
Trueup แพลตฟอร์มติดตามการเลิกจ้างงานในภาคเทคโนโลยีทั่วโลก โดยระบุว่า บริษัทเทคฯ ที่ทำการปลดพนักงานในปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,992 บริษัท รวมจำนวนพนักงานแล้ว 428,335 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธ.ค. 2023) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีก่อนถึง 50% ซึ่งในปีที่ผ่านมามีตัวเลขเลย์ออฟจำนวนทั้งสิ้น 243,318 ราย โดยปีที่ผ่านมานั้นถือเป็นปีแรกที่บริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ได้เผชิญกับคลื่นเลย์ออฟลูกใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกันทั่วโลก
เริ่มต้นปี 2023 บริษัทเทคโนโลยีรวมถึง Venture Capital, Private Equity และธนาคารในภูมิภาคอื่นๆ ที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่ในระบบนิเวศเดียวกันได้รับผลกระทบหนักหลักๆ จากการล้มละลายของธนาคาร ตั้งแต่ Silvergate Bank และ Signature Bank ธนาคารที่รับฝากเงินของเหล่าบริษัทคริปโตฯ ตามด้วย Silicon Valley Bank ซึ่งเป็นธนาคารที่เป็นศูนย์กลางในการจัดหาเงินทุนให้กับสตาร์ทอัพ และยังเป็นธนาคารผู้จัดการสินทรัพย์ของเหล่านักลงทุนอีกด้วย ความล้มเหลวในภาคการเงินลดทอนความเชื่อมั่นของตลาดเทคฯ และสินทรัพย์ดิจิทัลสหรัฐฯ เรียกได้ว่า ซ้ำเติมช่วงดาวน์เทิร์นที่กำลังฟื้นตัวเป็นอย่างมาก
โดยในปี 2023 นี้ ปัจจัยมหภาคยังเป็นแรงกดดันอันหนักหน่วงที่สร้างความกังวล โดยข้อมูลจากสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ที่สืบเนื่องจากสาเหตุหลายประการ ทั้งเพดานหนี้รัฐบาล สงครามยูเครน-รัสเซีย การขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อชะลอการเติบโตของอัตราเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบ 40 ปี นำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยที่ชะลอตัวลง
เมื่อรายได้และกำไรลดลง บังคับให้ภาคธุรกิจต้องเอาตัวรอดด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อลดต้นทุนไปชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง ‘การเลิกจ้างพนักงาน’ ถือเป็นมาตรการลดต้นทุนประการแรกๆ
ดังที่เราเห็นจากช่วงที่ผ่านมา หลายองค์กรใหญ่ประคองสถานการณ์ เพื่อรอดูโอกาส และเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เทคสตาร์ทอัพหลายเจ้าประกาศลดค่าใช้จ่ายตลอดครึ่งปีแรก และหลายเจ้า แน่ชัดแล้วว่าไม่อาจดำเนินกิจการไปต่อได้ ออกมาประกาศถึงความจำเป็นในการปลดพนักงานออก ปิดหน่วยธุรกิจบางหน่วย เพื่อรัดเข็มขัดธุรกิจ
ประมวลไทม์ไลน์ปี 2023 บริษัทใหญ่ๆ ที่ประกาศปลดพนักงานในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว พนักงานจากบริษัททั้งขนาดใหญ่และเล็ก จำนวนกว่า 100,000 รายถูกเลิกจ้าง นำโดยสามบิ๊กเทค Amazon, Google และ Microsoft
อ้างอิง Techcrunch , CNBC , Engatget