
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดูเหมือนจะกำลังมีคำศัพท์ใหม่มาแทนที่ “FAANG” ชื่อเรียกที่มาจากอักษรนำหน้าชื่อของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
หลังจากยุคของ Facebook (ปัจจุบันคือ Meta), Amazon, Apple, Netflix และ Google (ปัจจุบันคือ Alphabet) ที่ครองความเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน กระแสการลงทุนในปี 2026 กำลังหันไปจับตาบริษัท AI และเทคโนโลยีอวกาศมากขึ้น จนเกิดคำเรียกกลุ่มบริษัทดาวเด่นยุคใหม่ว่า “MANGOS”
โดยตอนนี้คำว่า MANGOS กำลังได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดีย หลัง Krishna B. วิศวกร AI ได้โพสต์ภาพโลโก้ของบริษัทกลุ่มนี้บนแพลตฟอร์ม X และกลายเป็นไวรัลในหมู่นักลงทุนและผู้ติดตามอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
MANGOS ประกอบด้วยบริษัทที่ถูกมองว่าเป็นผู้นำเทคโนโลยีแห่งยุค AI ได้แก่
ซึ่งเราจะเห็นว่า โดยแก่นแท้แล้ว บริษัทเหล่านี้เป็นเจ้าของ "ชั้นโครงสร้างพื้นฐานในยุค AI" (AI Infrastructure Layer) ที่ต่างจาก FAANG ที่เติบโตจากยุคอินเทอร์เน็ตและสมาร์ตโฟน ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างแท้จริง
คำว่า FAANG ถูกคิดค้นขึ้นในปี 2013 และได้รับความนิยมจาก Jim Cramer พิธีกร CNBC เพื่ออธิบายกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงปี 2014-2019 มูลค่าของ FAANG เติบโตรวมกันประมาณ 178% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้นเพียงราว 46%
สัดส่วนของ FAANG ใน S&P 500 เพิ่มจาก 7.4% เป็น 14.4% ภายในเวลาเพียง 5 ปี ในบางช่วง FAANG คิดเป็นเกือบ 20% ของมูลค่าทั้งดัชนี S&P 500 และมีอิทธิพลต่อทิศทาง Nasdaq อย่างมหาศาล กล่าวง่ายๆ คือ ถ้า FAANG ขึ้น ตลาดก็จะขึ้นตาม แต่ถ้า FAANG ลง นักลงทุนทั่วโลกมักเจ็บตัวตามนั่นเอง
นอกจากนี้ FAANG ยังเป็นสัญลักษณ์ของ Mobile Internet หรือยุคสมาร์ตโฟนที่บริษัทสามารถครองผู้ใช้บนโลกอินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย อีคอมเมิร์ซ สตรีมมิงหรือโฆษณาดิจิทัล
ต่อมาในยุคหลังโควิด Michael Hartnett นักกลยุทธ์จาก Bank of America ได้เสนอคำว่า “Magnificent Seven” หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “7 นางฟ้า” เพื่ออธิบาย 7 หุ้นเทคโนโลยีที่ผลักดันดัชนี S&P 500 ได้แก่ Apple, Microsoft, Nvidia, Alphabet, Amazon, Meta และ Tesla
แต่ในปี 2026 นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่า AI กำลังกลายเป็นธีมการลงทุนที่สำคัญที่สุดของโลก เงินลงทุนระดับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เริ่มไหลกลับไปยังต้นน้ำหรือโครงสร้างพื้นฐาน เพราะทุกคนเชื่อว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกเหมือนที่ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตเคยเป็น
ส่งผลให้ชื่อของ OpenAI, Anthropic และ SpaceX ถูกยกขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำแห่งยุคใหม่แทนบริษัทเทคโนโลยีดั้งเดิมบางราย และขณะเดียวกันที่ Narrative เดิมในยุคของ FAANG ไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนให้เชื่อได้อีกต่อไป อย่างที่เราจะเห็นว่าหลายกองทุนในตอนนี้เริ่มลดสัดส่วนสินทรัพย์เก็งกำไรบางประเภท เพื่อเพิ่มน้ำหนักในธีม AI Infrastructure
สิ่งที่ทำให้ MANGOS ได้รับความสนใจ นอกจากสมาชิกทั้ง 6 ที่อยู่ในช่วงการเติบโตอย่างรวดเร็วแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแส IPO ของบริษัท AI ระดับ Frontier ที่กำลังจะเข้าตลาดพร้อมกัน นำโดย OpenAI, Anthropic และ SpaceX ที่ยื่นเอกสารเข้าตลาดแล้วกำลังทำให้นักลงทุนตื่นเต้นกันทั่วโลก
เพราะ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ทำให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถือหุ้น “ผู้นำ AI” โดยตรงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากก่อนหน้านี้ที่นักลงทุนรายหากต้องการลงทุนใน OpenAI หรือ Anthropic ต้องเป็น Venture Capital, Sovereign Wealth Fund หรือกองทุนเอกชนขนาดใหญ่ หรือบางส่วนต้องซื้อหุ้นเทคฯ ตัวอื่น อย่าง Nvidia, Microsoft, Alphabet, Amazon แต่หลังจากกระแส IPO ครั้งนี้นักลงทุนรายย่อยจะสามารถซื้อหุ้นในเจ้าของโมเดล AI ได้โดยตรง
โดยนักลงทุนจำนวนไม่น้อย มองว่าหากบริษัทเหล่านี้สามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง MANGOS อาจกลายเป็นกลุ่มบริษัทที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า เหมือนที่ FAANG เคยทำมาแล้วในยุคอินเทอร์เน็ต
อย่างไรก็ตามแม้กระแส MANGOS จะมาแรง แต่ไม่ได้หมายความว่า FAANG จะหมดความสำคัญไปเสียทีเดียว Amazon ยังคงเป็นผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซและคลาวด์คอมพิวติง Netflix ยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรมสตรีมมิงระดับโลก ขณะที่ Meta และ Google เองกำลังแข่งขันอย่างดุเดือดในการพัฒนา AI Agent รวมถึงชิปขั้นสูงของตนเองต่อเนื่องจากสามปีที่ผ่านมาที่บริษัทเข้าสู่สนามแข่งขัน AI พร้อมกับต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ จากโครงสร้างธุรกิจเดิม
สิ่งที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งก่อนหน้า ไม่ใช่เพียงผู้ใช้งานที่กำลังย้ายเข้าสู่โลก AI แต่เม็ดเงินลงทุนระดับหลายล้านล้านดอลลาร์จากทั้งรัฐบาล กองทุนสถาบัน บริษัทเทคโนโลยี และนักลงทุนรายย่อย ก็กำลังเคลื่อนตามไปในทิศทางเดียวกันด้วย
ในสายตานักลงทุน MANGOS อาจไม่ใช่แค่คำย่อใหม่ แต่กำลังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนศูนย์กลางการลงทุนของโลก จากการให้มูลค่ากับผู้ชนะของยุคอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์ม ไปสู่ผู้ชนะของยุค AI Infrastructure เต็มรูปแบบ
ที่มาข้อมูล Techcrunch , Yahoo Finance , Business Insider
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -