ไม่รู้สึกว่าเทอะทะ

แม้ ES 350e Premium จะมีตัวถังยาวถึงประมาณ 5.1 เมตร แต่ทีมวิศวกรได้ปรับวงเลี้ยวและการตอบสนองของพวงมาลัยให้กระชับขึ้น รวมถึงลดขนาดวงพวงมาลัย ทำให้ขณะขับขี่ไม่รู้สึกว่ากำลังควบคุมรถยนต์ขนาดใหญ่ เมื่ออยู่บนถนน รถให้ความรู้สึกคล่องตัวกว่ามิติภายนอก การเปลี่ยนเลนทำได้ง่าย การเข้าโค้งมีความแม่นยำ และยังสามารถควบคุมตำแหน่งของรถได้โดยไม่ต้องออกแรงกับพวงมาลัยมากเกินไป

ในขณะเดียวกัน ฐานล้อและน้ำหนักตัวรถก็ช่วยเพิ่มความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง ทำให้ ES 350e Premium มีทั้งความคล่องตัวในเมืองและความนิ่งบนเส้นทางระยะไกล


ควบคุมตัวถังดีด้วย Braking Posture Control

นอกจากช่วงล่าง AVS แล้ว ES 350e Premium ยังมีระบบ Braking Posture Control เข้ามาช่วยควบคุมท่าทางของตัวรถขณะชะลอความเร็ว ลดอาการหน้าทิ่มและรักษาสมดุลระหว่างการเบรก

ขณะที่ระบบ Active Cornering Assist จะช่วยควบคุมเสถียรภาพเมื่อเข้าโค้ง ทำให้ตัวรถเกาะอยู่ในแนวทางที่ผู้ขับต้องการได้ดีขึ้น ลดอาการโคลงและช่วยให้การเปลี่ยนทิศทางเป็นไปอย่างมั่นใจ

การกระจายน้ำหนักที่สมดุล เมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพและช่วงล่างที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว จึงช่วยซ่อนน้ำหนักตัวกว่า 2 ตันของรถเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน


สรุป LEXUS ES 350e Premium

LEXUS ES 350e Premium ใหม่ ไม่ได้มีดีเพียงความเงียบ ความหรูหรา หรือความสบายในแบบรถซีดานระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีไดนามิกการขับขี่ดีเกินความคาดหมาย

มอเตอร์ไฟฟ้า 224 แรงม้า ให้กำลังเพียงพอสำหรับการใช้งานและการเร่งแซง ระยะทางขับขี่จริงระดับประมาณ 500 กิโลเมตรช่วยลดความกังวลเรื่องการเดินทางไกล ขณะที่ช่วงล่าง AVS พวงมาลัยที่กระชับ และระบบควบคุมตัวถังต่างๆ ทำให้รถมีความมั่นคงและขับสนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


นี่คือ LEXUS ES ที่ยังนั่งสบายเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยบุคลิกสปอร์ตและการควบคุมที่เข้าใกล้รถยุโรปมากขึ้น เป็นรถยนต์ไฟฟ้าซีดานที่เหมาะกับคนที่ต้องการทั้งความหรู ความเงียบ ระยะทางใช้งาน และความสนุกในการขับอยู่ในคันเดียวกัน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

สเปก LEXUS ES ใหม่ สปอร์ตขึ้นแต่ยังนุ่มนวล มีทั้งไฮบริด 247 แรงม้า และ EV วิ่งไกล 620 กม.