Motor Show 2022 บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ งานโชว์รถใหม่ที่จัดแสดงในช่วงต้นฤดูร้อนของทุกปี มีการจัดต่อเนื่องมานานถึง 43 ปีแล้ว สำหรับการจัดงานในปีนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงพลังงานขับเคลื่อน จากเครื่องยนต์ไปเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า ในปีนี้หน่วยงานภาครัฐมีการประเมินว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยจะมีตัวเลขการผลิต รวมถึงยอดขายทั้งในประเทศและการส่งออกก็น่าจะมีตัวเลขที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับรถใหม่ที่จัดแสดงในปีนี้มีหลากหลายให้เลือก รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 20 รุ่น ลองมาดูรถใหม่ที่มีความน่าสนใจภายในงาน จากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลงมาในเร็ววันนี้ 

...

...

...

...

BMW i4 M50 Electric 
i4 กับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบใหม่ของ BMW นี่คือสปอร์ตซีดานทรงแกรนด์คูเป้ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน i4 M50 Electric กำลัง 544 แรงม้า แรงบิดทะลุมิติที่ 795 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียงแค่ 3.9 วินาที ชาร์จเต็มวิ่งไกล 500 กิโลเมตร ส่วน i4 eDrive40 M Sport มอเตอร์เดี่ยว กำลัง 340 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 5.7 วินาที ชาร์จเต็มวิ่งไกล 580 กิโลเมตร เสียงสังเคราะห์อันทรงพลัง ตอบสองในจังหวะที่กดคันเร่ง ระบบ BMW lconic Sounds Electric ยังมาพร้อมกับเสียงประกอบต่างๆ ที่ถูกปรับแต่งผ่านความร่วมมือระหว่าง BMW และศิลปิน Hans Zimmer นักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังชาวเยอรมัน BMW i4 M50 ราคา 4,999,000 บาท BMW i4 eDrive40 M Sport ราคา 4,499,000 บาท

Ford New Ranger Raptor 2022
เครื่องยนต์ใหม่ เบนซิน เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 กำลัง 397 แรงม้า แรงฉุดลากหรือแรงบิดมากถึง 583 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ของ New Ranger Raptor 2022 ปรับแต่งโดยทีม ford performance เพิ่มประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ใหม่หมด ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ปรับจูนตามมาตรฐานของ ford performance โหมดการขับเคลื่อนที่ครอบคลุมการใช้งานบนทางกรวด ดิน โคลน และทราย ด้วยระบบรองรับ FOX™ ดีที่สุดในกลุ่มกระบะสมรรถนะสูงของไทย ราคาเปิดออกมา 1,869,000 น่าโดนมากๆ 

MG ZS EV Minor change 2022
ครอสโอเวอร์ไฟฟ้านำเข้าจากจีนได้อานิสงส์ส่วนลดของอัตราภาษีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าใหม่ ทำให้ ZS EV มีราคาที่ถูกลง มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 50.3 kWh อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 8.6 วินาที ชาร์จแบตฯเต็ม ทำระยะทางวิ่งไกลสุด 320 กิโลเมตร ชาร์จไฟ AC รองรับสูงสุด 7 kW 7 ชั่วโมง ชาร์จเร็วด้วยระบบชาร์จ DC รองรับสูงสุด 76 kW 0-80% ใช้เวลา 45 นาที ราคา ZS EV รุ่น D 949,000 บาทรุ่น X Sunroof 1,023,000 บาท (ถูกลง 240,000 บาท) 

Mercedes-Benz New C-Class C220d W206
ดาวดวงเล็กสุดหรูที่ใช้เวทีบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ สำหรับการเปิดตัวแนะนำสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และราคา เครื่องยนต์ OM654 นับเป็นเครื่องยนต์ดีเซลในยุคสุดท้ายที่ได้รับการพัฒนาจนถึงขีดสุด ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าตามแผนงานในอนาคตของ Mercedes-Benz และ New C-Class C220d ก็ใช้เครื่องยนต์ OM654 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาดกะทัดรัด ประจำการอยู่ในรถรุ่นพี่อย่าง Mercedes-Benz GLC220d AMG Dynamic มีปริมาตรความจุ 2.0 ลิตร 1,950 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบเดี่ยว ติดตั้ง balancing shafts เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานในรอบต่ำ ให้กำลัง 145 กิโลวัตต์ หรือ 200 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,400 รอบต่อนาที น้ำหนักเครื่องยนต์ไม่รวมชุดส่งกำลัง 9 G Tronic อยู่ที่ 168.4 กิโลกรัม เบากว่าถึง 17% เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ OM 651 ซึ่งมีความจุ 2.1 ลิตร ระบบส่งกำลัง 9 สปีด 9-G Tronic ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์รุ่นนี้กับถังเชื้อเพลิงความจุ 60 ลิตร ถ้าใช้คันเร่งอย่างระมัดระวัง จะสามารถทำระยะทางต่อเชื้อเพลิงหนึ่งถังได้ไกลเฉียดๆ 850-900 กิโลเมตร นั่นคือทั้งแรงและประหยัดล่ะครับ C220d avantgarde ราคา 2,590,000 บาท ส่วน C220d AMG Dynamic ราคา 2,990,000 บาท

Toyota bZ4X
bZ4X มีแผนที่จะขายในไทย ช่วงปลายปี 2022 นี้ โดยมีให้เลือกสองรุ่น ขึ้นอยู่กับจำนวนมอเตอร์ไฟฟ้า รุ่นพื้นฐานขับเคลื่อนล้อหน้า ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงตัวเดียว ที่ติดตั้งบนเพลาหน้า มีกำลังสูงสุด 201 แรงม้า (150 กิโลวัตต์) และแรงบิด 195 ปอนด์-ฟุต (265 นิวตัน-เมตร) รุ่น FWD ขับเคลื่อนล้อหน้าของ Toyota bZ4X สามารถเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่ง หรือ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 8.4 วินาที และเข้าถึงความเร็วสูงสุดที่ 99 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปให้เร็วกว่านั้นก็ได้ แต่มันจะรับประทานแบตเตอรี่ วิศวกรของ Toyota จึงจำกัดความเร็วของ bZ4X ไว้แค่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง bZ4X Electric Crossover รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว หนึ่งตัวสำหรับเพลาหน้า อีกตัวขับเคลื่อนเพลาหลัง มอเตอร์คู่ที่แยกกำลังกันปั่นล้อ มีม้าให้ใช้ 215 ตัว (160 กิโลวัตต์) และแรงบิด 248 ปอนด์-ฟุต หรือ 336 นิวตันเมตร Toyota กล่าวว่า แรงบิดดังกล่าวเพียงพอที่จะสร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.7 วินาที ในขณะที่ความเร็วสูงสุดยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับรุ่นเริ่มต้นที่โดนจำกันเอาไว้แค่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ่งหนึ่งที่เป็นไดนามิกส์สำคัญ และควรค่าแก่การชี้ให้เห็นก็คือรุ่นท็อปของ bZ4X มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ที่พัฒนาร่วมกับ Subaru แพลตฟอร์มไฟฟ้า และการจูนช่วงล่างใหม่ที่มีความนุ่มนวลและทรงตัวได้ดีตามาตรฐานของยานยนต์ยุคใหม่จากแบรนด์สามห่วง คาดว่า ราคาน่าจะอยู่ที่ 1.8 ล้านบาท หรืออาจน้อยกว่านั้น (เล็กน้อย) จากอัตราภาษีใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้า

ORA Good Cat GT
แมวซิ่งสายฟ้ามาพร้อมชุดแต่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างแมวดีกับแมวซิ่ง ORA Good Cat GT คือรถยนต์ไฟฟ้าในรุ่น 500 Ultra มีระยะทำการต่อการชาร์จไฟจนเต็ม 480 กิโลเมตร วิ่งจริงน่าจะทำได้ 450 กิโลเมตรแบบสบายๆ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคายังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ส่วนชุดแต่งที่เสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มความหล่อ ไล่เรียงจากกันชนหน้าและกันชนหลัง GT แถบพลาสติกเลียนแบบลายคาร์บอนเคฟล่า คาดแถบสติกเกอร์สีแดงตามชิ้นงานต่างๆ ล้อลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว คาลิปเปอร์เบรกเดิมแต่มีการพ่นสีแดงทั้งหน้าและหลัง สปอยเลอร์หลังพร้อมสัญลักษณ์ GT 

BMW X4M Competition
รูปลักษณ์ใหม่สไตล์ซุปเปอร์คูเป้เอสยูวี ห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูด้วยองค์ประกอบของชิ้นงานจาก BMW M เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบ M TwinPower Turbo ความจุ 2,993 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 375 กิโลวัตต์ หรือ 510 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร เพลาข้อเหวี่ยงน้ำหนักเบา ระบบอัดอากาศที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDRIVE ช่วยส่งแรงบิดจากเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ของสปอร์ตเอสยูวีคันนี้ อยู่ที่ 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคานำเข้า 8,599,000 บาท 

Ford New Ranger 2022
Ford ใช้งานมอเตอร์โชว์เปิดตัวกระบะยอดนิยม New Ranger 2022 ท่ามกลางบูธจัดแสดงรถยนต์ขนาดยักษ์ของ Ford นี่คือรถกระบะเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดที่ประกอบในประเทศไทย ขายในไทยและส่งออกไปขายยังต่างประเทศ New Ranger 2022 หล่อเหลาเอาเรื่อง ควบรวมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่มีการปรับปรุงใหม่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภับครบ ขุมกำลังดีเซลเทอร์โบสองระดับความแรง ปลุกตลาดรถกระบะที่เงียบเหงามานาน ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถปิกอัพและเอสยูวี

เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue แบบแถวเรียงสี่กระบอก ความจุ 1,996 ซีซี ระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยว กำลัง 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง (กำลังลดลงจาก 180 แรงม้าในรุ่นที่แล้ว)

เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue แบบแถวเรียงสี่กระบอกสูบ ความจุ 1,996 ซีซี ระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ กำลัง 210 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหลัง และขับเคลื่อนสี่ล้อ

Ford New Ranger รุ่น Sport ราคา 929,000 บาท
Ford New Ranger รุ่น Wildtrak ราคาเริ่มต้นที่ 999,000 บาท

Ford New Ranger 2.0 Turbo Wildtrak Hi-Rider 6M/T 2WD 999,000 บาท
Ford New Ranger 2.0 Turbo Wildtrak Hi-Rider 6A/T 2WD 1,049,000 บาท
Ford New Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak Hi-Rider 10A/T 2WD 1,159,000 บาท
Ford New Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 10A/T 4WD 1,299,000 บาท

Ford New Everest 2022
พีพีวี เอสยูวีรุ่นใหม่ New Everest 2022 เจเนอเรชันใหม่ของยานยนต์อเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง เป็นรถยนต์ครอบครัวขนาดใหญ่ ระยะฐานล้อยาวขึ้น 50 มิลลิเมตร ระยะระหว่างล้อหน้าและหลังที่เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความเสถียรของการทรงตัว ดีไซน์รอบคันคล้ายกับรถยนต์อเนกประสงค์ที่ Ford ขายอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ New Everest มีรูปลักษณ์ที่ลงตัว การออกแบบตัวถังให้ลดความโค้งมนลง เติมเหลี่ยมมุมที่ลงตัวแบบรถรุ่นพี่อย่าง Ford Bronco ปรับแต่งโช้คอัพใหม่ ช่วยในการทรงตัว ทำให้การควบคุมรถทั้งบนทางเรียบและออฟโรดง่ายกว่าเดิม

Ford New Everest Sport 2.0 Turbo เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue แบบสี่สูบแถวเรียง ความจุ 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี ระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยวลูกเดียวโดดๆ กำลัง 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง 1,464,000 บาท

Ford New Everest Titanium Plus 2.0 Bi-Turbo ครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี ระบบอัดอากาศทวินเทอร์โบ กำลัง 210 แรงม้า (ปรับลดจาก 213 แรงม้าในรุ่นที่ผ่านมา) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time 4WD

Toyota C-HR GR Sport Gazoo Racing
Hybrid Gen 4 ทำให้ C-HR GR Sport ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ถึง 19 กิโลเมตรต่อลิตร เหมาะกับยุคที่ราคาน้ำมันเบซิน 91 โซฮอล์แพงถึงลิตรละเกือบ 45 บาทเข้าไปแล้ว เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 2ZR-FXE เป็นเครื่องทวินแคม ดับเบิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) พร้อมกลไกฝาสูบกับระบบไอดีแบบ Atkinson และระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ปริมาตรความจุขนาด 1.8 ลิตร พร้อมระบบเสริมพลังงาน Hybrid ที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีระบบระบายความร้อนดีขึ้น แบตฯ รับประกันอายุการใช้งาน 10 ปี พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟในระบบ Hybrid ด้วยมอเตอร์ในชุดส่งกำลังสองตัว (MG1 / MG2) เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson cycle 4 วาล์วต่อสูบขนาด 1,798 ซีซี กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ หรือ 120 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (จากเครื่องยนต์เพียวๆ) 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที ระบบ Hybrid เจนเนอเรชั่นที่ 4 จากแบรนด์ Toyota จัดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก กำลัง 72 แรงม้า แรงบิดจากมอเตอร์ทำได้ที่ 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Ni-MH ควบรวมพลังงานทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำให้ C-HR มีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT มีมอเตอร์ MG-1 และ MG-2 ฝังไว้ในเกียร์เพื่อเสริมแรงบิดและชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ สมรรถนะเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 11.3 วินาที ชุดแต่งเสริมความหล่อ GR Sport Gazoo Racing กระจังหน้าโครเมียมสีดำเงา สปอยเลอหน้าใหญ่ขึ้น สเกิร์ตรอบคัน ล้ออัลลอยสีทูโทน GR Sport ขนาด 18 นิ้ว ภายนอกตกแต่งด้วยพลาสติกสีดำ ปรับดีไซน์กันชนเแบบใหม่ ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED ตราสัญลักษณ์ GR ที่กันชนหน้า และ GR Sport บริเวณท้ายรถ ราคา 1,189,000 บาท แอบกระซิบว่า ประหยัดและขับโคตรดี แต่เล็กไปนิดสำหรับคนที่ชอบพื้นที่ห้องโดยสารของ Veloz 

Audi Q8 TFSi e
Q8 พร้อมระบบพลังงานผสม เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าในรูปแบบยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ถือเป็นการปิดช่องว่างสุดท้ายในกลุ่มสปอร์ตเอสยูวีพลังงานผสม Q8 มอบการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพและพลังที่เป็นพลวัตของรถ SUV Coupé Q8 60 TFSI e quattro เป็นรุ่นที่ Audi Thailand นำเข้ามาขายในประเทศไทย ให้เอาต์พุตที่ 340 กิโลวัตต์ หรือ 462 แรงม้า บ้าพลังมากพอที่จะท้ารบกับ Mercedes-AMG GLE53 4Matic + หรือแม้แต่ตัวโหดอย่าง BMW X6 xDRIVE 40i M Sport CKD ที่เพิ่งจะเปิดตัวรุ่นประกอบในเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม Audi รุดหน้ากับการพัฒนาศักยภาพของระบบขับเคลื่อนพลังงานผสมผสาน การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องกับรถ Q8 TFSI e quattro SUV Coupé นับเป็นสี่ห่วงรุ่นที่ 7 ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด โดยทำการเปิดตัวในตลาดโลกตั้งแต่กลางปี 2019 Audi ได้นำเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบ Plug in Hybrid เพื่อเพิ่มทางเลือก ปิดช่องว่างทางการตลาด ช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การขับด้วยพลังงานผสม การจัดการกับระบบชาร์จไฟที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย รวมถึงความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียวๆ ไกลกว่า 50 กิโลเมตร ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% ในอนาคตอันใกล้นี้ 

จุดแข็งของ Q8 PHEV รุ่น 60TFSI Quattro S Line ก็คือ ต้นกำลังแบบเบนซินเทอร์โบคู่ พร้อมระบบเชื้อเพลิง TFSI ออกเทนสูง มอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชุดส่งกำลังแบบไฮบริด Q8 PHEV คล้ายกับยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทั่วไป เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเบนซิน ความจุ 3.0 TFSI รุ่น 55 ให้กำลัง 280 กิโลวัตต์ หรือ 381 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร (331.9 ปอนด์-ฟุต) เรียกว่ากระชากกันตั้งแต่เกียร์ 1 ไปจนถึงเกียร์ 6 เลยทีเดียว เครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ ถูกปรับแต่งให้เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 6 AP เวอร์ชันล่าสุด มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแบบซิงโครนัสถาวร (PSM) มีกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ หรือ 135 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดกะทัดรัด กั้นอยู่ตรงกึ่งกลาง ระหว่างตัวเครื่องเครื่องยนต์กับชุดส่งกำลัง Triptronic 8 สปีด เป็นโมดูลไฮบริดที่ผสานการทำงานของทั้งสองระบบ เชื่อมต่อด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro เวอร์ชันเอสยูวี โดยเน้นไปที่ประสิทธิภาพด้านการกระจายแรงบิดที่สมดุล การตอบสนองที่ดี เมื่อต้องการประสิทธิภาพแบบเต็มร้อย ปล่อยมลพิษต่ำและประหยัดเชื้อเพลิง ถ้าคุณยังลังเลกับ Audi e-Tron Sportback ในเรื่องของระยะทางการใช้งานและจุดชาร์จไฟที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ Q8 PHEV 60TFSI ถือเป็นรถยนต์พลังงานผสมที่มีความน่าใช้ ทรงพลัง เร่งติดเท้าจากตีนต้นที่จัดจ้าน อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เอาไว้ที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Audi Q8 60TFSI Quattro S Line Plug in Hybrid มาพร้อมกับสายชาร์จสำหรับปลั๊กไฟในครัวเรือนหรือในโรงงานอุตสาหกรรม ความจุในการชาร์จสูงสุด 7.4 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายในเวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition ราคา 5,799,000 บาท

Audi RS 7 Sportback Quattro
Audi Sport กับผลงานการปรับแต่งรถซาลูนหุ่นเพรียวลมให้มีประสิทธิภาพเหนือระดับ นี่คือ Audi RS 7 Sportback Quattro รุ่นที่สอง รถแกรนทัวริ่งส์ที่เป็นคู่ต่อสู้ของ Mercedes-AMG E63 และ BMW M850i Gran Coupe และพิเศษกว่าที่เคย เป็นครั้งแรกที่ Audi Sport นำเสนอ Sportcoupé สมรรถนะสูงแบบห้าที่นั่ง ฐานล้อกว้าง ระยะห่างของล้อที่เพิ่มขึ้น และสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนที่เข้มข้นมากกว่าเดิม ระบบส่งกำลังประสิทธิภาพสูง ช่วงล่างแบบสปอร์ต กันสะเทือนแบบสปอร์ตของ RS ด้วยระบบ Dynamic Ride Control (DRC) เป็นทางเลือกที่เน้นสมรรถนะการขับสูงสุด ทำให้ตัวถังของ RS 7 Sportback ต่ำลงไปอีก 4 มิลลิเมตร (0.2 นิ้ว) Dynamic Ride Control มีระบบป้องกันอาการโคลงตัว ประกอบด้วยสปริงเหล็กและแดมเปอร์แบบปรับได้สามทางที่ต้านการเคลื่อนไหวของตัวถังอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเข้าโค้งและเคลื่อนตัวไปในทางโค้ง การตอบสนองของแดมเปอร์จะเปลี่ยนไป ดังนั้น การเคลื่อนที่ของรถเกี่ยวกับแกนต่างๆ จะลดลงอย่างมาก ล้อ 22 นิ้วอย่างงาม ยางแก้มอย่างเตี้ย michelin pilot sport 4 285/30ZR22 ชุดขับเคลื่อน Quattro เวอร์ชัน Sport RS ระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ four-wheel steering และเฟืองขับเคลื่อน Sport Differential เพื่อต่อกรกับคู่แข่งร่วมสัญชาติเยอรมันในกลุ่มลักชูรี่สปอร์ตซาลูนเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ 600 แรงม้า แรงบิดมหาโหดที่ 800 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนน้ำหนักตัว 2 ตัน ทำได้ 3.6 วินาที ราคา 10,700,000 บาท

MG HS Minor change 2022 
หน้าตาใหม่ในรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ นำหน้าตาของ New MG5 มาปรับใช้ในรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดกลางที่เคยขายดีสุดๆ ของ MG ไฟหน้า กันชนหน้า กระจังหน้า ไฟท้าย ล้ออัลลอย ปรับใหม่หมดรวมถึงงานตกแต่งภายใน พวกมาตรวัด Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว ระบบ AR NAVIGATION แสดงแผนที่นำทางบนมาตรวัด เครื่องเสียงรองรับ Apple CarPlay / Android Auto ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสลับหนังกลับ Alcantara สีน้ำเงินเข้ม สลับสีขาว ราคาค่าตัว MG HS 1.5 Turbo C 939,000 บาท MG HS 1.5 Turbo D Sunroof 1,089,000 บาท MG HS 1.5 Turbo X Sunroof 1,159,000 บาท เห็นราคาแล้วก็น่าจะทำตลาดได้ดีเหมือนเดิมเพราะให้ของมาเต็มและใช้ชิ้นส่วนตกแต่งภายในที่ดูดีมีคุณภาพ ช่วยยกระดับความน่าใช้และเพิ่มความสวยงาม โดยเฉพาะเบาะของเฮียเม้งแบบทูโทนสลับกับไมโครไฟเบอร์นั้นกินขาดรถคู่แข่งเลยทีเดียว 

MG EP
ภาษีใหม่ ทำให้ราคาของ MG EP สเตชั่นแวกอนไฟฟ้านั้นถูกลงมาก โดยมีราคาลงมาเหลือแค่ 7 แสนนิดๆ เท่านั้นเองราคาอย่างเป็นทางการ โดย MG EP จากเดิม ราคาก่อนลดอยู่ที่ 988,000 บาท ราคาใหม่ 761,000 บาท ส่วน MG EP PLUS จากเดิมอยู่ที่ 98,000 บาท ราคาใหม่ 771,000 บาท ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ใน 8.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ ลิเธี่ยมไอออน ความจุ 50.3 kWh หัวชาร์จ Combined Type2 + Quick Charge เมื่อชาร์จไฟจนเต็มแบตฯ ทำระยะทางได้ประมาณ 380 กิโลเมตร (ขับจริง 340 กิโลเมตร) ชาร์จไฟผ่าน Wall Box  MG Home Charger จนเต็มใช้เวลา 7 ชั่วโมง ชาร์จเร็วด้วยระบบ DC 50 kW 0-80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

Mitsubishi Xpander 2022
เวอร์ชันปรับโฉม เพิ่มความสดใหม่ของรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังคล้ายกับรถรุ่นแรกที่ออกขายเมื่อ 4 ปีก่อน ความเปลี่ยนแปลงหลักๆ ของรถ Xpander 2022 รุ่นปรับโฉม ที่ไม่ใช่การเปลี่ยนโฉมเป็นรถรุ่นใหม่ เร่ิมจากไฟหน้า LED แบบใหม่ เชื่อมโยงกับกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield สอดรับกับไฟหน้าและไฟตัดหมอกด้วยเหลี่ยมมุมที่เป็นสไตล์การออกแบบของ Xpander ชุดกระจังใช้ขอบพลาสติกโครเมียมสีเงิน ตัวกระจังใช้พลาสติกสีดำเงา ช่องรับอากาศบริเวณกึ่งกลางด้านล่างของกันชนหน้าแบบรังผึ้ง ไฟหน้าไฟเลี้ยว และไฟหรี่กลางวัน LED ไฟต่ำและไฟสูงรูปทรงตัว T รวมถึงไฟตัดหมอกหลอด LED ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการมองเห็นในตอนกลางคืน และเมื่อขับท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่ดี บั้นท้ายปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ เช่น กันชนหลัง ไฟท้ายแบบใหม่ ใช้หลอดไฟแบบผสม ทั้งหลอด LED และหลอดไฟแบบปกติ มิติตัวถังของรถ Xpander 2022 มีความยาว 4,475 มิลลิเมตร กว้าง 1,750 มิลลิเมตร และสูงถึง 1,700 มิลลิเมตร เพื่อทำให้ห้องโดยสารมีความโปร่งโล่งในแบบเอ็มพีวี ระยะห่างของฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 205 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 45 ลิตร น้ำหนัก 1,290 กิโลกรัม Xpander 2022 ไม่มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ แต่เปลี่ยนชุดส่งกำลังใหม่ จากเกียร์ออโต้ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 4 สปีด มาเป็นเกียร์สายพานพูเล่ย์ CVT เครื่องเดิม เบนซินแถวเรียงตัวเล็กกะทัดรัดแบบ 4 กระบอกสูบ 4 วาล์วต่อสูบ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC เป็นเครื่องยนต์รหัส 4A91 4 สูบ ฝาทวินแคม DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 77.4 มิลลิเมตร ช่วงชัก 77.5 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1 กำลังสูงสุด 104 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังที่คาดว่าน่าจะทำให้อืดพอสมควรด้วยการใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT เครื่องยนต์วางตามขวางด้านหน้า ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม โซ่สายพานไทม์มิ่ง อ่างน้ำมันเครื่องอัลลอย ระบายความร้อนได้ดี ลดแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ สำหรับราคาค่าตัว พอเห็นความแรงของ Toyota Veloz ทำให้ผู้บริหารของ Mitsubishi เกิดอาการอกสั่นขวัญผวา ต้องกลับไปทำแผนงานราคาใหม่ทั้งหมด และเตรียมประกาศราคาใหม่ของ Xpander 2022 ในเร็ววันนี้ ว่ากันแบบนั้น! 

Volvo C40 Recharge Pure Electric
ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของสวีเดน แต่มีเจ้าของเป็นบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีน Volvo C40 Recharge Pure Electric ราคาก่อนลดอัตราภาษีอยู่ที่ 2,750,000 บาท ส่วนราคาใหม่ หลังได้อานิสงส์ของการลด อยู่ที่ 2,690,000 บาท มอเตอร์ไฟฟ้าคู่กำลังสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 78 kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม วิ่งไกล 420 กิโลเมตร ขับจริงทำได้ 380 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จไฟผ่าน Wall Box AC กำลังชาร์จ 11 kW ใช้เวลา 7-8 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จเร็วแบบเร่งอัดประจุด้วยหัวชาร์จ DC Quick Charge 0-80% ในเวลาประมาณ 35 นาที ความสวยงามของ C40 Recharge Pure Electric ด้วยขนาดที่กะทัดรัดพร้อมหลังคาส่วนท้ายที่เทลาดมากกว่า XC40 Recharge Pure Electric รวมถึงงานตกแต่งภายในสไตล์ Volvo ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร 


งานแสดงรถยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2022 (Motor Show 2022) จะมีไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2565 ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ประตูเปิด 12.00-22.00 น.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/