
แกร็บ ประเทศไทย โชว์ผลงานปี 68 พร้อมเผยแผนสำหรับธุรกิจในปี 69 เตรียมบุกเซกเมนต์ใหม่ เพิ่มบริการให้ครอบคลุมทั้งร้านค้า คนขับ และลูกค้าบนแพลตฟอร์ม ครอบคลุมทั้งอีโคซิสเตม พร้อมเตรียมบุกเปิดบริการสินเชื่อบุคคลให้ลูกค้าเป็นครั้งแรก หลังเปิดให้ร้านค้าพาร์ทเนอร์และไรเดอร์มาแล้ว
แกร็บ ประเทศไทย (Grab Thailand) เผยผลงานปี 2568 ธุรกิจการเดินทางและธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีโตดีท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยากลำบาก พร้อมไปต่อกับกลยุทธ์ Saver และ Premium ชูทั้งบริการแบบประหยัดและคุ้มค่าให้ครอบคลุมทั้งอีโคซิสเต็ม และปี 2569 นี้เตรียมขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มใหม่ ๆ ซึ่งรวมไปถึงธุรกิจสินเชื่อบุคคลให้กับลูกค้าแกร็บ ตลอดจนอัพเกรดบริการเดิมเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่มากขึ้น
สำหรับบริการสินเชื่อนั้น ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แกร็บได้หันมาให้บริการกับบุคคลทั่วไป ในชื่อว่า Grab Quick Cash บริการสินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ โดยออกผลิตภัณฑ์นี้มาเพื่อช่วยเหลือลูกค้าของแกร็บที่ต้องการเงินทุนไปสร้างอาชีพ ให้วงเงินสูงสุด 20,000 บาท ผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนเมษายนนี้
เกณฑ์การพิจารณาปล่อยสินเชื่อนี้แกร็บจะไม่ได้เปิดให้กับผู้ใช้ทุกคน แต่จะมีการพิจารณาตามคุณสมบัติและพฤติกรรมของผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม ผู้ใช้จะต้องใช้งาน Grab มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือน และต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป
ก่อนหน้านี้ Grab การเงิน ก็ได้มีบริการสินเชื่อแก่ร้านค้าพาร์ทเนอร์ในชื่อว่า สินเชื่อเงินสดทันใจพลัส เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการประกอบอาชีพวงเงินสูงสุด 2,000,000 บาท และ สินเชื่อเงินสดทันใจ วงเงินสูงสุด 100,000 บาท และสำหรับไรเดอร์และไดร์ฟเวอร์เป็น สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ มีวงเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ทั้งนี้ แกร็บมุ่งมั่นมาต่อเนื่องที่จะขยายธุรกิจออกไปมากกว่าการเป็นผู้ให้บริการขนส่ง เพื่อที่จะเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจ แม้ว่าที่ผ่านมาจะยังคงเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดเดลิเวอรีและมีรายได้เติบโตติดต่อกันมา
ในปี 2568 ที่ผ่านมา ตามรายงานของ Momentum Works ระบุว่า ตลาดฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ 5,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โตแรงเป็นอันดับที่ 2 ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองจากตลาดใหญ่อย่างอินโดนีเซีย โดยที่แกร็บยังคงเป็นผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่ครองส่วนแบ่งในตลาดมากที่สุดที่ 47% ซึ่งการเติบโตนี้ยังเป็นไปตามทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2568 โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 15%
ปีที่ผ่านมา แกร็บชูบริการที่มอบความคุ้มค่าแก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น GrabBike Saver ที่เริ่มต้นแค่ 19 บาท GrabCar Saver และ Delivery Saver เป็นตัวเลือกราคาประหยัดกว่าให้กับลูกค้า ส่งผลให้มีการเติบโตทั้งในแง่ของแพลตฟอร์มและอีโคซิสเต็ม
จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในเศรษฐกิจที่ท้าทาย การเติบโตยังเกิดขึ้นได้ หากเราทำให้ความคุ้มค่าเข้าถึงทุกคน การเติบโตของเราไม่ได้วัดแค่ตัวเลข แต่คือการเติบโตไปพร้อมกันของทั้งอีโคซิสเต็ม ประกอบไปด้วยไรเดอร์ ไดร์ฟเวอร์ ร้านค้า ร้านอาหาร และลูกค้า”
พร้อมกันนี้ ยังได้มีการอธิบายภาพการเติบโตของธุรกิจต่าง ๆ ของแกร็บ ประเทศไทย ไว้ดังนี้
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา แกร็บยังได้รับอานิสงส์จากโครงการคนละครึ่งพลัส โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและอยู่บนแพลตฟอร์มนั้นมียอดขายโตขึ้นถึง 3 เท่าจากช่วงปกติ และพบว่าหลังจบแคมเปญแล้ว 50% ของร้านค้ายังคงโตต่อ
พร้อมกันนี้ยังมีการส่งเสริมความสามารถของ “คน” ทั้งอีโคซิสเต็มของแกร็บ ไม่ว่าจะเป็นบริการ Merchant AI Assistant ช่วยร้านค้าดูยอดขาย แนะนำโปร และแนะนำ Bundle Menu เปิดโครงการพัฒนาทักษะคนขับให้สื่อสารได้อย่างมีคุณภาพ แจกทุนการศึกษาให้กับครอบครัวของคนขับ และผลักดันการใช้งานรถ EV ให้คนขับสามารถผ่อนรถ EV ขณะขับแกร็บ เพื่อเป็นเจ้าของได้ในอนาคต
จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม อธิบายว่า ในปีนี้แกร็บจะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 คือการสร้างสมดุลระหว่าง “ความคุ้มค่า” และ “คุณภาพ” ในขณะที่มีบริการราคาคุ้มค่าอย่าง Saver ก็มีบริการไฮเอนด์แบบ Premium ไปพร้อมกัน เพื่อให้ทุกบริการครอบคลุมลูกค้าในหลากหลายเซกเมนต์ โดยในปี 2569 นี้แกร็บมีแผนที่จะขยายธุรกิจออกไปในกลุ่มอื่น ๆ อีกเพื่อดึงลูกค้ากลุ่มอื่นมาสู่แพลตฟอร์มอีก
โดยธีมหลักในปีนี้ตามแผนของแกร็บคือ Winning with Purpose Together ผสานทั้งอีโคซิสเต็มให้เติบโตไปด้วยกัน โดยเปิดตัวและผลักดันกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้
“ปี 2569 จะไม่ใช่แค่ปีแห่งการเติบโต แต่คือปีที่แกร็บเร่งเครื่องเต็มกำลัง เพื่อขับเคลื่อนทั้งแพลตฟอร์มไปข้างหน้าอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ การต่อยอดนวัตกรรม ไปจนถึงการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับพาร์ทเนอร์ในทุกมิติของธุรกิจ” จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กล่าว
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney