สรุปเหตุการณ์ TSD ข้อมูลรั่ว ยืนยันหุ้นไม่หาย ธุรกรรมปลอดภัย อุดช่องโหว่แล้ว

Tech & Innovation

Digital Transformation

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุปเหตุการณ์ TSD ข้อมูลรั่ว ยืนยันหุ้นไม่หาย ธุรกรรมปลอดภัย อุดช่องโหว่แล้ว

Date Time: 28 ก.ค. 2569 13:59 น.

Video

ดร.นิเวศน์ เผยคาถา 30 ปี ทำให้เป็นเศรษฐีหมื่นล้าน? l Money Secret EP.21

Summary

TSD พบผู้ก่อเหตุ 1 รายอาศัยช่องโหว่ระบบ TSD Investor Portal เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานกว่า 2 แสนราย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา

  • ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, เลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเลขบัญชีธนาคาร
  • TSD ยืนยันว่าระบบซื้อขายหุ้นและข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากแยกส่วนจากระบบที่ถูกเข้าถึงอย่างชัดเจน
  • เจ้าหน้าที่ได้ปิดช่องโหว่และนำ AI มาช่วยตรวจสอบความปลอดภัยของระบบทั้งหมด พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุแล้ว
  • ตำรวจไซเบอร์เตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ติดต่อผ่านโทรศัพท์หรืออีเมลเพื่อหลอกเอาข้อมูลเพิ่ม ห้ามให้รหัสผ่านหรือ OTP เด็ดขาด

Latest


TSD เปิดแถลงเหตุข้อมูลผู้ลงทุนรั่วไหลราว 2 แสนราย จากระบบ Investor Portal เผยข้อมูลที่ถูกเข้าถึงครอบคลุมตั้งแต่ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ไปจนถึงเลขที่บัญชีธนาคาร แต่ยืนยันไม่กระทบการถือครองหุ้นและธุรกรรมซื้อขาย ระบุผู้ก่อเหตุมีเพียง 1 ราย ปิดช่องโหว่แล้ว ด้านตำรวจไซเบอร์เตือนภัยที่ใหญ่กว่าคือมิจฉาชีพนำข้อมูลไป "หลอกซ้ำ" สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่

บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบงาน TSD Investor Portal บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ต่อมาภายหลังการประสานงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เพื่อเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ TSD จึงทราบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม

ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ

  • ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่

  • หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล

  • ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และเลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

  • ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร

ไทม์ไลน์ของเหตุการณ์

  • เสาร์ 25 ก.ค. (ช่วงเย็น) ทีมไอทีตรวจพบความผิดปกติในการเข้าถึงระบบ TSD Investor Portal

  • อาทิตย์ 26 ก.ค. (ช่วงเช้า) ตรวจสอบพบว่ามีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน จึงเร่งแจ้งหน่วยงานกำกับดูแล โบรกเกอร์ ธนาคารคัสโตเดียน พร้อมส่งอีเมล/SMS แจ้งเตือนผู้เสียหายชุดแรก และออกแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชน

  • จันทร์ 27 ก.ค. TSD เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) และจากการสืบสวนเชิงลึกร่วมกัน พบเพิ่มเติมว่า "เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร" ของผู้ใช้งานรั่วไหลไปด้วย จึงส่งอีเมลและ SMS แจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอีกรอบในวันเดียวกัน

เกิดอะไรขึ้นกับ TSD Investor Portal?


นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อธิบายว่า ผู้ก่อเหตุมี 1 ราย และเป็นผู้ใช้งาน TSD Investor Portal จริง โดยล็อกอินเข้าระบบตามขั้นตอนปกติ แต่อาศัยการแก้ไขโค้ดตรงส่วนของ ID ในหน้า User Profile เพื่อดึงข้อมูลโปรไฟล์ของผู้ใช้งานรายอื่นออกมาเป็นจำนวนมาก รวมกว่า 2 แสนราย ครอบคลุมทั้งข้อมูลบัญชีหลักทรัพย์และบัญชีธนาคาร

พูดง่ายๆ ก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการเจาะระบบมาจากภายนอก แต่เป็นการเข้ามาตามช่องทางปกติ แล้วอาศัยช่องโหว่ของระบบเว็บที่เปิดใช้งานมานานกว่า 5 ปี

ทันทีที่ตรวจพบ ทีมไอทีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปิดช่องทางที่ผิดปกติ ระงับการใช้งานบัญชีผู้ก่อเหตุ และแก้ไขโค้ดที่เป็นช่องโหว่ทันที ที่สำคัญคือไม่ได้แก้แค่จุดเกิดเหตุ แต่ TSD ยังนำ AI มาช่วยสแกนโค้ดทั้งหมดของระบบ TSD และระบบอื่นๆ ในเครือตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อค้นหาแพตเทิร์นความเสี่ยงลักษณะเดียวกันและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้พอร์ตหุ้นของผู้ลงทุนหายไป เนื่องจากโครงสร้างระบบแบ่งเป็นสองส่วนที่แยกขาดจากกัน โดยระบบที่ถูกเข้าถึงคือ "หน้าบ้าน" ในที่นี้คือ TSD Investor Portal ซึ่งเป็นระบบผ่านเว็บสำหรับดูข้อมูลเท่านั้น

ส่วนระบบ "หลังบ้าน" ที่ใช้จับคู่ซื้อขายและเก็บข้อมูลพอร์ตหุ้นจริงนั้น TSD ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะเลย กล่าวคือมีกำแพงอีกชั้นที่ทำให้แฮกเกอร์ไม่มีทางเจาะเข้าถึงฐานข้อมูลหลักได้

ในระยะยาว TSD เตรียมถ่ายโอนการให้บริการจากเว็บไปสู่แอปพลิเคชัน Wiset ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่า


สำหรับกรณีที่หลายคนสับสนว่าทำไมได้รับอีเมลแจ้งเตือนทั้งที่อาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้เสียหาย นางสาวพิชยา ชมชัยยา ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานดูแลหลักทรัพย์และสิทธิประโยชน์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว TSD ได้ประสานงานไปยังโบรกเกอร์ โดยโบรกเกอร์หลายแห่งเลือก "ส่งอีเมลเตือนลูกค้าของตนเองทุกราย" เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงคือผู้ที่ได้รับ SMS หรืออีเมลที่ส่งจาก TSD โดยตรงเท่านั้น ส่วนอีเมลจากโบรกเกอร์เป็นเพียงการแจ้งเตือนเชิงป้องกัน

สิ่งที่ต้องระวังหลังจากนี้ คือ "การหลอกซ้ำ" จากมิจฉาชีพสวมรอย

พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ตอท.) กล่าวว่า ตำรวจไซเบอร์ทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ เช่น ThaiCERT ในการแกะรอยเส้นทางการเข้าถึงข้อมูลแบบข้ามพรมแดน ทั้งการตรวจสอบ IP Address และ Log ไฟล์ต่างๆ โดยยืนยันว่าผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างแน่นอน ส่วนข้อหาเพิ่มเติมต้องรอผลการสืบสวนให้ชัดเจนก่อน

สิ่งที่เน้นย้ำกับประชาชนมากที่สุด คือ การหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤตที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อข้อมูลหลุดไปอยู่ในมือมิจฉาชีพ อาจส่งผลให้กลโกงแนบเนียนขึ้น โดยยกตัวอย่างรูปแบบดังนี้

  • แก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับ VIP หรือ Spear Phishing เมื่อมิจฉาชีพรู้เลขบัตรประชาชนหรือเลขที่บัญชีธนาคารของเราจริงๆ ความระแวดระวัง (Zero Trust) ของเหยื่อจะลดลงทันที และเมื่อได้ยินข้อมูลส่วนตัวที่ถูกต้องเป๊ะทุกอย่าง สมองจะเชื่อโดยอัตโนมัติว่าปลายสายคือเจ้าหน้าที่ตัวจริง เช่น อ้างตัวเป็นมาร์เก็ตติ้งโบรกเกอร์ หรือเจ้าหน้าที่ธนาคาร

  • Domain Spoofing การทำเว็บไซต์ปลอมให้หน้าตาเหมือนของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้โดเมนฟรีแปลกๆ เช่น .xyz หรือ .cc ตำรวจแนะนำให้สังเกตโดเมนที่ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ เช่น .th หรือ .ac.th ซึ่งน่าเชื่อถือกว่า

ดังนั้นสิ่งที่อยากให้ประชาชนตระหนักไว้เพื่อป้องกันตัวเอง คือ เจ้าหน้าที่ตัวจริงจะไม่โทรมาขอรหัสผ่าน ขอ OTP หรือให้โอนเงินเด็ดขาด หากมีสายแปลกๆ อ้างเหตุการณ์นี้ ให้วางสายแล้วติดต่อกลับผ่านช่องทางทางการของสถาบันนั้นๆ ด้วยตัวเองเท่านั้น


TSD ยืนยันพอร์ตหุ้นปลอดภัย อย่าตื่นตระหนก

TSD ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และขอเน้นย้ำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากข้อมูลที่ถูกเข้าถึงยังไม่สามารถนำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ในระบบ หรือนำไปใช้ทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ได้

อย่างไรก็ตาม TSD ขอให้เพิ่มความระมัดระวังและมีสติในการทำธุรกรรมต่างๆ โดยขอเตือนให้

  • ระมัดระวังอีเมล ข้อความ SMS หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือรหัสยืนยัน (OTP)

  • ไม่คลิกลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือเปิดเอกสารจากผู้ส่งหรือแหล่งที่มาที่ไม่สามารถยืนยันได้

  • ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่ติดต่อมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่สามารถยืนยันตัวตนได้

  • เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีออนไลน์เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการใช้รหัสเดียวกันกับหลายบริการ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ (เป็นสุขอนามัยไซเบอร์ทั่วไป ไม่ใช่เพราะรหัสผ่านรั่วจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากข้อมูลที่หลุดไม่มีรหัสผ่าน)

  • ตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

  • หากได้รับอีเมลจาก TSD ขอให้ตรวจสอบให้มั่นใจว่าเป็นอีเมลที่มาจาก SETContactCenter@set.or.th เท่านั้น และต้องไม่มีลิงก์ใดๆ แนบไปด้วย

ทั้งนี้ TSD ขออภัยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างสูงสุด





Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ