ออสเตรเลียหักภาษี 2.25% จากรายได้ Big Tech อุ้มห้องข่าวฝ่าวิกฤตสื่อ จุดชนวนเกมภาษีดิจิทัลโลก

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ออสเตรเลียหักภาษี 2.25% จากรายได้ Big Tech อุ้มห้องข่าวฝ่าวิกฤตสื่อ จุดชนวนเกมภาษีดิจิทัลโลก

Date Time: 29 เม.ย. 2569 18:05 น.

Video

น้ำมันไทย... วิกฤตินี้จบที่ตรงไหน? | Money Issue EP.52

Summary

กรณีศึกษา “ออสเตรเลีย” เปิดร่างกฎหมาย News Bargaining Incentive (NBI) บังคับ Big Tech จ่ายภาษี 2.25% จากรายได้กู้วิกฤตสื่อ

Latest


ออสเตรเลียกำลังกลายเป็นสนามทดลองสำคัญของโลกในการบังคับให้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีขนาดใหญ่จ่ายเงินคืนกลับให้กับอุตสาหกรรมข่าว หลังรัฐบาลเปิดร่างกฎหมาย News Bargaining Incentive (NBI) ที่ตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่า หาก Meta, Google และ TikTok ไม่ยอมทำดีลกับสำนักข่าวในประเทศ พวกเขาจะต้องจ่าย “ภาษี 2.25%” ของรายได้ในออสเตรเลีย โดยเงินที่จัดเก็บจะถูกนำไปสนับสนุนองค์กรสื่อ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับวงการข่าวในออสเตรเลีย

เก็บภาษีภาคบังคับ เอาเงิน Big Tech อุ้มคนทำข่าว

ย้อนกลับไปในปี 2021 ออสเตรเลียเคยออกกฎหมายบังคับให้แพลตฟอร์มจ่ายเงินให้สื่อ (News Media Bargaining Code) แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เงื่อนไขจากครั้งนั้นเปิดทางให้บรรดาแพลตฟอร์มสามารถเลือกที่จะถอดข่าวออกเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงิน ซึ่งขณะนั้น Meta ก็เลือกใช้วิธีนี้จริงในปี 2024 ทำให้การเข้าถึงข่าวของประชาชนลดลง รายได้ของสำนักข่าวหายไปทันที และเกิดการปลดพนักงานในห้องข่าวจำนวนมากหลังจากนั้น

การตัดสินใจของ Meta ทำให้เกิดช่องโหว่สำคัญในระบบกฎหมาย และเป็นที่มาของร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างนี้ โดยครั้งนี้ไม่ว่าแพลตฟอร์มจะเผยแพร่ข่าวหรือไม่ ก็ยังต้องเสียภาษีอยู่ดี
โดยร่างกฎหมายใหม่ กำหนดให้แพลตฟอร์มทั้งสาม (Meta, Google และ TikTok) ต้องเสียภาษีในอัตรา 2.25% ของรายได้ในออสเตรเลีย หากไม่สามารถทำข้อตกลงเชิงพาณิชย์กับสำนักข่าวในประเทศได้ และยิ่งทำข้อตกลงได้มากอัตราภาษีจะยิ่งลดลง โดยอาจลดลงเหลือ 1.5%

ทั้งนี้เงินจะถูกส่งมายังภาครัฐ และจะถูกกระจายงบประมาณนี้ให้กับองค์กรข่าว โดยพิจารณาจากจำนวนผู้สื่อข่าวเป็นตัวกำหนดการจัดสรร โดยแพลตฟอร์มจะได้รับส่วนลดภาษีมากขึ้น หากทำข้อตกลงกับสื่อขนาดเล็ก ตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนสื่อขนาดเล็กเป็นพิเศษ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้กลับเข้าสู่วงการสื่อออสเตรเลียราว 200-250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

Anika Wells รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสาร กล่าวว่า ผู้คนกำลังรับข่าวสารโดยตรงจาก Facebook, TikTok และ Google มากขึ้นเรื่อย ๆ และเรามองว่าเป็นเรื่องยุติธรรมที่แพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่จะต้องมีส่วนร่วมสนับสนุนงานข่าว ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับฟีดของพวกเขาและสร้างรายได้ โดยเธอย้ำอีกว่า “แพลตฟอร์มควรทำข้อตกลงกับองค์กรข่าว หากไม่ทำ พวกเขาก็จะต้องจ่ายมากขึ้น”

ขณะเดียวกันแถลงการณ์ร่วมจากผู้บริหารสื่อรายใหญ่ของออสเตรเลีย รวมถึง Nine Entertainment, Australian Broadcasting Corporation (ABC) และ News Corp Australia ระบุว่า แผนดังกล่าวถือเป็น “ก้าวสำคัญในการประกันอนาคตของอุตสาหกรรมข่าวออสเตรเลีย” โดยระบุว่า “หากแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่จ่ายเงินสำหรับการใช้เนื้อหาข่าวที่พวกเขาสร้างรายได้จากมันได้ ธุรกิจสื่อก็จะไม่สามารถยั่งยืนได้”

เสียงคัดค้านจาก Big Tech

ในด้านของท่าทีจากแพลตฟอร์มต่างไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน โฆษกของ Meta แย้งว่า แนวคิดที่ว่าแพลตฟอร์มนำเนื้อหาข่าวไปใช้จากผู้เผยแพร่ “ไม่เป็นความจริง” พร้อมเตือนว่าโมเดลนี้จะทำให้สื่อต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐ และถือเป็น Digital Services Tax หรือภาษีบริการดิจิทัลในอีกรูปแบบหนึ่ง

ด้าน Google ก็แสดงท่าทีคัดค้านเช่นกัน โดยระบุว่าแม้เรากำลังพิจารณาร่างกฎหมาย แต่เราชัดเจนว่าเราไม่เห็นด้วยกับความจำเป็นของภาษีนี้ ขณะที่ TikTok ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

ขณะที่รัฐบาล Donald Trump ของสหรัฐฯ แสดงท่าทีคัดค้านภาษีดิจิทัลที่มุ่งเป้าไปยังบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันมาโดยตลอด พร้อมขู่ใช้มาตรการภาษีนำเข้าเพื่อตอบโต้ประเทศที่ดำเนินนโยบายลักษณะนี้ ซึ่งล่าสุดทรัมป์ได้เตือนสหราชอาณาจักรว่าอาจเผชิญภาษีสูง หากไม่ยกเลิกภาษีดิจิทัลที่เรียกเก็บจากบริษัทอย่าง Google, Meta และ Apple

ซึ่งด้านรัฐบาลออสเตรเลีย นำโดยนายกรัฐมนตรี Anthony Albanese มุ่งมั่นให้ร่าง NBI มาแทนที่กฎหมายในปี 2021 เนื่องจากกฎหมายเดิมไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป และมั่นใจว่าเราเป็นประเทศอธิปไตย และยืนยันว่า “การตัดสินใจของรัฐบาลตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของชาติ”

ทั้งนี้ออสเตรเลียไม่ใช่ประเทศเดียวที่เดินหน้าในประเด็นนี้ โดยแคนาดา บราซิล และสหภาพยุโรป (EU) ต่างก็มีความพยายามคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์ยังแตกต่างกันออกไป เช่น ในแคนาดา กฎหมายปี 2023 ทำให้ Meta เลือกถอดข่าวออกจากแพลตฟอร์ม ขณะที่บราซิลยังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาตั้งแต่ปี 2019 ส่วนสหภาพยุโรปมีข้อบังคับแล้ว แต่การบังคับใช้ยังไม่สม่ำเสมอ

ในทางกลับกันที่แอฟริกาใต้ ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โดยหน่วยงานกำกับดูแลสามารถเจรจาข้อตกลงโดยตรงกับ Google, Meta, TikTok และ Microsoft ได้สำเร็จ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะเวลา 5 ปี เพื่อสนับสนุนสื่อท้องถิ่น

ทั้งนี้หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านการอนุมัติ การจัดเก็บภาษีจะเริ่มในปีงบประมาณ 2025-2026 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม โดยจะใช้กับบริษัทที่มีบริการโซเชียลมีเดียหรือเสิร์ชเอนจินในออสเตรเลียในระดับที่มีนัยสำคัญ และมีรายได้ในประเทศเกิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐออสเตรเลีย หรือประมาณ 179.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุม Meta, Google และ TikTok ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาจากร่างครั้งก่อน




ที่มาข้อมูล Reuters  

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ