ไลฟ์สไตล์
100 year

‘เก็บศพ’ เป็นหน้าที่ของใคร รัฐอยู่ตรงไหนในการขนร่างคนตาย

ไทยรัฐออนไลน์
22 ก.ค. 2564 20:52 น.
SHARE
  • ข้อเท็จจริงจากหลายฝ่ายต่อเหตุการณ์การเสียชีวิตของชายคนหนึ่งในตรอกตรงข้ามวัดบวรฯ ว่าความล่าช้าในการเคลื่อนย้ายร่างอยู่ที่การรอคอยมูลนิธิมาเก็บศพ
  • ในช่วงการระบาดของโควิด-19 มูลนิธิการกุศลหลายแห่งต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ เพราะจำนวนคนตายมากขึ้น และเป็นความตายจากโรคระบาด ขั้นตอนการเก็บและขนย้ายจึงต่างจากศพทั่วไป
  • ตลอดเวลาที่ผ่านมา หน้าที่การเก็บศพเป็นของมูลนิธิการกุศลมานาน และปัจจุบันก็ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้ามามีบทบาททดแทน

จากเหตุมีชายเสียชีวิตบริเวณตรอกบ้านพานถม หลังจากล้มลงในช่วงสาย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นร่างของชายคนดังกล่าวยังอยู่ที่เดิม กระทั่งช่วงค่ำจึงมีเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ

เมื่อเรื่องและภาพของเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ในหลายช่องทาง ความโศกเศร้า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ และความโกรธ ผุดขึ้นทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ ว่าทำไมร่างผู้ตายถึงถูกทิ้งไว้เป็นเวลานาน

และเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า หน้าที่ ‘เก็บศพ’ เป็นของมูลนิธิสาธารณกุศล เช่น ป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกตัญญู จึงน่าตั้งคำถามต่อไป ว่าทำไมการเคลื่อนย้ายร่างของคนตายจึงเป็นงานของมูลนิธิฯ หรือจุดนี้คือช่องโหว่ในการทำงานของรัฐ ที่ทำให้ประชาชนต้องทำงานการกุศลเพื่อถมมันให้เต็ม

ขั้นตอนการจัดการกับความตายในตรอกพานถมเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

ข่าวแนะนำ

การตายด้วยโควิด-19 คือการตายโดยธรรมชาติ

อ้างอิงจาก โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 โฆษกสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 ให้ความเห็นถึงการพบศพว่า ในกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 149 หากมีการพบศพผู้เสียชีวิต ตามปกติญาติผู้ตายต้องเป็นคนแจ้ง แต่กรณีที่ไม่มีญาติ หรือเป็นศพที่ไม่มั่นใจว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ เพราะยังไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร มีการรักษาพยาบาลหรือไม่ มาตรา 149 วรรค 2 บัญญัติว่า ให้เป็นหน้าที่ของบุคคลใดก็ได้ที่พบศพ หรือประชาชนทั่วไปให้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนเพื่อตรวจดูศพเบื้องต้น หากเป็นการตายผิดธรรมชาติเช่นถูกฆ่าตายก็ต้องชันสูตรพลิกศพ

ส่วน แนวทางปฏิบัติการจัดการศพสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วเสียชีวิต ถือเป็นการตายโดยโรคธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องมีการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ต่างจากการตายโดยผิดธรรมชาติ คือ ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อื่นทำให้ตาย ถูกสัตว์ทำร้ายตาย ตายโดยอุบัติเหตุ และตายโดยยังมิปรากฏเหตุ ซึ่งต้องมีการชันสูตรพลิกศพ

ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข อธิบายขั้นตอนไว้ว่า ให้ผู้พบศพแจ้งไปยังแพทย์นิติเวช แพทย์นิติเวชใส่ชุด PPE ออกชันสูตรเบื้องต้น สอบถามประวัติและบันทึกภาพ สถานที่พบศพโดยละเอียด เมื่อพิจารณาแล้วว่าเข้านิยามศพที่ต้องทำการสอบสวนโรค ให้ประสานเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายศพมา ณ สถานพยาบาลที่สามารถเก็บตัวอย่างจากศพได้

ข้อมูลวิธีการเก็บศพโควิด-19 ของมูลนิธิร่วมกตัญญู คือ ต้องใส่ชุดป้องกันให้พร้อม ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ฉีดให้ทั่วร่างตัวเองและศพ ใช้ผ้ายาง ผ้าห่อศพ ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ ใส่ถุงซิป ทำแบบนี้ 3 ชั้น จากนั้นจึงยกศพมาไว้ที่ผ้าห่อศพ เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย และหากมีใบรับรองจากแพทย์ว่าติดโควิด-19 ก็ต้องประสานญาติเพื่อส่งฌาปนกิจโดยเร็ว


ความล่าช้าจากปากคำฝ่ายเทศกิจ

คำตอบเบื้องต้นของเรื่องนี้ถูกชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของ คณิต ชุมช่วย หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ เขตพระนคร ชี้แจงเหตุเก็บศพผู้เสียชีวิตล่าช้าว่า

“เที่ยงคืนเทศกิจเขตพระนครเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเก็บศพผู้เสียชีวิตในพื้นที่ เข้าใจและเห็นเจ้าหน้าที่ที่มาเก็บศพหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาเก็บศพช้า วันนี้เป็นเวรมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งซึ่งมีคันเดียวที่เป็นรถเฉพาะที่เก็บศพโรคโควิด วันนี้ตระเวนเก็บไปแล้ว 8 ศพ กว่าจะถึงพระนคร เห็นใจครับ พี่ๆ ทุกคน และขอบคุณมูลนิธิสยามนนทบุรีที่ผ่านมาช่วยเก็บใส่ถุงให้เรียบร้อย ป่อเต็กตึ๊งมาถึงใส่รถไปส่ง รพ. เรียบร้อย 3 ศพของพระนครครับ

“เทศกิจทำได้ทุกเรื่องครับเพื่อกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่จับแม่ค้าอย่างเดียว เก็บศพก็ได้ครับ ขอบคุณพี่แป๊ะ มูลนิธิสยามนนทบุรี พี่อู๊ด มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเฮียคุ้ง ประธาน อพปร. เขตพระนคร ที่อยู่ตั้งแต่ต้นจนจบเคส คงต้องประสานพี่ๆ อีกครับ ถ้าพี่น้องประชาชนไม่ช่วยกันป้องกันและไม่ให้ความร่วมมือครับ แต่ใจจริงแล้วไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เลยครับ”


คำชี้แจ้งถึงขั้นตอนของตำรวจ

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จาก สน.ชนะสงคราม เดินทางถึงจุดเกิดเหตุมีผู้สงสัยว่าอาจติดเชื้อโควิด-19 ล้มลง ทางตำรวจจึงได้ขอร่มมาบังแดดให้ผู้ป่วย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เขตพระนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือให้ออกซิเจนกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด ก่อนจะประสานไปยังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษเข้ามาเก็บศพผู้เสียชีวิต

พันตำรวจเอกสนอง แสงมณี ผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยล้มลง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ การประสานรถกู้ชีพ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และจิตอาสา ร่วมให้การช่วยเหลือโดยมีการให้ออกซิเจน จากการตรวจของแพทย์โรงพยาบาลศิริราชพบว่า ยังมีชีพจร แต่มีภาวะปอดอักเสบ จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ กระทั่งเวลา 17.00 น. ผู้ป่วยได้เสียชีวิตในที่สุด

เป็นเพราะมูลนิธิทำงานล่าช้าจริงหรือ?

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ชี้แจงประเด็นเก็บศพผู้เสียชีวิตโควิด-19 ล่าช้าว่า ต้องดำเนินการเก็บศพโควิดเป็นจำนวนหลายศพ ต้องใช้เวลาและความรอบคอบ เพื่อความปลอดภัย

วันที่ 20 กรกฎาคม มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 17.27 น. ว่าให้เข้าดำเนินการเก็บศพผู้เสียชีวิตบริเวณตรงข้ามวัดบวรฯ หลังแพทย์ชันสูตรเสร็จสิ้นเวลา 18.20 น. ว่าเป็นกรณีเสี่ยงโควิด-19 จึงต้องแจ้งทีมเก็บศพชุดพิเศษสำหรับโควิด-19 เข้าดำเนินการ

ในวันนั้นทีมสก๊อต หรือทีมเก็บศพโควิด-19 ของป่อเต็กตึ๊ง เข้าจัดการกรณีผู้เสียชีวิตทั้งหน้าศึกษาภัณฑ์และวัดบวรฯเสร็จสิ้นประมาณ 22.20 น.

ด้านมูลนิธิร่วมกตัญญูก็ให้ข้อมูลเรื่องการเก็บศพในสถานการณ์โควิด-19 กับไทยรัฐออนไลน์ไว้ว่า หากมีการแจ้งเหตุเข้ามา จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ หากพบว่าเสียชีวิต จะไม่เข้าไปเก็บศพทันที เพราะต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เวรเข้ามาตรวจสอบว่าติดโควิด-19 หรือไม่ เพราะทีมงานเองก็ต้องระวังการติดโรคด้วยเช่นกัน

เหตุการณ์ตรอกตรงข้ามวัดบวรฯเกิดขึ้นก่อนเที่ยง เรื่องราวทั้งหมดจบลงช่วง 4 ทุ่ม จากคำชี้แจงของทั้งเทศกิจ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ เป็นไปในทางเดียวกันว่า มูลนิธิฯต้องทำงานอย่างหนัก จึงทำให้เข้ามาถึงที่เกิดเหตุล่าช้า

คำถามคือ ทำไมหน้าที่เก็บศพ ขนย้ายศพไปยังโรงพยาบาล ถึงเป็นงานของมูลนิธิ คำตอบของเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปศตวรรษที่แล้ว

แบกหาม เข็นร่างผู้ตาย กำเนิดทีมเก็บศพชุดแรก

ศตวรรษก่อน ความตายถูกจัดการอย่างเรียบง่ายในวัดและสุสาน เป็นหน้าที่ของญาติในการจัดการร่างผู้ใกล้ชิด แต่เมื่อประชากรมากขึ้น ความตายย่อมมากขึ้นตาม และยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบ การจัดการกับความตายอย่างเป็นระบบจึงเกิดขึ้น

สมัยรัชกาลที่ 5 ชาวจีนโพ้นทะเลเดินทางเข้ามาอาศัยในประเทศไทยจำนวนมาก ปี 2452 พ่อค้าชาวจีน 12 คนรวมตัวกันตั้งคณะเก็บศพชื่อ ‘คณะเก็บศพไต้ฮงกง’ จัดการศพไร้ญาติ เนื่องจากป่าช้ามีไม่กี่แห่ง เมื่อเทียบกับร่างที่ต้องการที่ฝังประมาณ 800 ศพต่อปี

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการมาจากการเรี่ยไรในกลุ่มพ่อค้า ทำงานด้วยการหามศพ ต่อมาจึงใช้รถลากล้อไม้ 3 ปีแรกของคณะเก็บศพไต้ฮงกงคือการเก็บศพไปฝังที่สุสานสาธารณะ ซอยวัดดอน ประมาณปีละ 2,250 ศพ

ต่อมาช่วงปลายทศวรรษ 2470 มีคำบอกเล่าว่า เมื่อคนตายไม่มีญาติ มักบอกกันให้รถป๋องแป๋งมารับศพ เสียง ‘ป๋องแป๋ง’ เปรียบเสมือนเสียงไซเรน นิตยสารศิลปวัฒนธรรมอ้างถึงคำบอกเล่าของศิลปินนักดนตรีเก่าแก่ที่เกิดในย่านสี่พระยา ว่า เมื่อคนตายไม่มีญาติ มักบอกตะโกนบอกกันให้รถป๋องแป๋งมารับศพ

“ป๋องแป๋งเขาจะเคาะกลองใบเล็กๆ ดังโป๋งปั๋งๆๆ เหมือนอย่างเจ๊กย้อมผ้า แต่ว่าเจ๊กย้อมผ้าเขามีกลองอีกอย่าง ชาวบ้านเห็นคนตายก็จะบอกว่าตายอยู่ตรงนั้น คือเป็นสื่อตลอดทาง คือหาง่าย เดี๋ยวนี้บ้านอยู่ติดกันยังไม่รู้จักเลยว่าบ้านไหน”

ส่วนความหมายจริงของชื่อ ป่อเต็กตึ๊ง อ้างอิงคำบอกเล่าของ อุเทน เตชะไพบูลย์ คณะกรรมการมูลนิธิสมัยที่ 1 ป่อเต็ก แปลว่า การสนองคุณ ตึ๊ง แปลว่า ศาลา และอักษรจีน 'เสียง' ที่เป็นตราสัญลักษณ์นั้นสะท้อนแนวคิดหลักของมูลนิธิ

"เรามีอุดมการณ์โดยยึดถือสัญลักษณ์ที่อ่านว่า 'เสียง' เป็นหลัก คำนี้แปลได้หลายอย่าง ความเก่งกล้าก็ได้ ความชำนาญเชี่ยวชาญก็ได้ ความคุ้นเคยก็ได้ ใจดีก็เรียก 'เซียงซิม' แต่เอาอย่างตรงตัวง่ายๆ เสียงก็คือทำบุญกุศล"

ปี 2480 คณะเก็บศพไต้ฮงกงจัดตั้งเป็นมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทำงานสังคมสงเคราะห์ในด้านต่างๆ เช่น ช่วยเหลือผู้ยากไร้ และยังคงทำงานสำคัญคือ แบ่งเบาภาระราชการดูแลเรื่องศพ ตั้งแต่เก็บศพ พิมพ์นิ้วมือ ทำประวัติ และถ่ายรูปผู้ตาย จากนั้นส่งศพไปเก็บที่นิติเวช หรือโรงพยาบาลศูนย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป

จากประวัติหน่วยงานเก็บศพคณะแรกของไทย จึงพอเห็นคำตอบในเบื้องต้นว่า การทำหน้าที่เก็บศพนั้นเป็นงานของสาธารณกุศล หรือมูลนิธิมาโดยตลอด นอกจากป่อเต็กตึ๊งยังมีมูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิกู้ภัยสยามรวมใจ มูลนิธิสว่างคุณธรรม ฯลฯ

แม้ครั้งหนึ่งจะเคยมีการพูดถึงหน่วยงานเก็บศพของรัฐ ว่าควรมีผู้รับผิดชอบหน้าที่นี้ อาจเป็นนิติเวชของตำรวจ เพราะเป็นส่วนเกี่ยวข้องด้านกฎหมายและการชันสูตรโดยตรง แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานที่ว่าเกิดขึ้นจริงจัง และงานเก็บศพ ขนร่างคนตาย ก็ยังเป็นความรับผิดชอบของมูลนิธิที่ทำงานเพื่อการกุศล บนพื้นที่รอยต่อของราชการกับประชาชน ตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อน จนถึงทุกวันนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19เก็บศพป่อเต็กตึ๊งร่วมกตัญญูศพโควิดspecial contentpremium content

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 10:48 น.