
“Are You Dead?” ไม่ใช่คำถาม แต่คือชื่อแอปพลิเคชันความปลอดภัยตัวใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในจีน แอปฯ นี้มีคอนเซปต์ตามชื่อ เป็นการติดตามผู้ใช้ โดยจะเปิดให้ผู้ใช้งานเข้ามาเช็คอินในทุกวัน เพื่อเป็นการยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ และหากไม่ได้เข้าใช้เกิน 2 วัน ระบบจะแจ้งเตือนไปยังรายชื่อติดต่อฉุกเฉินทันที
Si Le Me คือชื่อของแอปฯ ในประเทศ มีความหมายว่าตายหรือยัง เปิดตัวให้ใช้งานเมื่อพฤษภาคมปีที่ผ่านมา กลายเป็นแอปฯ จ่ายเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดใน App Store ของจีนในสัปดาห์นี้ หลังคนหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่คนเดียวในจีนแห่โหลดใช้งาน
ตามรายงานของ Global Times ระบุว่า มีการศึกษาพบว่า ภายในปี 2030 จำนวนผู้อยู่อาศัยคนเดียวในจีนจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 200 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่แอปฯ นี้ตั้งใจจะเจาะเป็นกลุ่มลูกค้า
แอปฯ ระบุว่า ออกแบบมาเพื่อ “เป็นเพื่อนด้านความปลอดภัย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำงานคนเดียว นักเรียนนักศึกษาที่ต้องออกจากบ้านมาเรียนคนเดียว ตลอดจนคนที่เลือกจะมีชีวิตสันโดษ”
“ใครก็ตามที่ต้องการจะใช้ชีวิตคนเดียว แอปฯ นี้คือสิ่งที่ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นอินโทรเวิร์ต คนที่กำลังเครียด คนที่กำลังว่างงาน หรือแม้กระทั่งคนที่กำลังอยู่ในช่วงเปราะบาง” จนทำให้เกิดความกังวลว่า พวกเขาเหล่านี้จะเสียชีวิตโดยที่ไม่มีใครรับรู้ กระทั่งเกิดคำถามกันขึ้นมาว่า “ถ้าฉันต้องตายคนเดียว ใครจะมาเก็บร่าง?” ผู้ใช้รายหนึ่งกล่าวกับสำนักข่าว BBC
แม้ว่าชื่อของแอปฯ จะช่วยดึงดูดผู้ใช้งานได้ แต่บริษัทผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่าง Moonscape Technologies กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาที่จะเปลี่ยนชื่อ หลังมีข้อถกเถียงถึงชื่อที่ใช้อยู่
แอปฯ Are You Dead? เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นอกประเทศจีน ติดท็อปยอดดาวน์โหลดสูงอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และฮ่องกง ติดท็อป 4 ในสเปน และออสเตรเลีย ซึ่งคาดว่าเป็นยอดผู้ใช้งานชาวจีนในประเทศนั้น ๆ เพิ่มมากขึ้น
ในช่วงแรกที่เปิดตัวมา แอปฯ เปิดให้ใช้งานได้ฟรี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแอปฯ ที่ต้องจ่ายเงินเพื่อใช้งาน โดยมีราคาอยู่ที่ 1.15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่ถึง 40 บาทเท่านั้น
รายงานของ BBC ชี้ว่า ไม่มีข้อมูลมากนักเกี่ยวกับผู้ก่อตั้งแอปฯ Are You Dead? ที่กำลังเล็งจะขายหุ้นของบริษัทที่ราว 10% ด้วยมูลค่าราว 1 ล้านหยวน หรือที่ราว 4.5 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นมูลค่าที่สูงมากเมื่อเทียบกับต้นทุนสร้างแอปฯ ที่ราว 1,000 หยวน หรือประมาณ 4,500 บาท
นอกจากนี้ แอปฯ ยังมีแผนที่จะขยายกลุ่มผู้ใช้งานไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากในจีนตอนนี้มีสัดส่วนผู้สูงอายุจำนวนมาก ด้วยเป้าหมายที่อยากจะให้มีคนคอยดูแลผู้สูงวัยอยู่ตลอดเวลา
ที่มา: BBC, Business Insider
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney