หูดหงอนไก่ ติดต่อง่าย เป็นซ้ำบ่อย ไวรัสร้ายมากับเพศสัมพันธ์

ข่าว

    หูดหงอนไก่ ติดต่อง่าย เป็นซ้ำบ่อย ไวรัสร้ายมากับเพศสัมพันธ์

    ไทยรัฐออนไลน์

    4 ธ.ค. 2563 15:20 น.

    โรคเอดส์, เริม, หนองใน, ซิฟิลิส เป็น "โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์" ที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ยังมีอีกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่คนไม่ค่อยรู้จัก และติดต่อได้ง่าย กว่าจะเกิดอาการนานเป็นปี และมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้บ่อย ร้อยละ 30-70 หลังจากหยุดการรักษาไป 6 เดือน นั่นคือ “หูดหงอนไก่”

    : สาเหตุเกิดโรคหูดหงอนไก่ :

    หูดหงอนไก่ (Genital warts, Condyloma acuminata) อาจเรียกในชื่ออื่นอีกว่า หงอนไก่, หูดอวัยวะเพศ หรือหูดกามโรค เป็นหูดที่พบขึ้นบ่อยๆ บริเวณอวัยวะเพศทั้งหญิงและชายในช่วงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 16-25 ปี แต่ส่วนใหญ่จะพบได้ในผู้หญิงมากกว่า สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปบปิโลมาไวรัส  (Human papilloma virus) หรือเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ เชื้อ HPV ชนิด 6, 11 ซึ่งไม่ทำให้เกิดมะเร็ง โรคนี้ยังเกิดได้ในเด็ก โดยมักมีอาการที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า

    : 2 ช่องทางการติดต่อ โรคหูดหงอนไก่ :

    ส่วนใหญ่โรคหูดหงอนไก่มักติดต่อได้ 2 ช่องทางดัง คือ  ทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งพบได้มากถึง 50-70% ในกลุ่มวัยรุ่น และ การติดต่อจากแม่สู่ลูกระหว่างการคลอด ซึ่งพบได้จำนวนน้อยมาก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ ได้แก่ 

    1. มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย
    2. มีคู่นอนหลายคน
    3. มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
    4. มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ โดยเฉพาะชายรักชาย
    5. คู่นอนติดเชื้อหูดหงอนไก่
    6. ถูกข่มขืนกระทำชำเรา
    7. เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ผู้ชายที่ไม่ได้ขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ

    : อาการหูดหงอนไก่ ฟักตัวนานเป็นปี :

    ผู้ที่สัมผัสเชื้อ HPV ไม่ได้ติดโรคทุกราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะภูมิคุ้มกันและจำนวนเชื้อที่ได้รับ หากมีภูมิคุ้มกันดี หลังรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายมักไม่มีอาการใดๆ และภายใน 2 ปี เชื้อจะถูกกำจัดไปได้เองประมาณ 80-90% ส่วนผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจแสดงอาการออกมาให้เห็นหลังรับเชื้อเข้าไปแล้ว 1 เดือน-2 ปี หรือโดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 เดือน

    โรคหูดหงอนไก่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ไปจนถึงเริ่มจากรอยโรคเล็กๆ แล้วขยายตัวใหญ่ขึ้น เป็นติ่งเนื้องอกอ่อนๆ สีชมพูหรือสีเนื้อ ผิวขรุขระเป็นก้อนนูน หรือกลุ่มตุ่มขนาด 3-4 มิลลิเมตร มีสีน้ำตาลแดง ม่วง หรือดำ ผิวเรียบหรือขรุขระเล็กน้อย บริเวณอวัยวะเพศเป็นหลัก แล้วขยายตัวอย่างรวดเร็วจนมีลักษณะคล้ายหงอนไก่ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะเชื้อชนิดนี้ชอบอยู่บริเวณซอก หลืบ อับชื้น และหูดหงอนไก่ยังเกิดได้ในบริเวณปากช่องคลอด ผนังช่องคลอด ท่อปัสสาวะ หรือรอบทวารหนัก

    ผู้เป็นโรคนี้หากเนื้อหูดใหญ่ขึ้นและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจะทำให้ผู้ชายปัสสาวะไม่ออก ผู้หญิงมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะแสบ มีตกขาว คัน หรือมีแผลที่อวัยวะเพศ และมีโอกาสติดเชื้อกามโรคอื่นๆ เช่น ซิฟิลิส หนองใน พยาธิในช่องคลอด 

    : 3 วิธีการวินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่ :

    เนื่องจากไวรัสเอชพีวีไม่ทำให้เซลล์ตายหรือสลายไป การติดเชื้อถูกจำกัดอยู่เฉพาะในชั้นเยื่อบุ ไม่เข้าสู่กระแสเลือดหรือระบบน้ำเหลือง ร่างกายไม่เกิดภูมิต้านทานเหมือนโรคอื่น ทำให้เกิดซ้ำได้บ่อยๆ ร้อยละ 30-70 หลังจากหยุดการรักษาไป 6 เดือน  ในทางการแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่ได้ 3 วิธี ได้แก่

    1. ดูลักษณะของรอยโรคที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า
    2. ตรวจทางพยาธิวิทยาจากชิ้นเนื้อตรงรอยโรค
    3. ใช้กล้องส่องตรวจดูช่องคอหรือที่ทวารหนัก

    : 4 วิธีรักษาหูดหงอนไก่ :

    หาก “หูดหงอนไก่” มีขนาดเล็กกว่า 1 ตารางเซนติเมตร สามารถรักษาสำเร็จได้ง่ายด้วยยาโพโดฟิลลิน (Podophyllin) ชนิด 25% , ทาด้วยกรดไตรคลอโรอะซิติก หรือ ทีซีเอ (Trichloroacetic Acid – TCA) ชนิด 50-70%, ทาด้วยครีมอิมิควิโมด (Imiquimod cream) ชนิด 5% เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กำจัดเชื้อเอชพีวี (HPV) หรือ ทาด้วยยาโพโดฟิลอกซ์ (Podofilox) ชนิด 0.5% แต่หากเป็น “หูด” ขนาดใหญ่กว่านั้น ต้องเลือกใช้วิธีอื่นในการรักษา ดังนี้

    1. จี้ไฟฟ้า (Electrocauterization) หรือจี้ด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (Laser ablation) เพื่อตัดรอยโรคออก
    2. จี้ด้วยความเย็น (Cryotherapy) เป็นการใช้ไม้พันสำลีชุบด้วยไนโตรเจนเหลว (Liquid nitrogen) แล้วนำมาป้ายหรือพ่นเป็นสเปรย์ลงที่รอยโรค
    3. ผ่าตัดด้วยมีดผ่าตัด (Surgical excision) โดยจะอาศัยการฉีดยาชาเฉพาะที่ วิธีการรักษานี้เป็นวิธีที่ช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำของหูดหงอนไก่ได้มากที่สุด

    : 10 หลักวิธีการดูแลตนเอง ระหว่างรักษาหูดหงอนไก่ :

    1. พบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ
    2. หมั่นตรวจอวัยวะเพศตัวเองเพื่อหารอยโรค
    3. งดมีเพศสัมพันธ์ หากจำเป็นควรใช้ถุงยางอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ
    4. ล้างมือให้สะอาดด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำหลังสัมผัสรอยโรค
    5. รับประทานอาหารสุกสะอาด
    6. งดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา สารเสพติด
    7. งดสำส่อนทางเพศ
    8. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    9. ผู้หญิงที่เป็นหูดหงอนไก่บริเวณปากมดลูก อาจเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก ควรตรวจหามะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละครั้ง
    10. ระหว่างรักษาหูดหงอนไก่ หากมีอาการผิดปกติ หรือกังวลใจในอาการที่เป็นอยู่ ควรรีบพบแพทย์ก่อนนัด

    : 5 วิธีป้องกันหูดหงอนไก่ :

    การป้องกันการติดโรคหงอนไก่ ปัจจุบันไม่มีวิธีรักษาหูดหงอนไก่ได้ 100% แต่เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อเอชพีวี ควรปฏิบัติด้วยวิธี ดังต่อไปนี้

    1. มีเพศสัมพันธ์เฉพาะคู่นอนของตน
    2. ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ยิ่งมีโอกาสติดเชื้อเพิ่มขึ้น
    3. หากมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
    4. เมื่อพบรอยโรคต้องสงสัยหรือความผิดปกติที่สงสัยว่าเป็นหูดหงอนไก่ ควรรีบพบแพทย์
    5. ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ชนิด 4 สายพันธุ์ สามารถลดความเสี่ยงในการรับเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ และลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกด้วย

    : ข่าวน่าสนใจ :

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    เตือนจอดรถหน้า "ศาลพระกาฬ" เจอเจ้าจ๋อ รื้อ งัด แงะ หาของกินในรถ
    01:24

    เตือนจอดรถหน้า "ศาลพระกาฬ" เจอเจ้าจ๋อ รื้อ งัด แงะ หาของกินในรถ

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หูดหงอนไก่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์HPVอาการหูดหงอนไก่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอังคารที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 13:22 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์