
Alphabet รายงานรายได้รวมทั้งปีของ Google ทะลุ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก
Alphabet บริษัทแม่ของ Google รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ทำผลงานเหนือความคาดหมายของตลาดทั้งในฝั่งรายได้และกำไร ตอกย้ำภาพการปิดปี 2025 อย่างแข็งแกร่ง พร้อมประกาศแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ครั้งใหญ่ โดยคาดว่างบลงทุน (Capex) ในปี 2026 จะพุ่งขึ้นสูงถึง 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่าสองเท่าของปี 2025 รีเซ็ตเพดานงบลงทุนที่สูงกว่าประมาณการของคู่แข่งกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์รายอื่นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลังประกาศ หุ้น Alphabet ปรับตัวลดลงสูงสุดราว 3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
แม้ตลาดจะตอบรับเชิงลบในระยะสั้น แต่ตัวเลขพื้นฐานของธุรกิจยังสะท้อนการเติบโตอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมทั้งปีของ Google ทะลุ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ขณะที่รายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 113,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 30% อยู่ที่ 34,469 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรต่อหุ้น (EPS) 2.82 ดอลลาร์สหรัฐ
แรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจาก Search Advertising และ Google Cloud ซึ่งกลายเป็นดาวเด่นของงบไตรมาสนี้ โดยรายได้ Google Cloud เพิ่มขึ้นถึง 48% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนดีมานด์ด้าน AI และคลาวด์จากลูกค้าองค์กรที่ยังร้อนแรง ขณะที่รายได้จากโฆษณารวมอยู่ที่ 82,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อน ส่วนรายได้โฆษณา YouTube เพิ่มขึ้นเกือบ 9% มาอยู่ที่ 11,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ประเด็นที่ตลาดจับตามากที่สุด คือ แผนการใช้เงินลงทุนที่สูงกว่าคู่แข่งทั้งหมด โดย Alphabet ระบุชัดว่า จะเพิ่มงบลงทุน (Capex) ในปี 2026 เป็น 175,000-185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบสองเท่าของปี 2025 โดยเงินจะถูกใช้ไปกับ ดาต้าเซ็นเตอร์ ชิป AI โครงสร้างพื้นฐาน และระบบคลาวด์ เพื่อรองรับการเติบโตของ AI ในทุกมิติ ตั้งแต่ Google DeepMind ไปจนถึงบริการเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะดีมานด์ของลูกค้า Cloud ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมเสริมว่า การลงทุนนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงโฆษณา (ROI) ให้กับผู้ลงโฆษณาบนบริการของ Google
การประกาศกรอบตัวเลขลงทุนครั้งนี้ถือว่าสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้และแซงหน้าคู่แข่งรายสำคัญ โดย Microsoft ไม่ได้ให้ตัวเลขคาดการณ์ทั้งปี แต่ระบุว่า Capex จะลดลงเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ขณะที่ Meta คาดใช้งบลงทุนปี 2026 ที่ 115,000-135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแม้จะเกือบสองเท่าของปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าแผนของ Alphabet ส่วน Amazon ซึ่งจะรายงานงบเร็วๆ นี้
ตัวเลขที่สูงกว่าคู่แข่งได้สร้างมาตรฐานใหม่ของการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กลายเป็นหนึ่งในงบลงทุนด้าน AI ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก นอกจากนี้การประกาศ Capex ระดับประวัติการณ์ของ Alphabet ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่า การแข่งขัน AI ระยะต่อไปจะวัดกันที่ใครสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เร็วและแรง แม้ต้องแลกมาด้วยแรงกดดันจากตลาดทุนในระยะสั้นก็ตาม
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญ คือ การเติบโตของ Gemini ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 750 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 650 ล้านรายในไตรมาสก่อนหน้า โดย ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอ Alphabet ระบุว่า หลังเปิดตัว Gemini 3 ในเดือนธันวาคม บริษัทเห็นการมีส่วนร่วมต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แม้อัตราการเติบโตของผู้ใช้ใหม่จะชะลอลงจากช่วงที่เคยได้แรงหนุนจากฟีเจอร์ไวรัลอย่าง Nano Banana แต่ทิศทางโดยรวมยังสะท้อนการยึดพื้นที่ในตลาด AI Consumer ได้อย่างต่อเนื่อง ในเชิงยุทธศาสตร์ ตัวเลขนี้ทำให้ Gemini ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นไม่กี่รายที่มีสเกลผู้ใช้ระดับเดียวกับ ChatGPT และสามารถต่อยอดไปสู่ Search, Workspace, Android และ Cloud ได้พร้อมกัน
อีกจุดที่ Alphabet เน้นย้ำ คือ ความสามารถในการควบคุมต้นทุน AI โดยพิชัย ระบุว่า Google สามารถลดต้นทุนการให้บริการ Gemini ต่อหน่วยลงได้ถึง 78% ตลอดปี 2025 จากการปรับปรุงโมเดล ประสิทธิภาพ และการใช้ทรัพยากร จุดแข็งนี้มาจากการเป็น Full-stack AI ที่ Google ครอบคลุมตั้งแต่โมเดล ชิป เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงคลาวด์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างเหนือคู่แข่งหลายราย
ภาพรวมของ Alphabet บริษัทสามารถปิดปี 2025 ด้วยรายได้และกำไรเหนือความคาดหมาย ขณะเดียวกันก็เลือกเปิดเกมปี 2026 ด้วยการทุ่มงบ AI อย่างจริงจัง แม้ต้องแลกกับแรงกดดันจากตลาดทุนในระยะสั้น แต่ถือได้ว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถด้าน AI ทั้งจากสเกลผู้ใช้ โครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุน ที่กำลังเป็นข้อได้เปรียบในสนามแข่งขัน AI ปีนี้
อ่านเพิ่มเติม ทั่วโลกหันมาใช้ Gemini หรือ ChatGPT กำลังอิ่มตัว? จับตา Google เลิกตั้งรับ กลับมาท้าชิงบัลลังก์AI
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -