Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR
InvestmentPersonal FinanceEconomicsBusiness & MarketingTech & InnovationSustainabilityExperts PoolVideosPR News
เปิดแนวคิดสองผู้นำบิ๊กเทค LGBTQ+ ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดแนวคิดสองผู้นำบิ๊กเทค LGBTQ+ ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

Date Time: 11 มิ.ย. 2567 10:22 น.

Video

อนาคตทองคำไทย แพงแล้วจะแพงอีก ลงได้แต่ไม่ลึก | Money Issue

Summary

  • Thairath Money เปิดแนวคิด ผู้นำของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ทุกคนรู้จักอย่าง Apple และ OpenAI สองบริษัทที่ล้วนแล้วแต่มีบทบาทในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สร้างการเติบโตต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแบบแผนชีวิตของผู้คนทั่วโลก นอกเหนือจากด้านการบริหารธุรกิจและเป็นหัวเรือในการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย พวกเขายังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการนำเสนอประเด็นสำคัญเรื่องความเท่าเทียมในสังคมอีกด้วย

Latest


Tim Cook ซีอีโอ Apple

ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอ Apple ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีรายแรกๆ ที่เปิดเผยว่าตนเป็น LGBTQ+ หลังดำรงตำแหน่งเป็นหัวเรือใหญ่ของผู้นำด้านสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกนับตั้งแต่ปี 2011 ทำให้เขาเป็นผู้บริหารระดับสูง LGBTQ+ คนแรกที่ได้ปรากฏใน Fortune 500 อีกด้วย 

คุกดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Apple ในปี 2011 ต่อจาก สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตผู้ก่อตั้งและซีอีโอ หลังรับหน้าที่เป็นซีโอโอหรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Apple ที่รับผิดชอบด้านการขายและการดำเนินงานทั่วโลกตั้งแต่ปี 1998  ก่อนร่วมงานกับ Apple คุกดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่าย Corporate Materials ที่ Compaq ก่อนมาร่วมงานกับ IBM ในหลากหลายตำแหน่งเป็นเวลากว่า 12 ปี ปัจจุบันคุกมีความมั่งคั่งสุทธิ อ้างอิงจาก Forbes อยู่ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  

มุมมองเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ คุกกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุมชน LGBTQ+ ที่ขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมในสถานที่ทำงานและในสังคมอเมริกัน คุกเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่ทรงอิทธิพลที่สุดสำหรับชุมชน LGBTQ+ โดยเขาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยในเรื่องกฎหมายต่อต้านเกย์ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการสนับสนุนความหลากหลายและการไม่แบ่งแยกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาโดยตลอด  


ภายในบทสัมภาษณ์ที่ได้กล่าวกับ Bloomberg ในปี 2014 คุกส่งข้อความถึงคนรุ่นใหม่ว่าการรักร่วมเพศของเขาเป็นข้อได้เปรียบ ไม่ใช่ปัญหา พร้อมเปิดเผยถึงเรื่องราวของตนเองว่า คุกกล่าวว่า Apple เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลก ตลอดชีวิตการทำงานเขาไม่เคยลืมจุดเริ่มต้นของตนเอง แต่เขาเลือกโฟกัสไปที่ความสำคัญของผลิตภัณฑ์และประสบการณ์อันน่าทึ่งที่จะมอบให้ลูกค้า โดยที่เขาพยายามรักษาระดับความเป็นส่วนตัวขั้นพื้นฐาน และการเป็นผู้มีชื่อเสียงที่จุดสนใจจากสาธารณชนไม่เคยเป็นความต้องการของเขาก็ตาม

คุกกล่าวต่อว่า แม้ว่าเขาจะไม่เคยปฏิเสธเรื่องเพศของตัวเอง แต่เขาไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะกระทั่งปี 2014 ความท้าทายที่กลุ่มคนบางกลุ่มต้องเผชิญในสังคม ความเห็นอกเห็นใจต่างๆ ได้กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาต้องการที่จะสื่อสารอย่างเปิดเผยเพื่อสนับสนุน LGBTQ+ ในทุกมิติ โดยเฉพาะการเป็นตัวของตัวเองซึ่งนำไปสู่แนวทางในการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นของเขาที่ส่งผลต่อหลักการบริหารงานของ Apple เช่นเดียวกัน  

“ส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าทางสังคม คือ การเข้าใจว่าบุคคลไม่ได้ถูกกำหนดโดยเพศหรือเชื้อชาติ ฉันเป็นวิศวกร เป็นคุณลุง เป็นคนรักธรรมชาติ ชอบออกกำลังกาย ฉันเป็นลูกชายที่มาจากครอบครัวทางใต้ผู้คลั่งไคล้กีฬาและอื่นๆ อีกมากมาย ฉันหวังว่าผู้คนจะเคารพความปรารถนาของฉันที่จะทำในสิ่งที่เหมาะกับฉัน งานที่ทำให้ฉันมีความสุข” 

“เพื่อนร่วมงานจำนวนมากที่ Apple รู้ว่าฉันเป็นเกย์และดูเหมือนจะไม่สร้างความแตกต่างในวิธีที่พวกเขาปฏิบัติต่อฉัน แน่นอนว่า ฉันโชคดีที่ได้ทำงานในบริษัทที่รักความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และรู้ว่ามันจะเจริญรุ่งเรืองได้ก็ต่อเมื่อคุณยอมรับความแตกต่างของผู้คนเท่านั้น”

Sam Altman ซีอีโอ OpenAI

แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ซีอีโอ OpenAI ขึ้นแท่นหนึ่งในผู้บริหารที่ทรงพลังและน่ายกย่องที่สุดในโลก หลังเปิดตัว ChatGPT สู่สาธารณะพร้อมด้วยการหนุนหลังเต็มที่จากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Microsoft 

อัลท์แมนคือหนึ่งในผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มีชื่อเสียงในซิลิคอนวัลลีย์ บุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยหลังจากลาออกจากการเรียน Computer Science ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดก็มุ่งสู่การเป็นผู้ประกอบการ อัลท์แมนร่วมก่อตั้ง Y Combinator สตาร์ทอัพผู้อยู่เบื้องหลังการบ่มเพาะช่วยเหลือสตาร์ทอัพหน้าใหม่ในการระดมทุนและเติบโตอย่าง Airbnb, Dropbox และ Stripe และดำรงตำแหน่งประธานบริษัทตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2019 ก่อนลาออกมารับบทบาทซีอีโอของ OpenAI จนถึงปัจจุบัน 

อัลท์แมนกลายเป็นผู้บริหารและนักลงทุนที่น่าจับตา โดยเขาได้รับคัดเลือกให้เป็น "Best Young Entrepreneurs in Technology" ในปี 2009 โดย BusinessWeek และได้รับเลือกให้เป็น Top Investor ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีโดย Forbes ในปี 2015 และล่าสุดกับตำแหน่ง CEO of the Year จาก TIMES ปัจจุบันอ้างอิงจาก Bloomberg อัลท์แมนมีความมั่งคั่งสุทธิจากการเป็นผู้ประกอบการและนักลงทุนในบริษัทต่างๆ ทั่วโลกอยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  

โดยล่าสุดในเดือนมกราคมปีนี้ อัลท์แมนได้เข้าพิธีแต่งงานกับ Oliver Mulherin วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหุ้นส่วนและเพื่อนที่รู้จักกันมานาน อัลท์แมนเปิดเผยว่าตนเป็นเกย์ตั้งแต่สมัยเรียน เขาแสดงจุดยืนต่อการเลือกปฏิบัติ และไม่เห็นด้วยต่อการกีดกันทางเพศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เขาสนับสนุนเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องผ่านการผลักดันผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ ใน Y Combinator รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจในใจการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อลดการกีดกันและสนับสนุนชุมชน LGBTQ+ ในวงการเทคโนโลยี 

“ทุกวันนี้ยังคงมีเรื่องการกีดกันทางเพศอยู่ แต่ฉันไม่สน ฉันจะตัดสินใจในทุกๆ ทางเลือกของชีวิตการทำงาน แม้ว่ามันจะไม่มีทางเลือกตั้งแต่แรกก็ตาม”  

ในบทสัมภาษณ์ The Advocate อัลท์แมน กล่าวว่า แม้ว่าปัจจุบันสังคมจะเปิดกว้าง แต่ชุมชน lgbtq+ ยังเผชิญกับความท้าทายในสังคม แม้แต่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยระบุว่า ตนรู้สึกขอบคุณผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมในสังคม การเสียสละจำนวนมหาศาลจากผู้คนจำนวนมากที่ทำให้คนในรุ่นปัจจุบันได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้เขาได้มีจุดยืนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทุกวันนี้ 

“ฉันชอบสิ่งที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ ฉันแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันรัก ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะมีลูก ฉันรักครอบครัวของฉัน ฉันรักเพื่อนของฉัน ฉันไม่ได้รู้สึกเหมือนกับว่าจะต้องพยายามไปอีกขั้น ฉันรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ได้อยู่ในจุดที่ฉันอยู่ตอนนี้” 

อ้างอิง Forbes1 Reuters , Forbes2 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 

 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์