Spotify เดิมพัน AI เต็มสูบ เชื่อม ChatGPT เพิ่มฟีเจอร์หาเพลงตามอารมณ์ วางเกมใหม่ดันผู้ใช้อยู่ยาว

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Spotify เดิมพัน AI เต็มสูบ เชื่อม ChatGPT เพิ่มฟีเจอร์หาเพลงตามอารมณ์ วางเกมใหม่ดันผู้ใช้อยู่ยาว

Date Time: 23 มี.ค. 2569 18:10 น.

Video

ปลุก “ต่อมเอ๊ะ” ยังไง ไม่ให้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน? กับ ดร.เอ็ม - ดร.กร | Money Issue EP.51

Summary

Spotify เปิดตัว 'Prompted Playlist' ให้ผู้ใช้พรีเมียมสร้างเพลย์ลิสต์ผ่าน ChatGPT ได้

  • ฟีเจอร์ใหม่ใช้ AI แนะนำเพลงตามอารมณ์, แนวเพลง, หรือหัวข้อที่ผู้ใช้ต้องการ
  • เปิดให้บริการในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และนิวซีแลนด์
  • Spotify เน้น AI เป็นแกนหลักในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้
  • ผู้บริหาร Spotify มองว่าการใช้ AI จะช่วยให้ผู้ใช้สร้างเพลย์ลิสต์ได้ง่ายขึ้นและเพิ่มความผูกพันกับแพลตฟอร์ม

Spotify อีกหนึ่งแพลตฟอร์มสตรีมเพลงที่กำลังผลักดันผู้ใช้เข้าสู่ยุค AI มากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากออกฟีเจอร์ AI ใหม่มาต่อเนื่อง แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จกับเครื่องมือแนะนำเพลงด้วย AI มากนัก แต่ล่าสุด Spotify เดินหน้าใหม่อีกครั้ง เปิดตัวฟีเจอร์ “Prompted Playlist” ร่วมกับ OpenAI ให้สมาชิกพรีเมียมของ Spotify สามารถสร้างเพลย์ลิสต์ได้ผ่านการพร้อมพ์บน ChatGPT 


ฟีเจอร์ใหม่ Prompt ด้วย AI คืออะไร?

Prompted Playlist คือ ฟีเจอร์ใหม่ ที่ผู้ใช้สามารถเชื่อม Spotify เข้ากับ ChatGPT ได้โดยตรง ผู้ใช้ Spotify สามารถพิมพ์คำสั่งพร้อมพ์ (Prompt) เพื่อค้นหาเพลง ศิลปิน อัลบั้ม เพลย์ลิสต์ หรือพอดแคสต์ได้ตามอารมณ์ (Mood) แนวเพลง (Genre) หรือหัวข้อ (Topic) ที่ตัวเองสนใจ ณ เวลานั้น หรือปรับให้เหมาะกับความรู้สึกในเวลานั้นได้ตามใจ

ตัวอย่างพร้อมพ์เช่น “ลิสต์เพลงป๊อปและฮิปฮอปจังหวะเร้าใจ สำหรับการวิ่ง 5K ระยะเวลา 30 นาที ที่ช่วยรักษาความเร็วให้คงที่ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนเข้าสู่เพลงสบาย ๆ ในช่วงคูลดาวน์”

โดยผลลัพธ์จะปรากฏใน ChatGPT และสามารถกดเปิดฟังต่อในแอป Spotify ได้ทันที นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถโต้ตอบกับคำแนะนำเหล่านั้นได้ ทำให้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดกว่าระบบเดิมที่มีเพียงปุ่มชอบ / ไม่ชอบ

นอกจากนี้ ฟีเจอร์นี้ยังเป็นแนว Vibe-based ที่ให้ผู้ใช้พิมพ์ความรู้สึกหรือความทรงจำ เพื่อสร้างเพลย์ลิสต์เฉพาะตัว (Personalized Playlist) ได้ทันที

โฆษกของ Spotify ระบุว่า การพร้อมพ์เพื่อสร้างเพลย์ลิสต์เหล่านี้คือ “โอกาสในการค้นพบเพลงใหม่ และยังเหมาะกับผู้ฟังที่อยากย้อนกลับไปฟังเพลงโปรดเก่า ๆ รวมถึงต่อยอดบทสนทนาใน ChatGPT ด้วยซาวด์แทร็กที่เข้ากับช่วงเวลานั้นได้”

ฟีเจอร์นี้เป็นแบบ Opt-in ที่ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ตลอดเวลา โดยบริษัทระบุว่าจะไม่มีการแชร์เนื้อหาเพลงหรือพอดแคสต์ให้ OpenAI เพื่อนำไปใช้ฝึกโมเดล AI ลดข้อกังวลว่าจะมีการนำไปใช้อย่างไม่ถูกลิขสิทธิ์

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้เฉพาะสมาชิกพรีเมียมในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และล่าสุดในนิวซีแลนด์


ทำไม Spotify มองว่าเป็นเกมที่จะชนะได้ยาว?

ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟังเพลง บริษัทเทคโนโลยีก็หันมารุกตลาดสตรีมเพลงดุเดือดขึ้น ซึ่งทั้ง Apple และ Amazon ก็ไม่หยุดพัฒนาระบบแนะนำเพลงด้วย AI อย่างจริงจัง อย่างเช่น Apple Music เพิ่มฟีเจอร์ “Playlist Playground” (เวอร์ชัน Beta) เน้นการโต้ตอบกับ AI ผ่านแชต

ก่อนหน้านี้ Spotify ได้มีการลงทุนในเทคโนโลยี AI พร้อมกับเปิดตัวฟีเจอร์ที่ผูกกับ AI ออกมาต่อเนื่อง อย่างในปี 2024 เปิดตัว AI DJ ฟีเจอร์ที่จะให้ผู้ฟังเข้าถึงเพลงใหม่ ๆ คล้ายกับการฟังเพลงจากวิทยุ เพื่อให้ผู้ฟังได้ออกจากคอมฟอร์ตโซนและเข้าถึงเพลงที่ไม่เคยฟังมาก่อน

ผู้บริหารของ Spotify ย้ำมาโดยตลอดว่า AI คือ “แกนหลัก” ของกลยุทธ์ในการทำให้ผู้ใช้ติดแพลตฟอร์มติดตามต่อในระยะยาวเพิ่มมากขึ้น โดยในการประกาศผลประกอบการล่าสุด บริษัทระบุว่า การพัฒนา AI ด้านการค้นหาเพลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานใช้เวลาบนแพลตฟอร์มมากขึ้น

Alex Norström ที่เพิ่งขึ้นมาเป็น Co-CEO ขณะที่ Daniel Ek ก้าวลงจากตำแหน่ง กล่าวว่า “การลงทุนด้าน Personalization และ AI ของเราเริ่มเห็นผลแล้ว ผู้ใช้เข้ามาใช้งานบ่อยขึ้นและในหลากหลายช่วงเวลามากขึ้น”

“มันเปิดโอกาสให้คุณกำหนดกฎ และสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเองได้ เหมือนเขียนอัลกอริทึมของตัวเองขึ้นมาเลย” Alex Norström กล่าว

ที่ผ่านมา ศิลปินมากมายทยอยถอนตัวออกจากบริการสตรีมเพลงรวมไปถึง Spotify และเรียกร้องให้มีการปฏิวัติระบบของแพลตฟอร์ม หลังมองว่าระบบแนะนำเพลงไม่เป็นธรรม ศิลปินใหม่ไม่มีพื้นที่ในการโปรโมตเพลง รวมไปถึงการลงทุนด้าน AI และเปิดพื้นที่ให้เพลงที่สร้างโดย AI เข้ามาในแพลตฟอร์มมากขึ้น ตลอดจนเรื่องผลตอบแทนศิลปินที่ไม่เป็นธรรมเช่นกัน

Michael Pachter ที่ปรึกษาอาวุโสด้านสื่อดิจิทัล กีฬา และความบันเทิงของ Wedbush Securities ซึ่งติดตามและวิเคราะห์อุตสาหกรรมสตรีมมิงมาอย่างยาวนานในฐานะนักวิเคราะห์ระบุว่า “ต้นทุนการเปลี่ยนแพลตฟอร์มฟังเพลงของผู้ฟัง อาจดูเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมีผลมาก เพราะผู้ใช้สร้างคลังเพลง เพลย์ลิสต์ และฝึกอัลกอริทึมมานานหลายปี”

ดังนั้น การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ Spotify ระบุว่าตอนนี้เชื่อมกว่า 2,000 ประเภทเข้ากับแพลตฟอร์ม รวมถึง AI Chatbot จะยิ่งทำให้อีโคซิสเต็มของแพลตฟอร์มแข็งแรงขึ้น

Michael Pachter มองว่า “การเชื่อมต่อกับ ChatGPT จะถูกใช้งานอย่างแพร่หลายและประสบความสำเร็จสูง โดยคู่แข่งอาจทำตามได้ แต่ยิ่งคุณสร้างเพลย์ลิสต์ใน Spotify มากเท่าไร ต้นทุนในการย้ายก็ยิ่งสูงขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ Spotify กำลังเดิมพัน”

ด้าน Bank of America ระบุว่า Spotify กำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงจาก AI โดยตรง และเลือกใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมความแข็งแกร่ง 

Gustav Söderström อีกหนึ่ง Co-CEO ของ Spotify กล่าวว่า การสร้างแอปฯ เพลงที่พูดคุยกับผู้ใช้ได้ และเข้าใจผู้ใช้จะเปลี่ยนการฟังเพลง ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ใช้ชอบ Bon Jovi และ Guns N’ Roses แต่ไม่ชอบ Def Leppard เครื่องมือ AI แบบใหม่สามารถตัดศิลปินที่ไม่ชอบออกได้โดยตรงซึ่งระบบเดิมทำได้ยาก

Gustav Söderström กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่ “เพลงที่มีอยู่แล้ว แต่คือข้อมูลใหม่ที่กำลังถูกสร้าง” พร้อมอธิบายต่อว่า “เราเคยมี Dataset แบบ Song-to-Song แต่ไม่เคยมี Language-to-Song แบบนี้มาก่อน” 


ที่มา: CNBC [1][2][3], Spotify


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ