แอปเปิล ชู 7 โจทย์ใหม่ของโรงเรียน ปักหมุดอนาคตการศึกษา

Tech & Innovation

Digital Transformation

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

แอปเปิล ชู 7 โจทย์ใหม่ของโรงเรียน ปักหมุดอนาคตการศึกษา

Date Time: 8 ส.ค. 2569 06:59 น.

Summary

Apple ใช้เวทีการศึกษา ชี้โจทย์ใหม่ของโรงเรียนต้องพัฒนาครูระบบบริหาร และทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงานในอนาคต

  • 7ความท้าทายใหม่ ของการศึกษา
  • AIเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ของโลก
  • ชี้ทักษะสำคัญสู่ปี 2030
  • โรงเรียนต้องลงทุนมากกว่าอุปกรณ์
  • ย้ำEducation is in Apple's DNA
  • ออกแบบการเรียนรู้ผ่าน 4 เสาหลัก
  • หนุนระบบบริหารโรงเรียนครบวงจร
  • ครูเทคโนโลยีและข้อมูลต้องเดินไปด้วยกัน

Latest

GULF จับมือ Cognizant วางรากฐานดิจิทัล ปลดล็อกเศรษฐกิจใหม่ ดันไทยเป็นฮับ AI ของภูมิภาค

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงานและการเรียนรู้ โจทย์ของบริษัทเทคโนโลยีไม่ได้อยู่เพียงการพัฒนาอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่คือการเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาระบบการศึกษา เพื่อเตรียมนักเรียนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงานในอนาคต


แนวคิดดังกล่าวถูกนำเสนอในงาน Designed for Every Kind of Learner ซึ่งแอปเปิล (Apple) จัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยชูแนวทางการนำอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และบริการด้านการศึกษา มาเชื่อมกับความท้าทายของโรงเรียนในยุค AI


แอปเปิล สรุปความท้าทายสำคัญของภาคการศึกษาไว้ 7 ด้าน ได้แก่ การใช้ AI ในการศึกษา (AI Use in Education) การสร้างสมดุลของการใช้เทคโนโลยี (Balance of Technology) ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy and Security) การเตรียมความพร้อมบุคลากร (Workforce Readiness) การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (Student Engagement) การลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Investment) และการรักษาครูให้อยู่ในระบบ (Teacher Retention)


ทั้ง 7 ประเด็นชี้ให้เห็นว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีของโรงเรียนไม่ได้หมายถึงการจัดซื้ออุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมการดูแลข้อมูล การออกแบบการเรียนรู้ การสนับสนุนครู และการพัฒนาทักษะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต


นอกจากนี้ แอปเปิลยังอ้างอิงข้อมูลจาก World Economic Forum ที่ระบุว่า ทักษะสำคัญสำหรับปี 2030 ได้แก่ AI และ Big Data ความฉลาดรู้ด้านเทคโนโลยี ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และความยืดหยุ่นในการปรับตัว ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่สถานศึกษาต้องเร่งพัฒนา 


การศึกษาในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่จำนวนอุปกรณ์ในห้องเรียน แต่เป็นความสามารถของผู้เรียนในการใช้เทคโนโลยีเพื่อคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม และแก้ปัญหาด้วยตนเอง


นายโดมินิก ลิชตี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด แอปเปิล กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าเทคโนโลยีควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับตนเอง พร้อมระบุว่า สมาชิกหลายคนในทีมเคยทำงานเป็นครูหรือบุคลากรด้านการศึกษามาก่อน ทำให้เข้าใจข้อจำกัดของโรงเรียนและความต้องการของผู้สอนโดยตรง


ลิชตี อ้างคำกล่าวของนายทิม คุก ซีอีโอ ของแอปเปิล ที่ว่า "Education is in Apple's DNA" พร้อมอธิบายว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อการศึกษาของบริษัทตั้งอยู่บน 4 แนวคิดหลัก ได้แก่ การสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียน (Engage) การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกวิธีแสดงศักยภาพของตนเอง (Expression) การลงทุนที่ใช้งานได้ในระยะยาว (Last) และการสนับสนุนครูด้วยเครื่องมือและทรัพยากรที่มากกว่าตัวอุปกรณ์ (Ignite)


นอกจากการพัฒนาครูแล้ว แอปเปิลยังนำเสนอระบบบริหารจัดการสำหรับสถานศึกษา เช่น Apple School Manager ระบบติดตั้งอุปกรณ์แบบ Zero-touch การจัดการบัญชีผู้ใช้ และระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การติดตั้ง การดูแลผู้ใช้งาน ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ