
ประเทศไทยขาดแคลนบุคลากร AI ประมาณ 80,000 คน และการนำ AI ไปใช้ในองค์กรยังต่ำกว่า 20%
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เร่งตัวขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ประเทศไทยยังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้าน AI สูงถึง 80,000 คน และอัตราการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในองค์กรที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 20%
ความท้าทายนี้เองที่ผลักดันให้ภาครัฐและเอกชนรายใหญ่นำโดย True Corporation และ Google ก้าวออกมาร่วมมือกันอย่างจริงจังผ่านโครงการ “AI for All Thais” ที่จะทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดตัวหลักสูตร AI for Future Workforce ที่สามารถนับหน่วยกิตได้จริง นำร่องในมหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่ง และเตรียมขยายสู่ทั่วประเทศต่อไป
ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศชัดเจนว่า การพัฒนากำลังคนด้าน AI คือ “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องเร่งขับเคลื่อน พร้อมเปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์ 4 ปีข้างหน้าที่ AI จะกลายเป็นทุน (capital) ที่สำคัญของประเทศ
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติต่าง ๆ แต่สิ่งที่หนักที่สุด คือ เทคโนโลยี ที่กำลังเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว จนทำให้บางอาชีพที่เคยมีอยู่ อาจไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้อีก ดังนั้น AI รวมถึงเรื่อง AI Literacy หรือความเข้าใจ AI อย่างลึกซึ้งนั้นนับเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของภาครัฐที่มีต่อสังคมและต่อประเทศ
ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน เปิดเผยข้อมูลให้เห็น สำหรับประเทศไทยด้าน AI Governance และ AI adoption แม้จะมีการเติบโต แต่ยังไม่เพียงพอ โดยในปี 2025 การใช้งาน AI ยังไม่ถึง 20% ซึ่งถือว่าเป็นช่องว่างสำคัญ ขณะเดียวกันได้มีการประเมินว่าไทยต้องการบุคลากร AI ประมาณ 80,000 คน แต่จำนวนที่เราผลิตได้ยังห่างไกลมาก แม้จะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะดึงดูดการลงทุนจากบริษัทระดับโลกหรือทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
“ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การศึกษาแต่เป็นเรื่องปากท้องและอนาคตของประเทศ เป้าหมายที่ผมตั้งไว้ คือ ภายใน 4 ปี เราจะทำให้ '1 ใน 3 ของคนไทย' มี AI Literacy หากเราทำได้ ผมเชื่อว่าเราจะพาประเทศไปข้างหน้าได้”
ทั้งนี้กระทรวง อว. จะทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองหลักในการกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย สนับสนุนการบูรณาการ AI เข้าสู่ระบบอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และวางเส้นทางการเรียนรู้ที่ครอบคลุมตั้งแต่การปูพื้นฐานไปจนถึงการสร้างผู้เชี่ยวชาญระดับสูง พร้อมทั้งเชื่อมการศึกษาเข้ากับความต้องการแรงงานจริง
โดยสิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา คือ การผลักดันให้หลักสูตร AI สามารถนับหน่วยกิตได้จริงในระบบมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นการยกระดับสถานะของการเรียนรู้ AI จากกิจกรรมเสริมทักษะทั่วไปมาสู่วิชาที่มีน้ำหนักทางวิชาการอย่างเป็นทางการ
ในฝั่งภาคเอกชน True Corporation และ Google ได้ออกแบบการเรียนรู้ด้าน AI แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริงในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการ “AI for All Thais” จะแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าจับตามอง คือ โครงสร้างความร่วมมือที่ออกแบบมาให้แต่ละฝ่ายเติมเต็มซึ่งกันและกัน ภาครัฐวางนโยบายและรับรองมาตรฐาน ภาคการศึกษานำไปปฏิบัติในห้องเรียน True สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเข้าถึง และ Google ยกระดับมาตรฐานหลักสูตรให้อยู่ในระดับสากลให้นักศึกษาใช้งาน Generative AI ได้อย่างปลอดภัย
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม True Corporation ชี้ให้เห็นว่า หลายองค์กรทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่าอุปสรรคที่แท้จริงของการนำ AI มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพนั้นไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการยกระดับทักษะของผู้คน ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากพนักงานทรูที่พนักงานทุกคนจะได้รับการปูพื้นฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่อง
โดยที่มาของโครงการ “AI for All Thais” ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้าน AI ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้ CP Center of Excellence (CP-CoE) ณ True Digital Park ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้าน Digital & AI และ Data Infrastructure เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และกำลังคนด้าน AI อย่างครบวงจร
“True จึงตั้งเป้าเสริมศักยภาพคนไทยให้ถึง 12 ล้านคนภายในปี 2573 โดยเริ่มจากการพัฒนาพนักงานภายในองค์กรก่อน แล้วจึงขยายผลออกไปสู่วงกว้างผ่านความร่วมมือกับ Google โดยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Google ทำให้เราขยายผลพัฒนาทักษะด้าน AI ให้ก้าวไกลกว่าคนในองค์กร เสริมศักยภาพคนไทยให้พร้อมก้าวเป็นกำลังคนแห่งอนาคต ในภูมิทัศน์ใหม่ที่กำลังถูกเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยี AI”
ด้าน ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ Google ย้ำว่า บริษัทได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Cloud Region ในกรุงเทพฯ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.61 หมื่นล้านบาทไปแล้ว พร้อมทั้งคาดว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 1.4 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี
อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การยกระดับทักษะผู้คนจึงเป็นพันธกิจที่ต้องเดินควบคู่กันไป โดยที่ผ่านมา Google ช่วยยกระดับทักษะด้าน AI ให้กับนักเรียน ครูอาจารย์ และภาคธุรกิจในไทยไปแล้วกว่า 700,000 ราย โดยโครงการนี้ Google จะนำความเชี่ยวชาญด้าน AI ระดับโลกมาเสริมความรู้และทักษะให้กับนักศึกษาไทยจะช่วยลดช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล ควบคู่ไปกับการยกระดับความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น Gemini Academy for Students และหลักสูตร AI Literacy & Safety Modules
“หลักสูตรเชิงลึกและการเรียนแบบปฏิบัติจริงจะเร่งผลิตบุคลากร AI ระดับสูงทั้งสาย Engineer และ Researcher รวมถึงเพิ่มจำนวน AI Professionals เพื่อปิดช่องว่างแรงงานที่ขาด เมื่อกำลังคนมีทักษะสูงขึ้นในระดับประเทศก็จะช่วยยกระดับผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ไทยสามารถก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้ในระยะยาว”
สุดท้ายนี้ การนำ AI เข้าสู่ระบบการศึกษาจะกลายเป็นกลไกสำคัญที่เปลี่ยนจากการเป็นทักษะเฉพาะทางให้กลายเป็นทักษะพื้นฐานนั้นจะขยายผลต่อไปสู่แรงงานในอนาคต (Lifelong Learning) นำไปสู่ฐานผู้ใช้ AI ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของเศรษฐกิจหลังจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -