Google อัดงบลงทุน AI พุ่งทะลุเพดานหนักสุดในวงการเทค ปิดปี 2025 งบแรงทั้งรายได้กำไรจากCloud-Search

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Google อัดงบลงทุน AI พุ่งทะลุเพดานหนักสุดในวงการเทค ปิดปี 2025 งบแรงทั้งรายได้กำไรจากCloud-Search

Date Time: 5 ก.พ. 2569 10:51 น.

Video

บุกโรงงานขนม “นมแท่ง”  ไพบูลย์​ โปรดักส์  ธุรกิจที่เริ่มด้วยเงินทุน 8 หมื่นบาท I On The Rise EP.24

Summary

Alphabet รายงานรายได้รวมทั้งปีของ Google ทะลุ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก

  • รายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 113,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% กำไรสุทธิ 34,469 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Google Cloud โดดเด่นด้วยรายได้เพิ่มขึ้น 48% สะท้อนดีมานด์ AI และคลาวด์ที่สูง
  • Alphabet ประกาศแผนลงทุน Capex ปี 2026 สูงถึง 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เน้นโครงสร้างพื้นฐาน AI
  • Gemini มีผู้ใช้งานรายเดือน 750 ล้านราย และ Google ลดต้นทุนการให้บริการ Gemini ลง 78%

Alphabet บริษัทแม่ของ Google รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ทำผลงานเหนือความคาดหมายของตลาดทั้งในฝั่งรายได้และกำไร ตอกย้ำภาพการปิดปี 2025 อย่างแข็งแกร่ง พร้อมประกาศแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ครั้งใหญ่ โดยคาดว่างบลงทุน (Capex) ในปี 2026 จะพุ่งขึ้นสูงถึง 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่าสองเท่าของปี 2025 รีเซ็ตเพดานงบลงทุนที่สูงกว่าประมาณการของคู่แข่งกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์รายอื่นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลังประกาศ หุ้น Alphabet ปรับตัวลดลงสูงสุดราว 3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ

แม้ตลาดจะตอบรับเชิงลบในระยะสั้น แต่ตัวเลขพื้นฐานของธุรกิจยังสะท้อนการเติบโตอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมทั้งปีของ Google ทะลุ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ขณะที่รายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 113,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 30% อยู่ที่ 34,469 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรต่อหุ้น (EPS) 2.82 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจาก Search Advertising และ Google Cloud ซึ่งกลายเป็นดาวเด่นของงบไตรมาสนี้ โดยรายได้ Google Cloud เพิ่มขึ้นถึง 48% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนดีมานด์ด้าน AI และคลาวด์จากลูกค้าองค์กรที่ยังร้อนแรง ขณะที่รายได้จากโฆษณารวมอยู่ที่ 82,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อน ส่วนรายได้โฆษณา YouTube เพิ่มขึ้นเกือบ 9% มาอยู่ที่ 11,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อัด Capex หนัก รีเซ็ตเพดานการลงทุน AI

ประเด็นที่ตลาดจับตามากที่สุด คือ แผนการใช้เงินลงทุนที่สูงกว่าคู่แข่งทั้งหมด โดย Alphabet ระบุชัดว่า จะเพิ่มงบลงทุน (Capex) ในปี 2026 เป็น 175,000-185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบสองเท่าของปี 2025 โดยเงินจะถูกใช้ไปกับ ดาต้าเซ็นเตอร์ ชิป AI โครงสร้างพื้นฐาน และระบบคลาวด์ เพื่อรองรับการเติบโตของ AI ในทุกมิติ ตั้งแต่ Google DeepMind ไปจนถึงบริการเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะดีมานด์ของลูกค้า Cloud ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมเสริมว่า การลงทุนนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงโฆษณา (ROI) ให้กับผู้ลงโฆษณาบนบริการของ Google

การประกาศกรอบตัวเลขลงทุนครั้งนี้ถือว่าสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้และแซงหน้าคู่แข่งรายสำคัญ โดย Microsoft ไม่ได้ให้ตัวเลขคาดการณ์ทั้งปี แต่ระบุว่า Capex จะลดลงเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ขณะที่ Meta คาดใช้งบลงทุนปี 2026 ที่ 115,000-135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแม้จะเกือบสองเท่าของปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าแผนของ Alphabet ส่วน Amazon ซึ่งจะรายงานงบเร็วๆ นี้

ตัวเลขที่สูงกว่าคู่แข่งได้สร้างมาตรฐานใหม่ของการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กลายเป็นหนึ่งในงบลงทุนด้าน AI ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก นอกจากนี้การประกาศ Capex ระดับประวัติการณ์ของ Alphabet ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่า การแข่งขัน AI ระยะต่อไปจะวัดกันที่ใครสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เร็วและแรง แม้ต้องแลกมาด้วยแรงกดดันจากตลาดทุนในระยะสั้นก็ตาม

Gemini โตต่อเนื่อง ฐานผู้ใช้แตะ 750 ล้านราย

อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญ คือ การเติบโตของ Gemini ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 750 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 650 ล้านรายในไตรมาสก่อนหน้า โดย ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอ Alphabet ระบุว่า หลังเปิดตัว Gemini 3 ในเดือนธันวาคม บริษัทเห็นการมีส่วนร่วมต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แม้อัตราการเติบโตของผู้ใช้ใหม่จะชะลอลงจากช่วงที่เคยได้แรงหนุนจากฟีเจอร์ไวรัลอย่าง Nano Banana แต่ทิศทางโดยรวมยังสะท้อนการยึดพื้นที่ในตลาด AI Consumer ได้อย่างต่อเนื่อง ในเชิงยุทธศาสตร์ ตัวเลขนี้ทำให้ Gemini ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นไม่กี่รายที่มีสเกลผู้ใช้ระดับเดียวกับ ChatGPT และสามารถต่อยอดไปสู่ Search, Workspace, Android และ Cloud ได้พร้อมกัน

อีกจุดที่ Alphabet เน้นย้ำ คือ ความสามารถในการควบคุมต้นทุน AI โดยพิชัย ระบุว่า Google สามารถลดต้นทุนการให้บริการ Gemini ต่อหน่วยลงได้ถึง 78% ตลอดปี 2025 จากการปรับปรุงโมเดล ประสิทธิภาพ และการใช้ทรัพยากร จุดแข็งนี้มาจากการเป็น Full-stack AI ที่ Google ครอบคลุมตั้งแต่โมเดล ชิป เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงคลาวด์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างเหนือคู่แข่งหลายราย

ภาพรวมของ Alphabet บริษัทสามารถปิดปี 2025 ด้วยรายได้และกำไรเหนือความคาดหมาย ขณะเดียวกันก็เลือกเปิดเกมปี 2026 ด้วยการทุ่มงบ AI อย่างจริงจัง แม้ต้องแลกกับแรงกดดันจากตลาดทุนในระยะสั้น แต่ถือได้ว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถด้าน AI ทั้งจากสเกลผู้ใช้ โครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุน ที่กำลังเป็นข้อได้เปรียบในสนามแข่งขัน AI ปีนี้


ที่มาข้อมูล   Alphabet  , CNBC [1][2]

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ