ทรัมป์เคาะแล้ว เปิดทาง Nvidia ขายชิป H200 ให้จีน แลกส่วนแบ่ง 25% เข้ากระเป๋าเงินรัฐ

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ทรัมป์เคาะแล้ว เปิดทาง Nvidia ขายชิป H200 ให้จีน แลกส่วนแบ่ง 25% เข้ากระเป๋าเงินรัฐ

Date Time: 15 ม.ค. 2569 15:33 น.

Video

ชีวิตนี้ผมจะไม่เป็นหนี้! “หมอสอง” กับก้าวใหม่ในวันที่เป็นคุณพ่อ l Money Secret EP.15

Summary

รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติแล้ว เปิดทางให้ Nvidia ส่งออกชิป H200 ไปจีนได้ แลกกับส่วนแบ่งยอดขาย 25% ให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้บางฝ่ายกังวลว่าจะไปช่วยเพิ่มศักยภาพทั้งด้าน AI และด้านการทหารให้กับจีน ขณะที่จีนก็ยังไม่ยืนยันว่าจะอนุญาตให้นำเข้าจากสหรัฐฯ

Latest


เมื่อวันพุธ ที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศอนุมัติ เปิดทางให้มีการส่งออกชิป H200 ของ Nvidia โดยมีข้อกำหนดคือ จะต้องมีส่วนแบ่งให้รัฐบาลสหรัฐฯ 25% ของยอดขาย

“ชิปรุ่นนี้ไม่ใช่รุ่นที่ดีที่สุด แต่เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีศักยภาพพอ และจีนกับประเทศอื่น ๆ ก็ต้องการมัน และเรายังจะทำเงินจากมันได้อีก 25% ของยอดขายชิปรุ่นนั้นด้วย” โดนัลด์ ทรัมป์กล่าว

สำหรับชิปรุ่น H200 แตกต่างจาก H20 รุ่นก่อนหน้าที่ส่งออกไปจีนได้ ตรงที่ H200 ไม่มีการปรับแต่งลดสมรรถนะลงแบบ H20 เพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในการส่งออก โดย H200 นี้มีการจำหน่ายทั้งในสหรัฐอเมริกาและตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก

ทรัมป์ได้ออกมากล่าวด้วยว่า ตอนนี้ H200 ไม่ใช่ชิปรุ่นที่แรงที่สุดของ Nvidia ในตลาด AI แต่ยังมี Blackwell และ Rubin ซึ่งมีศักยภาพสูงกว่าชัดเจน

ด้านซีอีโอของ Nvidia อย่าง Jensen Huang เคยออกมากล่าวว่า ตอนนี้บริษัทเห็นว่ามีอุปสงค์ในชิป H200 จำนวนมากขึ้นจากลูกค้าในตลาดจีน และตอนนี้บริษัทก็ได้เริ่มผลิตชิปรุ่นนี้อีกครั้ง 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่า ฝั่งจีนจะอนุมัติให้มีการส่งนำเข้าชิปนี้เข้าไปในประเทศหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันจีนกำลังเร่งผลิตชิปในบ้านตัวเองขึ้นมาแข่ง


ส่งออกได้ แต่มีเงื่อนไข…

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในการจะส่งออกชิปไปให้จีนยังมีเงื่อนไขอีกหลายประการที่จะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งรวมไปถึงข้อที่ว่า ผู้ส่งออกจะต้องรับรองอย่างเป็นทางการว่าจะมีซัพพลายของชิป H200 ในสหรัฐฯ อยู่เพียงพอ และจะต้องไม่ดึงกำลังการผลิตของโรงงานทั่วโลกที่จะต้องผลิตชิปให้กับสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า ฝั่งลูกค้าก็จะต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่ดีเพียงพอ และชิปทุกตัวจะต้องผ่านการทดสอบโดยหน่วยงานอิสระภายนอกของสหรัฐฯ เพื่อยืนยันว่ามีคุณสมบัติตามสมควรก่อนที่จะส่งออก

และการส่งออกไปจีน ยังมีข้อจำกัดอีกอย่างคือ ปริมาณการส่งออกจะต้องไม่เกิน 50% ของจำนวนชิปรุ่นเดียวกันที่จัดส่งให้กับลูกค้าในสหรัฐฯ และในเอกสารยังระบุอีกว่า ชิป MI325X ของ AMD ก็จะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกันด้วย


เกิดคำถาม “ส่งออกไปจีนดีจริงหรือ?”

China Hawks หรือกลุ่มต่อต้านจีนในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์เอง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในอีกมุม โดยกังวลว่า การที่สหรัฐฯ เปิดทางให้ส่งออก H200 ได้ นั้นอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และอาจจะส่งผลให้จีนกลายเป็นผู้นำในสนาม AI แทนสหรัฐฯ

Matt Pottinger ที่ปรึกษาในทำเนียบขาว กล่าวว่า “การส่งออกชิปให้จีนครั้งนี้ อาจช่วยให้จีนยกเครื่อง ยกระดับศักยภาพทางทหารให้กับจีนได้ด้วย” อาจจะไปเพิ่มศักยภาพในด้านต่าง ๆ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านอาวุธนิวเคลียร์ สงครามไซเบอร์ โดรนอัตโนมัติ อาวุธชีวภาพ ไปจนถึงปฏิบัติการด้านข่าวกรองและการสร้างอิทธิพล

พร้อมกันนี้ เขาย้ำด้วยว่า สภาคองเกรสสหรัฐฯ จำเป็นต้องวางกรอบควบคุม (Guardrails) อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

“พวกเขาขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากประเทศนี้ไปมากมายอยู่แล้ว แต่เราไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายนำไปขายให้พวกเขาเอง” Michael McCaul สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ กล่าวโดยไม่ได้เอ่ยถึงชิป H200 โดยตรง

ความกังวลด้านความมั่นคงของชาติจากการที่จีนอาจเข้าถึงชิป AI ของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาลของโจ ไบเดน ตัดสินใจสั่งห้ามการจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ซึ่งถือเป็นสินค้าทางเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงให้กับจีน

ด้านโฆษกของ Nvidia ระบุว่า “สหรัฐฯ ควรเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยผ่านการตรวจสอบและอนุมัติอย่างเหมาะสม อีกทั้งจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานกับแรงงานอเมริกันอย่างแท้จริง”

ขณะเดียวกัน David Sacks ในฐานะ AI Czar  แห่งทำเนียบขาว มองว่า การอนุญาตให้ส่งออกชิป AI ขั้นสูงไปยังจีนนี้ จะช่วยลดแรงจูงใจของคู่แข่งจีนอย่าง Huawei ไม่ให้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อไล่ตามการออกแบบชิปขั้นสูงของ Nvidia และ AMD


ที่มา: CNBC, Reuters


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ