ครั้งแรก! ฮ่องกงไฟเขียว HSBC - Standard Chartered นำร่องออกเหรียญ Stablecoin

Tech & Innovation

Digital Assets

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ครั้งแรก! ฮ่องกงไฟเขียว HSBC - Standard Chartered นำร่องออกเหรียญ Stablecoin

Date Time: 17 เม.ย. 2569 17:47 น.

Video

เบื่อเป็นลูกจ้าง! หุ้น vs ธุรกิจ ทางไหนพารอด? ฟัง ซัน กระทรวง - เบียร์ ใบหยก | Money Issue EP.46

Summary

ฮ่องกงไฟเขียว เปิดทางสองยักษ์ธนาคาร HSBC - Standard Chartered ให้ใบอนุญาต “ผู้ออก Stablecoin” เป็นครั้งแรก นำร่องออกโทเคนดิจิทัลผูกกับเงินดอลลาร์ฮ่องกงแบบ 1:1 ตั้งเป้าเป็นฮับคริปโตฯ และลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐในการชำระข้ามพรมแดน

Latest


เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Hong Kong Monetary Authority องค์การเงินตราฮ่องกง หรือธนาคารกลางฮ่องกง ได้อนุมัติใบอนุญาต “ผู้ออก Stablecoin” เป็นครั้งแรก โดยมอบให้กับ HSBC Holdings และ Anchorpoint ซึ่งบริษัทที่เกิดจากความร่วมมือของ Standard Chartered, Hong Kong Telecommunications และ Animoca Brands บริษัทเกมและผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชน

เป็นการเปิดทางให้สองธนาคารยักษ์ สามารถออกโทเคนดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์ฮ่องกงแบบ 1:1 บนระบบบัญชีแบบกระจายศูนย์สาธารณะ โดยหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตคาดว่าจะสามารถออก Stablecoin ได้ในช่วงกลางปีถึงครึ่งหลังของปี 2026 หลังจากดำเนินการเตรียมความพร้อมเสร็จสิ้น

ใบอนุญาตใหม่เหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฮ่องกงพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่รัฐบาลประกาศในปี 2022 ว่าต้องการผลักดันเมืองให้เป็นศูนย์กลางคริปโตฯ ระดับโลก โดย Securities and Futures Commission ได้เริ่มออกใบอนุญาตให้กับศูนย์ซื้อขายคริปโตฯ มาตั้งแต่ปี 2023 ขณะที่กฎเกณฑ์สำหรับ Stablecoin ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ HKMA ก็มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

ภายใต้กรอบของฮ่องกง ผู้ออก Stablecoin จำเป็นต้องถือครองเงินสำรองเทียบเท่า 100% ของมูลค่าเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ทั้งหมด และไม่ว่าจะเป็นการออก Stablecoin ภายในฮ่องกง หรือ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์ฮ่องกงไม่ว่าจะออกที่ใดในโลก ก็จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตจาก HKMA

ความพยายามในการกำกับดูแลการออก Stablecoin กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายเพื่อควบคุมสินทรัพย์ประเภทนี้ ซึ่งยิ่งเร่งให้ประเทศอื่น ๆ ต้องออกกฎเกณฑ์เพื่อดูแลคริปโตฯ ประเภทนี้มากขึ้น เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินเตือนว่า Stablecoin อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบได้

ท่าทีของฮ่องกงแตกต่างจากกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากกว่าในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา People’s Bank of China ได้ออกแถลงการณ์ห้ามการออก Stablecoin ที่อิงกับเงินหยวนโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ Pan Gongsheng ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน เคยทั้งเตือนถึงความเสี่ยงของ Stablecoin แม้จะยอมรับว่าเทคโนโลยีนี้อาจปฏิวัติระบบการเงินระหว่างประเทศได้

นับตั้งแต่ปี 1983 ค่าเงินของฮ่องกงถูกตรึงกับดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นในมุมมองของจีนเกี่ยวกับด้านภูมิรัฐศาสตร์ของ Stablecoin ในฮ่องกง จึงเป็นเรื่องศักยภาพในการ “ลดการพึ่งพาดอลลาร์” ในการค้าระดับภูมิภาคของเอเชีย เนื่องจากปัจจุบัน ความต้องการดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกประมาณ 40% เกิดจากการที่มันถูกใช้เป็นตัวกลางในการค้าระหว่างประเทศที่สกุลเงินของทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีการซื้อขายกันโดยตรงในปริมาณมาก เทคโนโลยีจึงอาจเป็นหนทางที่จะหลุดพ้นจากการพึ่งพานี้ได้ในที่สุด

ในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ ระบบเดิมจะกำหนดให้เงินดอลลาร์ฮ่องกงต้องถูกแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐก่อน แล้วจึงแปลงเป็นเงินสกุลอื่น ธนาคารที่เกี่ยวข้องก็จะบวกส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน เก็บค่าธรรมเนียมสูง และยังไม่สามารถโอนเงินให้เสร็จภายในวันเดียวได้

เพราะฉะนั้น ในโครงสร้างใหม่ ความฝืดและต้นทุนจำนวนมากจะถูกตัดออกไป ในทางทฤษฎี ร้านค้าใน Mong Kok สามารถจ่ายเงินเป็นดอลลาร์ฮ่องกงในรูปแบบ Stablecoin (เช่น HKDAP ของ Anchorpoint) ได้โดยตรง 

ยกตัวอย่างเช่น เบื้องหลัง Ant Group จะใช้แพลตฟอร์มบล็อกเชน Whale เป็นตัวแปลค่าเงิน โดยล็อก HKDAP ไว้ในฮ่องกง และกระตุ้นให้เกิดการจ่ายเงินบาททันทีจากเงินสำรองในกรุงเทพฯ ธุรกรรมจึงถูกชำระโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านระบบ SWIFT และไม่ต้องพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ

Andy Mukherjee คอลัมนิสต์ของ Bloomberg วิเคราะห์ว่า ต่อจากนี้ทางการจีนจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า HSBC และ Standard Chartered จะดำเนินการอย่างไร ก่อนที่จะอนุญาตให้มีการทดลองในจีน หาก Stablecoin เหล่านี้สามารถนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันและการค้าระดับภูมิภาคได้จริง มันอาจกลายเป็นโมเดลที่นำไปใช้กับ “เงินเอกชนที่อิงกับหยวน” ได้ในอนาคต


ที่มา: Bloomberg [1][2]


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ