
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยคงได้เห็นข่าวที่ TSD หรือบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการระบบ Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทาง TSD ได้เร่งประสานงานกับตำรวจไซเบอร์ทันที เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษโดยเร็ว พร้อมยืนยันว่าข้อมูลการถือครองหุ้นและข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และมิจฉาชีพจะไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปแอบอ้างทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นแทนเราได้อย่างแน่นอน
“คุณนายพารวย” มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ “การพบปัญหา” แต่คือการที่ TSD เดินหน้า ตรวจสอบและแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วทันทีที่ทราบเหตุ ถือเป็นการทำงานที่ฉับไว อีกทั้งยังแจ้งความคืบหน้าให้นักลงทุนรับรู้ทันทีโดยไม่ปิดบัง ไม่ปล่อยให้นักลงทุนต้องเผชิญปัญหาตามลำพัง
จากข้อมูลที่ TSD แจ้ง พบว่ามีข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ 2.เบอร์โทรศัพท์และอีเมล, 3.ชื่อบริษัทหลักทรัพย์และเลขบัญชีซื้อขายหุ้น และ 4.ชื่อธนาคารและเลขบัญชีธนาคารที่ผูกไว้รับเงินปันผล แต่ข่าวดีคือ TSD ยืนยันชัดเจนว่ายังไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และธุรกรรมซื้อขายหุ้นได้รับผลกระทบแต่อย่างใด นั่นแปลว่าใครถือหุ้นอะไรอยู่ จำนวนกี่หุ้น มูลค่าเท่าไหร่ ข้อมูลในส่วนนี้ยังคงปลอดภัยดีอยู่ในระบบหลักของ TSD
เหตุการณ์นี้อาจทำให้หลายคน “ตกใจ” แต่สิ่งที่ควรทำ คือ “ตั้งสติ” เพราะในโลกการเงินปัจจุบัน ภัยไม่ได้มาในรูปแบบโจรปล้นซึ่งๆหน้า แต่มาในรูปแบบการหลอกลวงผ่านช่องทางต่างๆที่พร้อมเข้าถึงทุกคนให้ตกเป็นเหยื่อได้ตลอดเวลา
TSD ได้แนะนำนักลงทุนผ่านหลักคิดง่ายๆ ซึ่งจะขอสรุปเป็น “4 ไม่ 4 ทำ” ให้จำกันง่ายๆ เริ่มจาก ฝั่ง “4 ไม่” ที่อยากเน้นย้ำ ได้แก่ 1.ไม่คลิกลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ (อีเมลจริงจาก TSD จะส่งมาจาก SETContactCenter@set.or.th เท่านั้น และไม่มีลิงก์แนบมาด้วย) 2.ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน หรือรหัส OTP (One-Time Password หรือรหัสยืนยันตัวตนแบบใช้ครั้งเดียว) หรือข้อมูลส่วนตัวให้ใคร 3.ไม่โอนเงินให้ใครก็ตามที่อ้างเป็นหน่วยงานทางการโดยไม่ได้ตรวจสอบก่อน และ 4.ไม่เชื่อทันทีเมื่อมีผู้แอบอ้างเป็น TSD บริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคาร จนกว่าจะตรวจสอบผ่านช่องทางทางการเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
ส่วนฝั่ง “4 ทำ” เพื่อความอุ่นใจตามที่ TSD แนะนำ เริ่มด้วย 1.เปิดระบบแจ้งเตือนธุรกรรมผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชันไว้เสมอ เพื่อรับรู้ได้ทันทีหากมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ 2.หมั่นตรวจสอบบัญชีธนาคารและบัญชีซื้อขายหุ้นเป็นระยะ 3.เปลี่ยนรหัสผ่านให้คาดเดายาก ไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัวและรหัสซ้ำกันในหลายบริการ พร้อมเปิดใช้งาน 2FA (Two-Factor Authentication หรือการยืนยันตัวตนสองชั้น) ในทุกบริการที่รองรับ และ 4.“กดวางสายทันที” หากเจอสายที่น่าสงสัย แล้วค่อยโทร.กลับไปที่เบอร์ทางการขององค์กรนั้นด้วยตัวเอง ยิ่งเรารู้เท่าทันคำเตือนของ TSD และปฏิบัติตามมากเท่าไหร่ มิจฉาชีพก็ยิ่งนำข้อมูลที่รั่วไหลไปใช้ประโยชน์ได้ยากขึ้นเท่านั้นค่ะ
ในยุคนี้สำหรับนักลงทุนอย่างเรา ลำพังเพียงแค่ฉลาด “รู้เรื่องลงทุน” อย่างเดียวคงไม่พอ แต่จำเป็นต้องเฉลียว “รู้ทันมิจฉาชีพ” ด้วย ขอให้เราตั้งสติ ตรวจสอบให้ชัวร์ทุกครั้งก่อนเชื่อใคร แล้วพอร์ตของเราจะปลอดภัย ทั้งจากความผันผวนของตลาดและจากมิจฉาชีพไปพร้อมๆกันค่ะ.
คุณนายพารวย
คลิกอ่านคอลัมน์ “รู้เก็บรู้ออม” เพิ่มเติม