
ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้ทางการค้า ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ
ตลาดการเงินโลกกลับเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้ Reciprocal Tariffs อีกครั้งเพื่อตอบโต้คำตัดสิน ส่งผลกระทบให้หลายประเทศยังคงเผชิญกับอัตราที่เพิ่มขึ้น 10-15% ตอกย้ำความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และแรงตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สินทรัพย์เสี่ยงตั้งแต่คริปโทเคอร์เรนซีไปจนถึงหุ้นเทคโนโลยีถูกเทขายพร้อมกัน
Bitcoin ดิ่งลงมากกว่า 5% ระหว่างการซื้อขายวันอังคาร หลุดระดับ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปแตะจุดต่ำสุดบริเวณ 62,964 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับสำคัญดังกล่าว สะท้อนแรงกดดันจากนักลงทุนที่ลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
นับตั้งแต่ต้นปี ราคา Bitcoin ปรับตัวลงแล้วราว 27% และลดลงกว่า 50% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ขณะที่กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเดียว สะท้อนแรงขายที่ขยายวงกว้าง ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมคริปโทลดลงเกือบครึ่งจากจุดสูงสุดตลอดกาลเหลือราว 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap
แรงสั่นสะเทือนรอบนี้มีจุดเริ่มจากความไม่แน่นอนด้านการค้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีจำนวนมากที่ออกเมื่อปีก่อนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้อัตราดังกล่าวต่ำกว่าระดับ 15% ที่เคยประกาศก่อนหน้านี้ แต่ตลาดยังกังวลต่อเนื่องว่าภาษีอาจถูกปรับเพิ่มอีกในอนาคต
ความไม่ชัดเจนดังกล่าวซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบางอยู่แล้วจากประเด็นตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อื่น ๆ ทำให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงก่อนเป็นอันดับแรก
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การปรับฐานครั้งนี้เป็น “การลดความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์” มากกว่าการถอนตัวถาวร แต่ก็สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญว่า Bitcoin ยังคงอ่อนไหวต่อสภาพคล่องในระบบการเงินโลกและนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างชัดเจนหากตลาดมองว่านโยบายการค้าจะทำให้เงื่อนไขทางการเงินตึงตัว สินทรัพย์ดิจิทัลมักได้รับผลกระทบก่อน
ทั้งนี้ภาพรวมตลาดสินทรัพย์อื่น ๆ ก็อ่อนตัวเช่นกัน โดยราคาทองคำสปอตลดลงราว 1.1% ขณะที่ Ethereum ปรับลดลง 1.6% แตะระดับ 1,826 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนแรงเทขายที่ขยายวงกว้างในตลาดการเงินโลกช่วงสั้น ๆ นี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ราคา Bitcoin ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 66,500 ดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังมีเส้นแนวโน้มปรับลดลงอีก ซึ่งหากสรุปภาพรวมระยะสั้นแล้ว ราคา Bitcoin กำลังพยายามตั้งฐานฟื้นตัว แต่ยังติดแนวต้านสำคัญหลายชั้น หากไม่สามารถยืนเหนือโซน 66,500-67,200 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างมั่นคง ความผันผวนและความเสี่ยงขาลงยังคงอยู่ในตลาดคริปโทฯ ช่วงนี้ต่อไป
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -