รวม 8 คดีโจรกรรมใหญ่ปี 2569 สะเทือนความเชื่อมั่นระบบการเงินโลก เมื่อภัยไซเบอร์มี AI เป็นอาวุธ

Tech & Innovation

Digital Transformation

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รวม 8 คดีโจรกรรมใหญ่ปี 2569 สะเทือนความเชื่อมั่นระบบการเงินโลก เมื่อภัยไซเบอร์มี AI เป็นอาวุธ

Date Time: 30 ต.ค. 2569 18:22 น.

Video

AI Agent กับ Tokenization ทำงานร่วมกันยังไง? | Digital Frontiers EP.79

“Summary“

โลกการเงินกำลังเผชิญภัยไซเบอร์ระลอกใหม่ เมื่อ AI ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตี ตั้งแต่หลอกโอนเงิน เจาะระบบธนาคาร ไปจนถึงขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ส่อง 8 เหตุการณ์สำคัญปี 2569 ที่สะท้อนความเสี่ยงและสั่นคลอนความเชื่อมั่นระบบการเงินทั่วโลก

Latest


ในอดีต เมื่อพูดถึงการโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายให้กับสถาบันการเงิน ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นการเจาะระบบธนาคาร ขโมยรหัสผ่าน หรือเข้าถึงข้อมูลบัญชีลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่วันนี้รูปแบบอาชญากรรมทางการเงินกำลังเปลี่ยนไป เมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยให้มิจฉาชีพทำงานได้แนบเนียน รวดเร็ว และมีความซับซ้อนมากขึ้น

ตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา มีรายงานเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเงินในหลายประเทศ ตั้งแต่ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ ผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี ไปจนถึงบริษัทการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร

โดยบางกรณีใช้ AI ปลอมเสียงผู้บริหารเพื่อหลอกให้โอนเงิน บางกรณีใช้เครื่องมือ AI ช่วยเจาะระบบและขโมยข้อมูล ขณะที่บางเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า AI มีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงทางไซเบอร์กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมการเงินโลก เพราะความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่แค่เงินที่ถูกขโมย แต่ยังลุกลามไปถึงข้อมูลลูกค้า ความเชื่อมั่น และเสถียรภาพของระบบการเงินด้วย

เมื่อ AI ปลอมเสียงผู้บริหาร หลอกธนาคารอิตาลี 95 ล้านยูโร

หนึ่งในเคสที่สะท้อนความอันตรายของ AI ได้อย่างชัดเจน เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อ Fideuram ธนาคารที่ให้บริการลูกค้าบุคคลในเครือ Intesa Sanpaolo ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของอิตาลี สูญเสียเงินประมาณ 95 ล้านยูโร หรือราว 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากขบวนการมิจฉาชีพที่ใช้เทคโนโลยี AI ปลอมตัวเป็นผู้บริหารระดับสูง

รายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ระบุว่า จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ เปาโล โมเลซินี ประธาน Fideuram ในขณะนั้น ได้รับข้อความผ่าน WhatsApp ซึ่งดูเหมือนส่งมาจาก คาร์โล เมสซินา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Intesa Sanpaolo โดยข้อความดังกล่าวระบุว่ามีธุรกรรมต่างประเทศเร่งด่วนที่ต้องการความช่วยเหลือ

หลังจากนั้น มิจฉาชีพยังยกระดับความน่าเชื่อถือด้วยการโทรศัพท์เข้ามา โดยใช้เทคโนโลยี AI โคลนเสียงของหุ้นส่วนจากสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่ง ทำให้ผู้รับสายเข้าใจว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าวจริง

เมื่อเชื่อว่าเป็นคำสั่งจากผู้บริหาร โมเลซินีจึงสั่งให้ทีมการเงินดำเนินการโอนเงินหลายรายการไปยังบัญชีต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นบัญชีในจีนและฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม ธนาคารสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ในเวลาไม่นาน ก่อนประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลายประเทศเพื่อติดตามเงินที่ถูกโอนออกไป

ผลจากความร่วมมือระหว่างทางการจีน โปรตุเกส และอิตาลี ทำให้สามารถกู้คืนเงินได้ประมาณ 53 ล้านยูโร ขณะที่เงินอีกประมาณ 36 ล้านยูโรยังไม่สามารถติดตามกลับมาได้ และมีรายงานว่าถูกแปลงเป็นสินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีแล้ว

Bitget สูญเงิน 351.6 ล้านดอลลาร์ หลังโดนปลอมข้อมูลธุรกรรม

อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อ Bitget แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ เปิดเผยว่าระบบตรวจพบการโอนเงินผิดปกติ และระบบควบคุมความเสี่ยงระงับการถอนทั้งแพลตฟอร์มโดยอัตโนมัติ

ตัวเลขความเสียหายอยู่ราว 388 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมกระเป๋าเงิน 12 ที่อยู่ 11 บล็อกเชน และสินทรัพย์ 12 ชนิด โดยผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ซีโรเดย์ในผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยของบุคคลที่สามเข้าถึงระบบบริหารภายใน

แล้วใช้ข้อมูลรับรองสิทธิ์สูงที่ขโมยมา เขียนคำสั่งถอนเงินปลอมเข้าระบบกระเป๋าเงินโดยตรง ข้ามขั้นตอนตรวจความเสี่ยงก่อนถอน และลบร่องรอยออกภายหลัง โดย Bitget ยังไม่ระบุว่ากลุ่มใดเป็นผู้กระทำ อย่างไรก็ตาม เกรซี เฉิน ซีอีโอ ตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ 

เกาหลีใต้เผชิญคลื่นโจมตีสถาบันการเงินกว่า 20 แห่ง

ช่วงปลายเดือนกันยายน เกาหลีใต้กลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ต้องเผชิญกับปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์ในภาคการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุการณ์เริ่มต้นจากธนาคารหลายแห่ง ก่อนขยายวงไปยังบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการลงทุน และแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี

Shinhan Bank เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบ โดยมีข้อมูลลูกค้ารั่วไหลประมาณ 25,700 ราย ตามมาด้วย KB Kookmin Bank และ Hana Bank

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คณะกรรมการกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSC) ต้องเรียกประชุมฉุกเฉินตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม ขณะที่ อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้สั่งให้ตรวจสอบเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลทั้งในภาคการเงินและหน่วยงานภาครัฐ

ต่อมาในวันที่ 7-8 ตุลาคม CrowdStrike บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ประเมินด้วยความเชื่อมั่นระดับปานกลางว่า ผู้โจมตีอาจเป็นกลุ่มที่พูดภาษาจีนและมีแรงจูงใจทางการเงิน โดยใช้เครื่องมือ ARTEX ซึ่งเป็นเครื่องมือทดสอบเจาะระบบแบบโอเพนซอร์สที่พัฒนาในจีน ร่วมกับโมเดล AI หลายตัวและเทคนิคการโจมตีแบบดั้งเดิม

ในช่วงดังกล่าว มีข้อมูลของประชาชนประมาณ 68,000 ราย จากสถาบันการเงิน 7 แห่งถูกดึงออกไป ขณะที่รายงานของสื่อต่างประเทศระบุชื่อโมเดล AI ที่ใช้แตกต่างกันไป โดยมีทั้ง DeepSeek, GLM, Grok และ Claude agents

ความเสียหายยังขยายตัวต่อเนื่อง วันที่ 14 ตุลาคม ทางการเกาหลีใต้เปิดเผยว่ามีบริษัท 16 แห่งตกเป็นเหยื่อ และมีข้อมูลรั่วไหลประมาณ 100,000 รายการ พร้อมเตือนว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก

และในวันที่ 28 ตุลาคม Daishin Securities, Mirae Asset Global Investments และ Bithumb แจ้งเหตุด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม ส่งผลให้จำนวนสถาบันที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20 แห่ง

ญี่ปุ่นเจอแรนซัมแวร์เรียกค่าไถ่ 50 ล้านดอลลาร์ กระทบตลาด FX

ในวันที่ 21 ตุลาคม ญี่ปุ่นเผชิญเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ เมื่อ GMO Internet Group เปิดเผยว่าบริการ Onamae.com Desktop Cloud ซึ่งให้บริการเช่าเดสก์ท็อปเสมือนสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ใช้โปรแกรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) แบบอัตโนมัติ ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเซิร์ฟเวอร์เสมือนสูงสุดถึง 26,739 เครื่อง ทำให้บริษัทต้องระงับบริการซื้อขาย FX ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ขณะที่ลูกค้าบางรายรายงานว่าพบธุรกรรมที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ

ต่อมา ผู้โจมตีเรียกค่าไถ่เป็นเงินคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8 พันล้านเยน

ผู้โจมตียังอ้างว่าได้เผยแพร่ข้อมูลลูกค้าออกไปแล้ว ขณะที่นักลงทุนรายย่อยที่ใช้บริการได้รับคำเตือนให้เปลี่ยนรหัสผ่านและยกเลิกการเข้าสู่ระบบทั้งหมด หลังพบว่าข้อมูลล็อกอินของแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 บางส่วนถูกประนีประนอม

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ GMO เพราะรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ  เปิดเผยว่า มีบริษัท FX อีก 5 แห่งรายงานว่าลูกค้าได้รับผลกระทบ ได้แก่ Goldenway Japan, Oanda Japan, Ava Trade Japan, Gaitame Finest และ Dukascopy Japan

ต่อมาในวันที่ 26 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีจัดทำมาตรการรับมือเหตุโจมตีทางไซเบอร์อย่างเร่งด่วนภายใน 1 สัปดาห์ โดยคำสั่งดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อเหตุโจมตีหลายกรณีที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณี GMO เท่านั้น

ลาตินอเมริกา พบเครือข่าย AI Agents โจมตีสถาบันการเงินกว่า 400 แห่ง

ภัยคุกคามจาก AI ยังปรากฏในลาตินอเมริกา โดยเว็บไซต์ The Information รายงานผลการศึกษาของ Straiker บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งพบว่ากลุ่มอาชญากรที่เรียกว่า CyberCartel ใช้เครือข่าย AI Agents หลายตัวทำงานร่วมกัน เพื่อโจมตีธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินมากกว่า 400 แห่งในภูมิภาค

ระบบดังกล่าวถูกเรียกว่า CARLIY0S พัฒนาบนกรอบงานทดสอบเจาะระบบแบบโอเพนซอร์สที่ชื่อ PentAGI โดยมีการแบ่งหน้าที่ให้ AI แต่ละโมเดลทำงานแตกต่างกัน

Straiker ระบุว่า พบร่องรอยการทำงานของกลุ่มดังกล่าว ซึ่งดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการขโมยรหัสผ่านและข้อมูลลูกค้า รวมถึงการเข้าถึงบัญชีธนาคารโดยใช้แรงงานมนุษย์น้อยลง

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลรับรองที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและระบบโอนเงินระหว่างธนาคาร SPEI ของเม็กซิโกด้วย

ออสเตรเลียเตือนกองทุนบำนาญ เร่งลงทุนระบบป้องกันภัยไซเบอร์

ออสเตรเลียเริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบการเงิน โดยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เดวิด แบรดเบอรี รองประธานหน่วยงานกำกับดูแลเชิงระมัดระวัง APRA เรียกร้องให้กองทุนบำนาญของประเทศเพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยไซเบอร์ และพิจารณาแบ่งปันทรัพยากรด้านการป้องกันระหว่างกองทุน ตามรายงานของ Bloomberg

เหตุผลสำคัญมาจากความกังวลว่า เทคโนโลยี AI อาจถูกนำมาใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการหลอกลวงที่มุ่งเป้าไปยังประชากรสูงวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินออมเพื่อการเกษียณ

ความเสี่ยงนี้สืบเนื่องมาจากปี 2568 หลังเกิดเหตุผู้โจมตีใช้รหัสผ่านที่ขโมยมาจากแหล่งอื่นล็อกอินเข้าบัญชีสมาชิกของกองทุนหลายแห่ง ทำให้เกิดความกังวลว่าจะกระทบต่อระบบกองทุนบำนาญออสเตรเลีย ซึ่งมีสินทรัพย์รวมมากกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และมีบัญชีสมาชิกมากกว่า 25 ล้านบัญชี

นอกจากนี้ รายงานภัยคุกคามไซเบอร์ประจำปีของหน่วยข่าวกรองสัญญาณออสเตรเลีย (ASD) ยังระบุว่า การโจมตีธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐเพิ่มขึ้นประมาณ 80% และมีคำเตือนว่า เทคโนโลยีใหม่อาจถูกนำมาใช้โจมตีเงินออมเพื่อการเกษียณของประชาชน

อินเดีย NBFC สูญเงิน 3,000 ล้านรูปีในเวลาเพียง 2 เดือน

อีกหนึ่งประเทศที่เริ่มเผชิญความเสียหายจากการโจมตีภาคการเงินอย่างหนักคืออินเดีย โดย Economic Times รายงานเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมว่า บริษัทการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือ NBFC โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก สูญเสียเงินรวมประมาณ  3,000 ล้านรูปี ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักคือ NBFC โดยคำร้องเรียนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเมืองมุมไบประมาณ 30 ราย เดลีมากกว่า 25 ราย และเจนไนประมาณ 15-16 ราย

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจมีการใช้เครื่องมือจากจีนอย่าง ARTEX และ CyberStrike ร่วมกับโมเดล AI แบบเปิด เช่น DeepSeek, Qwen, Kimi และ GLM อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ

Binance ถูกโจมตีครั้งใหญ่ เสียหาย 6.36 พันล้านดอลลาร์

ปิดท้ายด้วยเหตุการณ์ล่าสุดในวันที่ 29 ตุลาคม ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อมีรายงานว่า Binance ถูกแฮ็ก หลังผู้โจมตีสามารถย้ายเงินมูลค่าประมาณ 6.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐออกจากกระเป๋าเงินของ Binance ผ่านบล็อกเชน 10 เครือข่าย

โดยธุรกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอาจกลายเป็นการโจรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

อย่างไรก็ตาม Binance ประเมินผลกระทบอยู่ที่ประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์ พร้อมระบุว่าสามารถอายัดสินทรัพย์ได้ประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ และยืนยันว่าจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น

อ่านเพิ่มเติมในบทความ: Binance ถูกแฮกครั้งประวัติศาสตร์ อาจเสียหายทะลุ 2 แสนล้านบาท Binance TH ยันเงินลูกค้าปลอดภัย


จะเห็นได้ว่าภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับภาคการเงินมีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น และ AI อาจกำลังทำให้ต้นทุนและเวลาที่ใช้ในการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ลดลง ขณะเดียวกันก็เพิ่มความสามารถในการสร้างความน่าเชื่อถือและหลบเลี่ยงระบบตรวจจับ

สำหรับอุตสาหกรรมการเงิน การป้องกันภัยไซเบอร์จึงไม่อาจพึ่งพาเพียงระบบรักษาความปลอดภัยแบบเดิมอีกต่อไป แต่ต้องยกระดับทั้งเทคโนโลยี กระบวนการอนุมัติธุรกรรม การตรวจสอบตัวตน และความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินกับหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ