ทำไมผู้นำโลกต้องรวมตัวที่ India AI Summit? เวทีเปลี่ยนบทบาท ขยับจากผู้ใช้ สู่คนกำหนดเกมเทคโนโลยี

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ทำไมผู้นำโลกต้องรวมตัวที่ India AI Summit? เวทีเปลี่ยนบทบาท ขยับจากผู้ใช้ สู่คนกำหนดเกมเทคโนโลยี

Date Time: 17 ก.พ. 2569 15:33 น.

Video

ยุคนี้เก็บเงินอย่างเดียวไม่พอ! Gen Z มั่งคั่งได้ไง? กับ ท็อป Bitkub | Thairath Money Night Stand EP.29

Summary

ปีนี้อินเดียเป็นเจ้าภาพงาน India AI Impact Summit 2026 เวทีใหญ่ร่วมกำหนดบทบาทของ AI ที่เหล่าผู้นำประเทศและผู้บริหารบิ๊กเทคต่างตบเท้าเข้าร่วม โดยอินเดียจะยกเวทีนี้ขึ้น สร้างการรับรู้ให้ทั่วโลก ในฐานะที่อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของโลกทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

Latest


เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ “อินเดีย” ได้เปิดฉากงาน India AI Impact Summit 2026 อย่างเป็นทางการ นับว่าเป็นงานใหญ่ระดับโลกด้านเทคโนโลยี AI ที่อินเดียจะใช้เวทีนี้เพื่อสร้างแรงกระเพื่อม เพิ่มการรับรู้ให้กับประเทศในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของโลก

ท่ามกลางสนาม AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลก พลิกตลาดแรงงาน จนเกิดการตั้งคำถามใหม่เรื่องกฎระเบียบ ความมั่นคง และจริยธรรม สำหรับงาน AI Summit ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 โดยก่อนหน้านี้เคยจัดขึ้นไปแล้วในสหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส เวทีนี้พัฒนามาจากการประชุมขนาดเล็กที่เน้นเรื่องความปลอดภัยของ AI ขั้นสูง ไปสู่มหกรรมงานขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรม และยังเป็นงานที่รวมเอาผู้นำประเทศ รัฐบาล รัฐมนตรี ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ตลอดจนนักวิจัย เพื่อหารือบทบาทของ AI ในการผลักดันการเติบโตอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีความรับผิดชอบ


อินเดีย “สะพานเชื่อม” โลกกับกลุ่ม Global South

สำหรับอินเดีย ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกและเป็นหนึ่งในตลาดดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุด งานนี้ถือเป็นโอกาสฉายภาพตัวเองในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับกลุ่ม Global South หรือกลุ่มประเทศโลกใต้ (หรือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา)

ด้วยประสบการณ์ของอินเดียในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล แพลตฟอร์มการชำระเงิน ตลอดจนการเป็นตลาดที่สตาร์ทอัพเทคเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยสำคัญของการเติบโต คือ กลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวสายเทคโนโลยี และแหล่งบุคลากรขนาดมหาศาล ส่งผลให้อินเดียกลายเป็น “สมรภูมิการเติบโต” แห่งใหม่สำหรับบริษัทเทคที่จะเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้

Narendra Modi นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่จะเข้าร่วมเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ได้โพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “งานครั้งนี้เป็นหลักฐานว่าประเทศของเรากำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังสะท้อนศักยภาพของเยาวชนอินเดีย” 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลของ Modi ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ต้องการให้อินเดียก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน “มหาอำนาจเทคโนโลยี” ของโลก โดยอินเดียได้อนุมัติโครงการด้านเซมิคอนดักเตอร์มูลค่ากว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างซัพพลายเชนภายในประเทศ พร้อมสนับสนุนให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ อย่างเช่น Apple เข้าไปเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้าในประเทศอินเดีย

ในงานนี้จะมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมหลายคน ในฝั่งของผู้นำประเทศ จะมี Emmanuel Macron ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ Luiz Inácio Lula da Silva ประธานาธิบดีบราซิล ส่วนฝั่งบิ๊กเทค จะประกอบไปด้วย Sam Altman ซีอีโอ OpenAI และ Sundar Pichai ซีอีโอ Alphabet นอกจากนี้ยังมี Dario Amodei แห่ง Anthropic และ Demis Hassabis ซีอีโอ Google DeepMind, Brad Smith ประธาน Microsoft และ Yann LeCun ประธานบริหาร AMI Labs


อินเดียได้อะไรจากงานนี้?

แน่นอนว่า AI คือหัวใจสำคัญของงานครั้งนี้ โดยมี 3 มุมหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ผู้ใช้งาน และบุคลากร ซึ่งในงานนี้มีแนวโน้มว่าบริษัทใหญ่หลายแห่งจะประกาศการลงทุนก้อนโตในอินเดีย ขณะที่อินเดียเองก็จะเร่งโปรโมตโอกาสทางธุรกิจในประเทศอย่างเต็มที่

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่าจะมีการประกาศดีลลงทุนขนาดใหญ่เกี่ยวกับศูนย์ข้อมูล AI เนื่องจากความต้องการประมวลผลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทเทคต่างกระหายพลังประมวลผลมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Amazon, Microsoft และ Intel ได้ประกาศว่าจะมีการเข้าไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานและชิป AI ในอินเดีย

ในด้านผู้ใช้งาน อินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ของ OpenAI โดยมีจำนวนผู้ใช้งาน ChatGPT สูงสุดเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐฯ และชาวอินเดียยังเป็นกลุ่มนักเรียนที่ใช้งาน ChatGPT มากที่สุดด้วย โดยทั้ง OpenAI และบริษัทคู่แข่งอย่าง Perplexity AI ต่างก็เปิดให้ใช้งานเครื่องมือฟรี เพื่อแย่งชิงผู้ใช้ และข้อมูลที่อาจมีมูลค่าสำหรับการฝึกโมเดลเพิ่มเติมในอนาคต และที่สำคัญ อินเดียยังไม่มีคู่แข่งท้องถิ่นรายใหญ่ในตลาดแชตบอต AI จากสหรัฐฯ ทำให้เป็นโอกาสทองในการขยายฐานผู้ใช้ในกลุ่มประชากรที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีสูง

ด้านบุคลากร อินเดียถูกมองว่าเป็นโรงงานผลิตบุคลากร AI และมีศักยภาพด้านบุคลากร AI อย่างมาก โดยจำนวน Global Capability Centers (GCC) ในอินเดียมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง GCC เป็นศูนย์ปฏิบัติการนอกประเทศที่บริษัทข้ามชาติจัดตั้งขึ้น ตามข้อมูลของ ANSR กว่า 60% ของ GCC ที่ตั้งขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นด้าน AI ข้อมูล วิศวกรรมดิจิทัล หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมากกว่า 80% ของ GCC ที่คาดว่าจะเปิดในอีก 6-8 เดือนข้างหน้า จะขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก

นอกจากนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลอินเดียยังมีการสนับสนุนการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้บริษัทหน้าใหม่เข้า IPO ในตลาดหุ้น ซึ่งล่าสุด อินเดียได้จัดสรรงบประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น Venture Capital ที่รัฐสนับสนุน โดยกองทุนนี้จะลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน AI และการผลิตขั้นสูงทั่วประเทศ


ที่มา: Bloomberg, Al Jazeera, TechCrunch, CNBC, PIB


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ