รถยนต์ไฟฟ้า Neta ลดราคาหลายแสนจาก 569,000 บาท เหลือ 299,000 บาท เลหลังโดยดีลเลอร์ที่มีรถค้างสต็อกอยู่ในมือ ในขณะที่ดีลเลอร์เจ้าอื่น ๆ ทยอยปิดโชว์รูม ขณะที่ลูกค้าลุ้นบริษัทจะอยู่หรือจะไป เพราะกระทบเรื่องการซ่อมและการหาอะไหล่
กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาถึงสถานการณ์ค่ายรถยนต์ไฟฟ้า NETA หรือเนต้าในประเทศไทย เนื่องจากบริษัทแม่ที่จีนกลิ่นเริ่มไม่ดี เพราะมีปัญหาเรื่องการเงิน จนหลายคนเริ่มสงสัยว่าจะลามมาที่ไทยหรือไม่
แน่นอนว่ามีหลายเหตุการณ์ที่หลายคนอาจจะมองเป็นแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นการปิดตัวของดีลเลอร์ NETA จากเดิมมากกว่า 10 แห่งทั่วประเทศ เหลือเพียง 3 แห่ง และดีลเลอร์เหล่านี้ก็พยายามระบายสต๊อกรถยนต์ไฟฟ้าเนต้าให้หมดและจะปิดโชว์รูม อาจจะเหลือไว้เพียงศูนย์บริการเพื่อรองรับการซ่อมให้กับลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ดีลเลอร์รายหนึ่งไปดีลให้ กิ้งกือ EV Shop เข้ามาช่วยบริหารจัดการเรื่องการซ่อมและการจัดหาอะไหล่ให้กับลูกค้าแล้ว
จับตาการเคลื่อนไหวของ เนต้า ไทยแลนด์
...
ท่ามกลางข่าวลือมากมาย ทุกคนพุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวของ เนต้า ไทยแลนด์ ว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างไร ทั้งปัญหาการเงินที่ยังค้างจ่ายดีลเลอร์ หรือค้างจ่ายซัพพลายเออร์ที่จัดหาอะไหล่ให้กับลูกค้า ที่สำคัญลูกค้าเริ่มหวั่นใจว่าจะหายไปและติดต่ออะไรไม่ได้อีกเลย
นอกจากนี้ยังมีข่าวลือที่เริ่มยืนยันแล้วว่า บริษัทประกันภัยหลายแห่งงดรับประกันภัยรถไฟฟ้า NETA แล้ว ส่วนบริษัทที่ยังรับประกันต่อนั้นได้มีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันไปบางส่วนเพื่อให้ครอบคลุมกับความเสี่ยงในกรณีนี้
ขณะเดียวกันมีแหล่งข่าวรายหนึ่งยืนยันกับ "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" ว่า "ตอนนี้มีรถไฟฟ้า NETA ที่รอการขายอีกกว่า 600 คัน ซึ่งเนต้า ไทยแลนด์ ได้พยายามติดต่อหาแหล่งทุนมาซื้อ ก็ต้องมารอดูว่าดีลนี้สำเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จเงินที่ขายรถได้นี้จะไปอยู่ที่ไหน"
ลูกค้า Neta มองหาอู่นอกซ่อมรถตัวเอง
เมื่อศูนย์บริการ และโชว์รูมทยอยปิดตัวลง ประกอบการอะไหล่ก็เริ่มหาไม่ได้ ทำให้ลูกค้าของเนต้ามองหาอู่นอกเพื่อซ่อมรถของตัวเอง โดย สาโรช พรรค์สมบัติ เจ้าของกิ้งกือ EV Shop ที่มีลูกค้าของ Neta เลือกเข้ามาใช้บริการมากที่สุด กล่าวกับ "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" ว่า ปัจจุบันมีลูกค้ารถไฟฟ้าแบรนด์ Neta เข้ามาใช้บริการที่อู่มากกว่าวันละ 20 คัน ในเวลา 2 ปีที่เราทำอู่ซ่อมรถยนต์ไฟฟ้ามานั้น เราซ่อมรถเนต้าไปแล้วประมาณ 10,000 คัน โดยอาการเสียส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาคุณภาพในการผลิต และการออกแบบที่ไม่ได้มาตรฐาน สำหรับปัญหารถ Neta ส่วนใหญ่ที่ลูกค้าเข้ามาซ่อม ได้แก่ 1. กล่องควบคุม (CDU), 2. ลูกปืนล้อ, 3. ลูกปืนมอเตอร์ และ 4. ปั๊มน้ำ
"ผมก็เป็นลูกค้าของเนต้าเหมือนกัน ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าโดยตรง หนึ่งในปัญหาที่สำคัญคือ การขาดแคลนอะไหล่ที่เกิดจากการที่บริษัทแม่ในจีนไม่ส่งอะไหล่มาให้ ซึ่งทำให้ศูนย์ซ่อมไม่สามารถให้บริการซ่อมได้ตามที่ลูกค้าคาดหวัง
เมื่อลูกค้าถูกทิ้งให้ต้องแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง หรือรับภาระในการซื้ออะไหล่จากที่อื่น เราก็มองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม เนื่องจากพวกเขาคาดหวังว่าศูนย์ซ่อมจะรับผิดชอบในงานซ่อมตามที่ทำสัญญาไว้ ปัญหานี้ทำให้ลูกค้าหลายคนรู้สึกผิดหวังและเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในบริษัท" (อ่านบทความเต็ม คุยกับ ป๊อบ กิ้งกือ EV Shop ช่างซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า ความหวังของหมู่บ้านชาว Neta)
ลูกค้า Neta ร้องสว.ขาดอะไหล่ บริการหลังขายการไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา นายชวพล วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม ได้ร่วมกับ นายเอกชัย เรืองรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม คนที่หนึ่งรับหนังสือร้องเรียนจากนายสิริกร ศรีจำลอง เรื่องเกี่ยวกับการให้บริการหลังการขายของบริษัทเนต้า ออโต้ ไทยแลนด์
...
ทั้งนี้ มีผู้เสียหายรวมกลุ่มกันประมาณ 500 ราย โดยมีความเดือดร้อนจากปัญหาการให้บริการหลังการขายและขาดอะไหล่ในการซ่อมซึ่งไม่เป็นไปตามที่ได้โฆษณาไว้ รวมทั้งยังมีผู้เสียหายจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับป้ายทะเบียน (ป้ายขาว) และต้องถูกปรับตามกฎหมายจราจร โดยเบื้องต้นจะได้ประสานเชิญบริษัท เนต้า ออโต้ ไทยแลนด์ จำกัด เข้ามาชี้แจงผ่านคณะกรรมาธิการพาณิชย์ฯ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป (ภาพและข้อมูลจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก ชวพล วัฒนพรมงคล)
ย้อนไทม์ไลน์ Neta เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
พ.ย. 2564
- Hozon ผู้ผลิตรถยนต์ NETA ทำข้อตกลงกับอรุณ พลัส บริษัทในเครือ ปตท. เพื่อเข้ามาทำตลาดและสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทย แต่สุดท้ายก็ยกเลิกไป
24 ส.ค. 2565
- NETA เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก คือ NETA V โดยนำเข้ารถจากจีน
- มีแผนผลิตรถในไทยปี 2567 และใช้ไทยเป็นฐานส่งออกอาเซียน
...
24 พ.ย. 2565
- NETA ลงนามกับบริษัท บางชันเยนเนอรัลเอเซมบลี จำกัด เพื่อประกอบรถไฟฟ้า 100% ในไทย
- NETA ลงนามกับกรมสรรพสามิต เพื่อรับการสนับสนุนจากภาครัฐ 150,000 บาทต่อคัน
พ.ย. 2566
- Hozon Auto ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเนต้า เริ่มประสบปัญหาการค้างชำระค่าใช้จ่ายกับซัพพลายเออร์ต้นน้ำ เช่น Dongfeng Yanfeng และ EFORT ซึ่งเป็นเรื่องของค่าธรรมเนียมสัญญาและยอดค้างชำระ
ม.ค.2567
- มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือนล่าช้าและการเลื่อนจ่ายโบนัสสิ้นปีของบริษัทแม่ในจีน
มี.ค. 2567
- มีข่าวว่า Hozon Auto เผชิญกับการถูกอายัดหุ้นหลายครั้งในจีน
31 พ.ค. 2567
- NETA ในประเทศไทยเริ่มการส่งมอบ NETA V-II ที่ประกอบร่วมกับบางชันเยนเนอรัลเอเซมบลี
ต.ค. 2567
- ยอดขายรถยนต์ NETA ที่จีนเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และบริษัทหยุดเปิดเผยตัวเลขยอดขาย
มี.ค. 2568
- มีรายงานว่า Hozon Auto ได้บรรลุข้อตกลงแปลงหนี้เป็นทุนกับซัพพลายเออร์หลัก 134 ราย โดยแปลงหนี้ 70% เป็นหุ้น และที่เหลือ 30% ชำระเป็นเงินสดแบบผ่อนชำระ
- บริษัทปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการยุบทีม R&D และยืนยันว่ากำลังปรับโครงสร้างองค์กร
- NETA Thailand ได้ให้คำมั่นว่าจะเคลียร์หนี้กับซัพพลายเออร์และดีลเลอร์ภายในเดือนมิถุนายน 2568 และจะกลับมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มกำลังในเดือนมิถุนายนเช่นกัน
13 พ.ค. 2568
- มีข่าวว่า Shanghai Yuxing Advertising ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่ง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้พิจารณาการล้มละลายของ Hozon New Energy Automobile Co., Ltd. ซึ่งเป็นข่าวที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดความกังวล
...
- NETA Auto Thailand ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่อง Hozon Auto ล้มละลาย โดยระบุว่าเป็นขั้นตอนปกติในการจัดการหนี้สินในศาล และยืนยันว่า Hozon Auto ยังไม่ล้มละลาย
27 พ.ค.2568
- หนึ่งในกรรมการคนไทยคือ นางสาวสรินยา ศรีไทย พนักงานตำแหน่ง Sale Operation Specialist ได้เข้าลงบันทึกประจำวันที่ สน.ทองหล่อ หลังพบว่าตัวเองมีชื่อกรรมการบริษัทเพียงคนเดียว
28 พ.ค.2568
- NETA Thailand แจ้งกลับว่า บริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่ โดยมีผู้แทนจากสำนักงานใหญ่ในประเทศจีนเข้าร่วมเป็นกรรมการในบริษัท NETA Thailand โดยคาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 12 มิ.ย. 2568
- กรณีกรรมบริษัท นางสาวสรินยา นั้นกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการถอดชื่อออกจากหนังสือรับรอง บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด
- ผู้บริหารชาวจีน มร. ซูน เปาหลง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการ NETA Thailand ได้รับมอบหมายให้ดูแลการดำเนินธุรกิจในตลาดไทยเป็นหลัก ปัจจุบันได้รับมอบหมายบทบาทใหม่ (Head of Southeast Asia Business) ในการดูตลาด Southeast Asia ซึ่งครอบคลุมหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้