2026 ปีหัวเลี้ยวหัวต่อของ AI เปิด 10 เทรนด์เทคฯ น่าจับตา เมื่อ AI เขียนกติกาใหม่

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

2026 ปีหัวเลี้ยวหัวต่อของ AI เปิด 10 เทรนด์เทคฯ น่าจับตา เมื่อ AI เขียนกติกาใหม่

Date Time: 3 ม.ค. 2569 07:30 น.

Video

วิธีคิดแบบ Dyson ทำยังไง ให้บริษัทไปได้ไกลกว่าขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ? | Digital Frontiers EP.57

Summary

  • Gartner ออกรายงานเทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตาในปี 2026 ในรายงาน “Top 10 Strategic Technology Trends for 2026” รวม 10 เทรนด์ที่น่าสนใจแห่งปี ที่ทุกอย่างล้วนมี AI เป็นแกนหลักในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
  • 2026 ยังเป็นปีที่เรียกได้ว่า “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของโลกเทคโนโลยี เมื่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI กำลังคืบคลานกลืนกินโลกนวัตกรรม


Latest


ปี 2026 จะเป็นปีที่เรียกได้ว่า “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของโลกเทคโนโลยี เมื่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังคืบคลานกลืนกินโลกนวัตกรรม เป็นตัวเร่งที่ทำให้พัฒนาการของโลกเทคโนโลยีก้าวหน้าไปรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

โลกกำลังขับเคลื่อนไปด้วย AI ทำให้โลกดิจิทัลทุกอย่างต้องเชื่อมถึงกันอย่างเป็นระบบ ธุรกิจต้องเร่งทรานสฟอร์ม ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัย ตลอดจนมองในภาพใหญ่เรื่องผลจากสงครามการค้าภูมิรัฐศาสตร์

ในปีนี้ Gartner ออกรายงานเทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตาในปี 2026 ในรายงาน “Top 10 Strategic Technology Trends for 2026” โดยเทคโนโลยีดังกล่าวล้วนเกี่ยวข้องกับ AI ทั้งสิ้น ประกอบไปด้วย

  • AI-Native Development Platforms > แพลตฟอร์มที่ใช้ AI ในการพัฒนาซอฟต์แวร์
  • AI Supercomputing Platforms > แพลตฟอร์มซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับ AI
  • Confidential Computing > การประมวลผลข้อมูลแบบรักษาความลับขั้นสูง
  • Multiagent Systems > ระบบ AI หลายเอเจนต์ทำงานร่วมกัน
  • Domain-Specific Language Models > โมเดลภาษาที่ออกแบบเฉพาะด้านหรือเฉพาะอุตสาหกรรม
  • Physical AI > ประยุกต์ AI เชิงกายภาพ
  • Preemptive Cybersecurity > การป้องกันภัยไซเบอร์เชิงรุก
  • Digital Provenance > ระบบตรวจสอบที่มาของข้อมูลดิจิทัล
  • AI Security Platforms > แพลตฟอร์มความมั่นคงปลอดภัยด้าน AI
  • Geopatriation > การดึงเทคโนโลยีและข้อมูลกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของประเทศตัวเอง


โดย Gartner ได้คัดเลือกเทคโนโลยีทั้ง 10 ตามศักยภาพในการขับเคลื่อนนวัตกรรม เสริมความยืดหยุ่นขององค์กร และยกระดับความเชื่อมั่นในโลกยุค AI ที่เชื่อมต่อทุกอย่างถึงกันอย่างไร้ขีดจำกัด และแบ่งกลุ่มของเทคโนโลยีเหล่านี้ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ด้านโครงสร้าง ด้านการผสานเทคโนโลยี และด้านความปลอดภัย

ภาพจากรายงาน Gartner
ภาพจากรายงาน Gartner


The Architect ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างรากฐานทางดิจิทัลเพื่อให้มีความปลอดภัย ขยายตัวได้ และปรับตัวได้ไปพร้อมกัน เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเทคโนโลยี จึงจำเป็นจะต้องยกระดับแพลตฟอร์มและโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย ในกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วย

  • AI-Native Development Platforms: แพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นมาเพื่อใช้ AI ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เลย ผ่านการพร้อมพ์ธรรมดา ไปจนถึงการรองรับเทรนด์ Vibe-Coding ที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องมีความรู้เรื่อง Coding ก็สามารถเขียนโค้ดได้
  • AI Supercomputing Platforms: แพลตฟอร์มที่จะรองรับการประมวลผลระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะใช้ฝึกโมเดลและใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เมื่อ AI ก้าวหน้าขึ้นในอนาคต
  • Confidential Computing: ระบบประมวลผลที่ปกป้องข้อมูลอ่อนไหวแม้ในระหว่างการประมวลผล ช่วยปกป้องการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต แม้จากผู้ให้บริการคลาวด์เอง


The Synthesist บูรณาการเทคโนโลยีที่หลากหลาย

เทรนด์เทคโนโลยีในกลุ่มนี้จะมุ่งไปที่การประสานเทคโนโลยีหลากหลายแขนงให้ทำงานร่วมกันจนเกิดเป็นระบบนิเวศอัจฉริยะที่ปรับตัวได้ ประกอบไปด้วย

  • Multiagent Systems: เมื่อ Agentic AI ในปีที่ผ่านมาก้าวหน้าขึ้น ในปี 2026 นี้จะเห็นเอเจนต์หลายตัวที่ทำงานซับซ้อนขึ้น และทำงานพร้อมกันได้ ช่วยยกระดับการทำงานแบบอัตโนมัติให้ดียิ่งขึ้น และขยายระบบให้มีประสิทธิภาพ
  • Domain-Specific Language Models: โมเดลภาษาที่ออกแบบเฉพาะด้านหรือเฉพาะอุตสาหกรรม ช่วยให้การใช้งาน AI ในอุตสาหกรรมเฉพาะทางมีความแม่นยำสูงขึ้น พร้อมตอบโจทย์ด้านการกำกับดูแลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ดีกว่าโมเดลทั่วไป
  • Physical AI: เป็นการส่งต่อความอัจฉริยะของ AI สู่โลกจริงผ่านโรบอต ทั้งระดับอุตสาหกรรมและโรโบติกส์ โดรน ยานยนต์อัตโนมัติ และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) ต่าง ๆ เพื่อมาใช้งานในโลกจริงหรือในเชิงกายภาพ


The Vanguard ความมั่นคง ปลอดภัย และธรรมาภิบาล

เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ยุคที่ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น พร้อมแรงกดดันจากกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น ประเด็นที่ตามมาคือเรื่องของความปลอดภัย ที่องค์กรต่าง ๆ จะต้องปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อรักษาความเชื่อมั่น ดังนั้นเทรนด์เทคโนโลยีในกลุ่มนี้ จึงประกอบไปด้วย

  • Preemptive Cybersecurity: เทรนด์การป้องกันภัยไซเบอร์แบบ “เชิงรุก” กำลังจะเข้ามาแทนที่การ “ตั้งรับ” โดยจะใช้ AI มาช่วยตรวจจับและสกัดกั้นภัยคุกคามก่อนที่จะก่อความเสียหาย
  • Digital Provenance: ระบบตรวจสอบที่มาของข้อมูลดิจิทัล ที่จะช่วยตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของซอฟต์แวร์ ข้อมูล รวมถึงคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่นและการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
  • AI Security Platforms: แพลตฟอร์มความมั่นคงปลอดภัยด้าน AI ช่วยรวมศูนย์การมองเห็นและการควบคุมทั้งในแอปพลิเคชัน AI ของบุคคลที่สาม และ AI ที่องค์กรพัฒนาขึ้นเอง
  • Geopatriation: เทรนด์การดึงเทคโนโลยีและข้อมูลกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของประเทศตัวเอง ช่วยให้องค์กรบริหารและลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ ผ่านการย้ายเวิร์กโหลดไปยังผู้ให้บริการคลาวด์ภายในประเทศ หรือคลาวด์ระดับภูมิภาคที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล


ที่มา: Gartner


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ