
Mc Jeans ประกาศกลยุทธ์บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เข้าสู่การดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ลูกค้าหน้าร้าน การบริหารข้อมูลสมาชิก การยกระดับประสบการณ์ Virtual Try-On
ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เมื่อตัวเลขดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและกำลังซื้อที่เปราะบาง
สอดคล้องกับข้อมูลของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ระบุว่า รายได้ครัวเรือนที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำถึงปานกลาง ประกอบกับภาระหนี้สินและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าอย่างระมัดระวัง เน้นสินค้าจำเป็นและความคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางมรสุมนี้กลับมีแบรนด์ไทยอย่าง แม็คยีนส์ (Mc Jeans) ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ “สวนกระแส” ด้วยการทำยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 เติบโตเกือบ 12% และมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลิกวิกฤติคนเดินห้างฯน้อยให้กลายเป็นโอกาสในการขายที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนสวนทางกับตัวเลข Traffic หรือจำนวนคนเดินผ่านหน้าร้านที่ติดลบเฉลี่ยถึง 13% อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา
แมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ Mc JEANS กล่าวว่า
เคล็ดลับสำคัญคือการนำระบบ AI เข้ามาเป็นหัวใจหลักในการบริหารจัดการทั้งระบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าภายในร้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย
ผ่านการเริ่มทดลองในร้านแฟล็กชิป 4 สาขา ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลเวสเกต เมกาบางนา และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยวิเคราะห์รูปแบบการเข้าชมร้านและพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า เพื่อนำข้อมูลไปปรับผังร้านและสนับสนุนการทำงานของพนักงานขายด้วยข้อมูลเชิงลึก
เพียงแค่ระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มใช้งาน จำนวนลูกค้าที่เข้าร้านเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า และเมื่อมีการแนะนำสินค้าได้อย่างเหมาะสมและตรงความต้องการ ส่งผลให้อัตราการปิดการขายปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันบริษัทมีการใช้งานระบบ AI ดังกล่าวใน 41 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนขยายให้ครอบคลุม 100 สาขาภายในปี 2569
ขณะที่ ในด้านการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ แมทธิว กล่าวเสริมว่า บริษัทได้นำ AI-Driven Precision CRM มาใช้ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกประมาณ 1.8 ล้านราย เพื่อยกระดับการสื่อสารทางการตลาดและการนำเสนอสินค้าในรูปแบบเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นส่งสินค้าและโปรโมชั่นที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละราย ที่ส่วนใหญ่ลูกค้าหน้าร้านจะเป็น Gen X - Y ประมาณ 74% ส่วน Gen Z ชอบซื้อออนไลน์
โดยที่ AI จะเรียนรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนชอบเปิดอ่านข้อความเวลาไหน และจะส่งข้อความไปในช่วงเวลานั้นโดยเฉพาะ ส่งผลให้ ณ ปีงบประมาณ 2569 ยอดขายที่มาจากฐานสมาชิก CRM คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นจาก 40% ในปีงบประมาณ 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การเพิ่มความถี่ในการซื้อ และการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเทคโนโลยี Virtual Try-On สำหรับสมาชิก โดยสามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อทดลองสวมใส่สินค้าออนไลน์ผ่านระบบเสมือนจริง ในระยะแรกจะสามารถทดลองสินค้าได้ 2 ชิ้น เช่น เสื้อและกางเกงยีนส์ ก่อนพัฒนาไปสู่การทดลองสินค้าแบบครบชุดในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดสมาชิกใหม่ และเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
โดยมีการคาดการณ์ว่าในตลาดเอเชียแปซิฟิกที่เทคโนโลยี Virtual Try-on (การลองชุดเสมือนจริง) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ย 23.7% ต่อปี ไปจนถึงปี 2030 ซึ่งจะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในฝั่งออนไลน์
“การลงทุนในระบบ AI นั้นไม่ได้ใช้สัดส่วนงบประมาณที่สูงจนเกินไป เนื่องจากเน้นการพัฒนาแบบ In-house ร่วมกับทีมงานภายในที่หยิบเอาโมเดลที่มีอยู่แล้วในตลาดมาต่อยอด ซึ่งบริษัทมีการ Onboard และเทรนพนักงานหน้าร้านให้คุ้นเคยกับการเก็บข้อมูล Digital พื้นฐาน มาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้เมื่อนำระบบ AI เข้ามาติดตั้งจริง จึงสามารถใช้งานได้ทันทีภายใน 6 เดือน”
นพดล ตั้งเด่นชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อีกส่วนที่สำคัญและทำให้ยอดขายออนไลน์ของแม็คยีนส์เติบโต คือการบริหารจัดการ Affiliate หรือตัวแทนช่วยขายออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ แม็คยีนส์ใช้ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในการคัดกรอง และ จับคู่สินค้ากับตัวแทนที่มีศักยภาพ
โดยในปัจจุบันแบรนด์มีตัวแทนที่ติดตะกร้าสินค้าของแม็คยีนส์ใน TikTok และ Shopee สูงถึง 130,000 คน และคิดว่าในปี 2026 จะโตกว่า 2 เท่า กลยุทธ์นี้เปรียบเสมือนการมีพนักงานขายกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทุกเวลา ทุกแพลตฟอร์ม โดยที่แบรนด์ไม่ต้องแบกรับต้นทุนคงที่ในการเปิดสาขาเพิ่ม ปัจจุบันแม็คยีนส์มีจุดขายทั้งหมด 550 แห่ง มีพนักงานขายทั้งหมด 1,200 คน
รวมทั้งแม็คยีนส์ก้าวข้ามขีดจำกัดของการทำ Live Streaming แบบเดิมๆ ด้วยการสร้าง Live Studio เต็มรูปแบบที่สำนักงานใหญ่ โดยขยายจาก 4 ห้อง เป็น 11 ห้องภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุดคือกลยุทธ์ O2O (Offline to Online) ที่เปลี่ยน "พนักงานหน้าร้าน" (PC) ทั่วประเทศให้กลายเป็น “Live Creator”
พนักงานขายในสาขาของแม็คยีนส์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ยืนรอลูกค้าเดินเข้าร้าน (Pแต่ได้รับการฝึกฝนและผ่านการ “Audition” เพื่อขึ้นกล้องไลฟ์สดจากหน้าร้านในห้างสรรพสินค้า บางสาขาขนาดเล็กสามารถสร้างยอดขายจากการไลฟ์ได้เท่ากับยอดขายหน้าร้านปกติ ส่งผลให้ยอดขายรวมของสาขาพุ่งขึ้นเป็น 2 เท่าทันที โดยภาพรวมแบรนด์มีการไลฟ์สดสูงถึง 160-360 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อลูกค้าเปิดแพลตฟอร์มขึ้นมา จะต้องเจอแม็คยีนส์อยู่เสมอ
“ความสำเร็จในโลกออนไลน์ไม่ได้จบลงที่ยอดจอง แต่จบลงที่การส่งสินค้าถึงมือลูกค้า แม็คยีนส์ให้ความสำคัญกับการทำ Fullfillment ด้วยตัวเอง 24 ชั่วโมง โดยมีระบบจัดการคลังสินค้าที่สามารถรองรับออเดอร์ได้สูงถึง 20,000 - 30,000 ออเดอร์ต่อวัน โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญ Double Day”
ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังได้รุกตลาดด้วยบริการ Same Day Delivery ส่งสินค้าถึงมือลูกค้าภายใน 4-6 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นกลยุทธ์ช่วงชิงความได้เปรียบในตลาดที่แข่งขันกันด้วยความเร็ว
ทำให้ผลจากการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ยอดเยี่ยม แม็คยีนส์มีคะแนน Service Level Agreement (SLA) สูงถึง 99% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่อยู่ราว 80-90% ช่วยลดอัตราการยกเลิกสินค้าให้เหลือเพียง 1% และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน
จากกลยุทธ์การจัดหน้าร้านและการใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ทำให้ยอดขายต่อบิล (Ticket Size) พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่าตกใจถึง 5% โดยขยับจากฐานเดิมที่ 2,000 บาท ขึ้นไปแตะระดับ 5,000 บาทต่อบิล
ทั้งนี้ในงวดครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 215 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว มีรายได้รวม 1,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 12%
ภาพรวมผลการดำเนินงานสะท้อนถึงการบูรณาการ AI เข้ากับการบริหารร้านค้า การวางแผนสินค้า และการขยายฐานสมาชิกอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้า Mc JEANS ได้สะดวกยิ่งขึ้น เลือกสินค้าที่เหมาะสมกับรูปร่างและไลฟ์สไตล์ พร้อมรับประสบการณ์การซื้อที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney