
Alibaba รายงานรายได้ไตรมาสล่าสุด 41.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาดการณ์ และกำไรสุทธิลดลง 66%
แม้ผลประกอบการล่าสุดจะส่งสัญญาณชะลอตัว แต่ Alibaba กลับเลือกเดินเกมตรงกันข้าม โดยการเร่งลงทุนและปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อเดิมพันอนาคตกับ AI อย่างเต็มตัว
Alibaba รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดซึ่งสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 บริษัทมีรายได้เพียง 284.8 พันล้านหยวนหรือราว 41.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ขณะที่กำไรสุทธิร่วงลงกว่า 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 15.6 พันล้านหยวนหรือราว 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนแรงกดดันจากทั้งการแข่งขันในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และต้นทุนการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขที่ออกมาต่ำกว่าคาด ไม่ได้เกิดจากดีมานด์ที่หายไปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยบริษัทระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงมาจากกำไรจากการดำเนินงานที่ร่วงลงถึง 74% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งได้รับผลกระทบจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในธุรกิจส่งด่วน (Quick Commerce) เพื่อสู้ศึกเดลิเวอรี การพัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้ โดยเฉพาะการลงทุนใน AI และ Cloud ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานร่วงลงอย่างหนัก และลากกำไรสุทธิให้ลดลงตาม
Eddie Wu ซีอีโอของบริษัทระบุว่า AI จะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตหลักของ Alibaba พร้อมประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า ภายใน 5 ปี Alibaba ต้องสร้างรายได้จาก AI และคลาวด์ให้ได้ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ตัวเลขนี้หมายถึงการเติบโตระดับ 5 เท่า หรือเฉลี่ยราว 35% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงมาก และสะท้อนว่า AI จะกลายเป็นเสาหลักใหม่ของ Alibaba หลังจากนี้
ปัจจุบันธุรกิจคลาวด์ของ Alibaba เติบโต 36% ต่อปี และรายได้จากผลิตภัณฑ์ AI โตระดับสามหลักต่อเนื่อง 10 ไตรมาส ไตรมาสล่าสุด กลุ่มธุรกิจ Cloud Intelligence ของบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 36% อยู่ที่ 43.3 พันล้านหยวนหรือราว 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก Public Cloud และการใช้งานผลิตภัณฑ์ AI ที่เพิ่มขึ้น
Alibaba เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีจีนที่กำลังเร่งลงทุนเพื่อไล่ตามบริษัทสหรัฐในสนาม AI อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่ผ่านมา Alibaba ได้ประกาศแผนลงทุนระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐใน AI และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อเปลี่ยนผ่านจากบริษัทอีคอมเมิร์ซไปสู่การเป็นผู้นำด้าน AI
โร้ดแม็ปใหม่นี้ Alibaba ได้ยกเครื่ององค์กรครั้งใหญ่ ตั้งหน่วยธุรกิจใหม่เพื่อรวมงานด้าน AI ทั้งหมดไว้ภายใต้โครงสร้างเดียว สะท้อนความมุ่งมั่นในการเปลี่ยน AI เป็นรายได้อย่างจริงจัง
หน่วยงานใหม่ชื่อ “Alibaba Token Hub” หรือ ATH จะรวบรวมทั้งทีมวิจัย โมเดล AI ผลิตภัณฑ์ และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน โดยมี Eddie Wu ซีอีโอเป็นผู้ดูแลโดยตรง ครอบคลุมทีมพัฒนาโมเดล Qwen (โมเดล AI หลักของบริษัท) ธุรกิจแอปฯ สำหรับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ AI สำคัญ DingTalk (แอปสื่อสารองค์กรคล้าย Slack) และอุปกรณ์ภายใต้แบรนด์ Quark เช่น แว่นอัจฉริยะ
โดยการรวมศูนย์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งการทำงานร่วมกันระหว่างทีมวิจัย พัฒนา และออกแบบ พร้อมทั้งผลักดันการสร้างรายได้จาก AI อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งชื่อ Token Hub สะท้อนแนวคิดสำคัญของธุรกิจ AI ในยุคนี้ เพราะ Token คือหน่วยการประมวลผลที่ใช้เป็นฐานคิดค่าบริการ กล่าวคือ Alibaba กำลังโฟกัสชัดเจนไปที่ การ Monetize AI หรือทำให้ AI กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จริง
การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากบริษัทเผชิญคำถามต่อทิศทาง AI โดยเฉพาะหลังการลาออกแบบกะทันหันของ Junyang Lin หัวหน้าทีมพัฒนา Qwen ซึ่งการจากไปของเขาสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการและตั้งคำถามต่อความต่อเนื่องของงานวิจัยระดับแนวหน้า
นักวิเคราะห์มองว่า การตั้ง Alibaba Token Hub จะช่วยให้บริษัทประสานงาน AI ได้ดีขึ้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น และอาจจะสร้างรายได้จาก AI ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ Alibaba มี ecosystem ทั้งฝั่งผู้บริโภคและองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอาจกลายเป็น “ข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง” เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม Alibaba ยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนการทำเทคโนโลยีที่ยังคงพุ่งสูงจากสงครามราคาทั้ง AI และ E-Commerce ต่างต้องเผาเงินเพื่อแย่งผู้ใช้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการจ่าย Subscription ให้กับซอฟต์แวร์ ซึ่งทำให้การหาเงินจาก AI ในสนามนี้ยากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้คู่แข่งที่ดุเดือด ไม่ว่าจะเป็น Tencent ที่มีความได้เปรียบจาก WeChat หรือ ByteDance ที่มีแอป Doubao ที่แข่งกันทำแอปฯ AI ขณะที่สตาร์ทอัพอย่าง DeepSeek หรือ MiniMax เลือกเล่นเกมโอเพนซอร์สทำให้ราคาถูกลงทั้งตลาด
การปรับโครงสร้างล่าสุด Alibaba จึงต้องหันกลับมาเน้นลูกค้าองค์กรมากขึ้น ซึ่งมีศักยภาพสร้างรายได้สูงกว่า ซึ่งล่าสุด Alibaba ได้เปิดตัวบริการ Agentic AI สำหรับองค์กรชื่อ “Wukong” ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้าองค์กร ใช้งานผ่านเว็บไซต์หรือ DingTalk และเชื่อมกับระบบนิเวศของ Alibaba เช่น Taobao และ Alipay ล้วนถูกคาดหวังให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่หลังจากนี้
การรีสตรักเจอร์ครั้งนี้จึงถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Alibaba กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านจากบริษัทอีคอมเมิร์ซไปสู่บริษัท AI จีนที่ร่วมเดิมพันอนาคตกับ AI และกำลังเดินบนเส้นทางที่คล้ายบิ๊กเทคทั่วโลกที่ยอมแลกกำไรระยะสั้นเพื่อครองอนาคตระยะยาว
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -