
ปี 2025 ที่ผ่านมาตัวเลขยอดการทำธุรกรรมที่พุ่งทะลุ 34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า Stablecoin กำลังก้าวสู่กระแสหลักของโลกการเงิน มูลค่าตลาดของ Stablecoin เติบโตแบบก้าวกระโดด จากไม่ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ขึ้นมาอยู่ที่กว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 9.7 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน ตามข้อมูลของ Visa
ในหลายประเทศก็มีการออกกฎระเบียบ วางกรอบชัดเจนเพื่อรองรับสินทรัพย์ประเภทนี้ อย่างในสหรัฐอเมริกาก็มีการออก GENIUS Act มาเพื่อดูแล และในประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชีย อย่างเช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ตลอดจนฝั่งยุโรป ก็มีการออกกฎหมายเฉพาะขึ้นมากำกับดูแลแล้วเช่นกัน
ขณะที่หลายฝ่ายทั้งสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ตลอดจนสตาร์ทอัพฟินเทคขนาดเล็ก มองว่า Stablecoin ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบการเงินโลก” ที่ทั้งรัฐและเอกชนต้องเข้ามามีบทบาทร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Thairath Money ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ Yam Ki Chan รองประธานฝ่ายกลยุทธ์และนโยบายของ Circle ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ผันตัวมาขับเคลื่อนนวัตกรรมการเงินดิจิทัล ในงาน Money 20/20 Asia 2026 ถึงทิศทางของ Stablecoin ระดับโลกอย่าง USDC และวิสัยทัศน์ที่มองประเทศไทยเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ
หากย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาพจำของ Stablecoin มักถูกผูกติดอยู่กับกระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อใช้เป็นที่พักเงินในช่วงตลาดผันผวน แต่ในวันนี้ยุทธศาสตร์ของ Circle กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ถูกขนานนามว่าเป็น “โรงงานของโลก” (The World's Factory) ที่การเคลื่อนย้ายเงินทุนหากล่าช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจหมายถึงโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไปมหาศาล
Yam Ki Chan วิเคราะห์ว่า หากฝั่งตะวันตกมอง Stablecoin เป็นเครื่องมือในตลาดทุน แต่สำหรับเอเชียความล่าช้าในระบบการเงินเดิมคือ ต้นทุนมหาศาลของภาคธุรกิจจริง ดังนั้น ในหลายประเทศที่มีการยอมรับ Stablecoin ถูกนำมาใช้มากกว่าการซื้อขายบนกระดานคริปโตฯ แต่ยังนำมาใช้ในการใช้จ่ายข้ามพรมแดน (Cross-Border Payment) การบริหารสภาพคล่องขององค์กร (Treasury Management) ตลอดจนการโอนเงินระหว่างประเทศ (Remittances) ด้วยเช่นกัน
“ในระบบเดิม เงินมักไปค้างอยู่ในท่อ ติดวันหยุด ติดเวลาทำการธนาคาร แต่ด้วย USDC ธุรกิจในเอเชียสามารถโอนเงินชำระค่าวัตถุดิบหรือรับเงินจากลูกค้าทั่วโลกได้ทันที 24/7 ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดทุนจม นี่คือการเปลี่ยนเกมจากการเก็งกำไรสู่การใช้งานในภาคเศรษฐกิจจริงอย่างแท้จริง” Yam Ki Chan กล่าวกับ Thairath Money
สำหรับ USDC คือ Stablecoin ที่ผูกมูลค่าไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐแบบ 1:1 ในปัจจุบันถือเป็น Stablecoin อันดับที่ 2 เป็นรองเพียง USDT ของ Tether ในแง่ของสภาพคล่องและความนิยมในการใช้งาน แต่ USDC นั้นได้รับการยอมรับมากกว่าในเรื่องของความโปร่งใส และมีการกำกับดูแลที่เหมาะสม (อย่าง กฎหมาย MiCA ในยุโรป, GENIUS Act ในสหรัฐฯ และ SEC ของไทยที่อนุญาตให้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้)
Yam Ki Chan ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานในทำเนียบขาวและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “ผู้กำกับดูแลกำลังเผชิญกับโจทย์ที่ยากที่สุด เพราะ Stablecoin คือนวัตกรรมการเงินที่คาบเกี่ยวอยู่กับหลายมิติ”
หากมองในประเทศไทย ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุญาตให้ Stablecoin สามารถใช้ในการซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่ฝั่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มุ่งเน้นไปที่เสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability) ระบบการชำระเงิน และการเกิดขึ้นของเงินโปรแกรมเบิล (Programmable Money) ที่ต้องมั่นคงและปลอดภัย
Yam Ki Chan มองว่า สภาวะทับซ้อนและคาบเกี่ยวกันของอำนาจกำกับดูแลเป็นเรื่องปกติของเทคโนโลยีใหม่ที่มาดิสรัปต์โครงสร้างเดิม แต่กุญแจสำคัญ คือ การเปิดพื้นที่ให้เกิดการทดลองร่วมกันผ่านระบบ Sandbox เพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสมที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลโดยไม่ทำลายเสถียรภาพการเงินของประเทศ
เมื่อถามถึงมุมมองการทำตลาดในประเทศไทยที่ยังไม่มีกฎระเบียบที่ตกผลึกชัดเจนเทียบเท่าสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือญี่ปุ่น แต่ Circle ย้ำว่า ไทยยังคงเป็น Priority อันดับต้น ๆ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็น
ทั้งนี้ Yam Ki Chan ทิ้งท้ายว่า “Circle พร้อมที่จะพูดคุย และยินดีทำงานภายใต้ Sandbox หรือ Regulatory Regime ที่หลากหลาย และร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่นเพื่อผลักดันการใช้งานให้เกิดขึ้นจริง เพื่อหาจุดร่วมระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อนำเงินดิจิทัลมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เร็วขึ้น”
ด้านตัวเลข ปัจจุบันมี USDC หมุนเวียนอยู่ในระบบนิเวศรวมมูลค่าประมาณ 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาส 4 ปี 2025 เพียงไตรมาสเดียว มีปริมาณการทำธุรกรรมผ่าน USDC บนบล็อกเชนสูงถึงเกือบ 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 250% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney