จับตา Bitcoin ไตรมาส 2 หลังสงครามสัญญาณเงินไหลกลับ ผลตอบแทนชนะทอง-S&P500 ลุ้น Fed คนใหม่หนุนนโยบาย

Tech & Innovation

Digital Assets

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

จับตา Bitcoin ไตรมาส 2 หลังสงครามสัญญาณเงินไหลกลับ ผลตอบแทนชนะทอง-S&P500 ลุ้น Fed คนใหม่หนุนนโยบาย

Date Time: 16 เม.ย. 2569 17:15 น.

Video

ดีเบต! หวยใบเสร็จ SMEs VS เศรษฐีเงินล้าน ใครจะพาไทยรอดจากวิกฤติปากท้อง? | Money Issue EP.45

Summary

จับตาตลาดคริปโตฯ​ ไตรมาส 2 คาดบิตคอยน์ฟื้นตัว หลังช่วงสงครามทำผลตอบแทนชนะทองคำ และ S&P500 แต่ยังมีอีกบางปัจจัยที่ต้องจับตา ทั้งประธาน Fed คนใหม่ ความคืบหน้ากฎหมายคริปโตฯ ตลอดจนการ IPO บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ อาจหนุนตลาดคริปโตฯ ให้เป็นบวก

Bitazza Thailand คาดการณ์ บิตคอยน์ (Bitcoin) ในไตรมาสที่ 2 มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากช่วงสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา นักลงทุนมองเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ทำให้บิตคอยน์สามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และทองคำ พร้อมกันนี้ ยังต้องติดตามการเข้ามารับตำแหน่งของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ในเดือนพฤษภาคมนี้ ตลอดจนความคืบหน้าของกฎหมายคริปโตฯ และกระแสการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน

ธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิทาซซ่า จำกัด ระบุถึงแนวโน้มของตลาดคริปโตเคอเรนซีในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หลังจากบิตคอยน์ให้ผลตอบแทนติดลบติดต่อกันถึง 5 เดือน ล่าสุดสามารถแตะระดับ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐได้แล้ว  โดยปัจจัยหนุนหลัก ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย

  • นักลงทุนทั่วโลกยังมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากสงครามในแถบตะวันออกกลาง และหากนับตั้งแต่เปิดการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บิตคอยน์ยังให้ผลตอบแทนในระดับ 12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนที่ 2% ส่วนทองคำนั้นติดลบไป -9% ทั้งนี้ หากการเจรจาสงบศึกเป็นไปในทางบวก ก็ยังมีแนวโน้มช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงได้อีกด้วย

  • แรงซื้อกลับเข้ามาในบิตคอยน์ผ่าน ETF หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์อย่างทองคำในช่วงทำนิวไฮก่อนหน้านี้ไป และหันมาลงทุนในบิตคอยน์ที่ราคาอยู่ในระดับน่าสนใจกว่า นอกจากนี้ สองยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ Morgan Stanley หันมาเปิดตัว Bitcoin ETF เอง ประกอบกับราคาบิตคอยน์ร่วงมาแล้ว 5 เดือนติดต่อกัน จึงมีโอกาสน้อยมากที่ราคาจะติดลบนานกว่านี้ แม้ในช่วงภาวะตลาดซบเซาจึงสามารถคาดหวังได้กับการฟื้นตัวของราคาหลังจากนี้


ส่วนปัจจัยที่ยังคงต้องจับตากันต่อในไตรมาสที่ 2 นั้น ประกอบไปด้วย

  • การเข้ามารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ของ Kevin Warsh ในเดือนพฤษภาคมนี้ ที่ถึงแม้ว่าทัศนคติของ Warsh เองจะเป็นเชิงบวกต่อโลกคริปโตฯ แต่หากแนวโน้มนโยบายการเงินนั้นยังดำเนินไปอย่างเคร่งครัด ไม่มีการลดดอกเบี้ย ตลาดก็ยังคงกังวลต่อ แต่หากรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการและให้ความเห็นว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ก็จะเป็นผลบวกต่อบิตคอยน์

  • ติดตามความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลตลาดคริปโตฯ ให้เป็นระบบเช่นเดียวกับตลาดการเงินดั้งเดิม ซึ่งหากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ความเชื่อมั่นต่อตลาดคริปโตฯ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย และจะมีเงินไหลเข้ามาในตลาดเพิ่มอีก

  • ติดตามการ IPO เข้าตลาดหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง SpaceX, OpenAI และ Anthropic ซึ่งอาจมีสภาพคล่องบางส่วนถูกดึงออกจากตลาดไปลงทุนใน 3 บริษัทนี้ แต่เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดกระแสลงทุนในสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยีขึ้น รวมถึงบิตคอยน์ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ล่าสุดดัชนี S&P500 และ Nasdaq กลับมาสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้สำเร็จจะเป็นปัจจัยบวกช่วยหนุนตลาดคริปโตฯ ไปได้ต่อ

“ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง แม้ว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจะเจรจาสงบศึกได้ แต่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกจะยังคงทำให้ตลาดการเงินมีความผันแปรอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนจึงต้องมีวินัยการลงทุนที่เคร่งครัดและบริหารความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอ” ธนวัต สุตันติวรคุณ กล่าว


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ