
ราคาหุ้น Microsoft ร่วงลงเกือบ 10% ในวันเดียว หลังผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาดการณ์
หุ้น Microsoft เผชิญแรงเทขายรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี หลังรายงานผลประกอบการล่าสุดไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดได้ ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 10% ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 และฉุดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหายไปถึง 357,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 11 ล้านล้านบาท ลดลงมาอยู่ที่ราว 3.22 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อการเติบโตของธุรกิจคลาวด์และภาระการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน Microsoft รายได้รวมอยู่ที่ 81,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17% กำไรสุทธิ (GAAP) อยู่ที่ 38,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 60% ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) แบบปรับลดแล้ว (GAAP) อยู่ที่ 5.16 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 60%
แม้ Microsoft รายงานว่า ไตรมาสนี้รายได้หลักยังมาจากกลุ่ม Intelligent Cloud สูงสุด ซึ่งเพิ่มขึ้น 29% อยู่ที่ 32,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรายได้จาก Azure เติบโต 39% แต่ตัวเลขดังกล่าวกลับต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวังและสะท้อนสัญญาณการชะลอตัว เมื่อเทียบกับแรงลงทุนระดับประวัติการณ์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และดาต้าเซ็นเตอร์
ขณะเดียวกัน บริษัทเปิดเผยว่า รายจ่ายลงทุน (CapEx) ในไตรมาสล่าสุดพุ่งขึ้นเป็น 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 66% จากปีก่อน โดยประมาณสองในสามเป็นค่าใช้จ่ายด้านชิปประมวลผล ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้และยิ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องต้นทุนที่เพิ่มเร็วกว่ารายได้
โดย เอมี ฮูด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Microsoft ยอมรับว่า การจัดสรรกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ในช่วงที่ผ่านมาถูกนำไปใช้กับความต้องการภายในของบริษัทจำนวนมาก โดยเฉพาะงานด้าน AI ซึ่งทำให้การเติบโตของ Azure อาจต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น
ด้านนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า Microsoft กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่เชิงการดำเนินงาน โดยเฉพาะความเร็วในการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่อีกฝ่ายตั้งคำถามถึงผลตอบแทนที่แท้จริงจากการลงทุนมหาศาลใน AI และความคุ้มค่าของการกันทรัพยากรไว้สำหรับผลิตภัณฑ์อย่าง Microsoft 365 Copilot ซึ่งการใช้งานในภาคธุรกิจยังไม่เร่งตัวอย่างชัดเจน
แม้ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอของ Microsoft จะย้ำว่า AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและการลงทุนในวันนี้คือการวางรากฐานระยะยาว แต่ความอดทนของนักลงทุนเริ่มลดลง โดยเฉพาะเมื่อรายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 17% ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 19% ในไตรมาสเดียวกัน
แรงขายหุ้น Microsoft ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกลุ่มเทคโนโลยี โดยกองทุน iShares Expanded Tech-Software Sector ETF ร่วงลง 5% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปิดลบ 0.7% สะท้อนความระแวงของตลาดต่อการใช้เงินลงทุนด้าน AI ของบิ๊กเทค
สำหรับ Microsoft การสูญเสียมูลค่าตลาดกว่า 357,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเดียว ไม่ได้เป็นเพียงการปรับฐานของราคาหุ้น แต่สะท้อนคำถามสำคัญจากวอลล์สตรีทตั้งแต่เริ่มต้นปีว่า การทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ในสนาม AI จะเปลี่ยนเป็นการเติบโตและกำไรได้เร็วพอหรือไม่ และเร็วพอสำหรับนักลงทุนหรือเปล่า
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไม่ได้เป็นลบทั้งกลุ่มเทคโนโลยี เมื่อหุ้น Meta กลับพุ่งขึ้นกว่า 10% หลังจากประกาศผลประกอบการครั้งล่าสุดและแนวโน้มรายได้ที่แข็งแกร่ง ยิ่งตอกย้ำการเปรียบเทียบระหว่างบริษัทที่พิสูจน์ผลตอบแทนได้แล้วกับบริษัทที่ยังต้องใช้เวลาอธิบายความคุ้มค่าของการลงทุน
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -