บิตคอยน์ดิ่ง 60,000 ร่วง 30% ในสัปดาห์เดียว แรงเทขายถล่ม นักลงทุนตั้งคำถาม “ทองคำดิจิทัล” จริงไหม?

Tech & Innovation

Digital Assets

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

บิตคอยน์ดิ่ง 60,000 ร่วง 30% ในสัปดาห์เดียว แรงเทขายถล่ม นักลงทุนตั้งคำถาม “ทองคำดิจิทัล” จริงไหม?

Date Time: 6 ก.พ. 2569 10:11 น.

Video

สรุปการยื่นภาษี สิทธิ์ลดหย่อนล่าสุด! กับ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (iTAX) | Thairath Money Night Stand EP.27

Summary

บิตคอยน์ยังร่วงแรง ล่าสุดแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ BTC แล้ว สัปดาห์นี้ช้ำหนัก มูลค่าร่วงลงมาแล้วเกือบ 30% ในระยะเวลาแค่สัปดาห์เดียว หลังนักลงทุนทยอยเทขายต่อเนื่อง ด้านสถาบันมีเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF แล้วหลายพันล้าน ตามความเชื่อมั่นในโทเคนนี้ที่ลดลงท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์

บิตคอยน์ (Bitcoin) ราคาร่วงลงอีก ล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 6 กุมภาพันธ์ตามเวลาประเทศไทย ราคาบิตคอยน์ลงไปแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว ก่อนที่จะกลับขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ที่ช่วง 65,000 ดอลลาร์สหรัฐ นับว่าราคาปรับตัวลงมาแล้วถึง 48.8% จาก All-Time High เมื่อตุลาคมปีที่ผ่านมา 

ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว ราคาบิตคอยน์ปรับตัวหลุดระดับ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากนั้นแรงขายก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาถอยกลับมาใกล้กับระดับก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเฉพาะในสัปดาห์นี้เพียงสัปดาห์เดียว บิตคอยน์ปรับตัวลดลงไปแล้วเกือบ 30%

ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ BTC ในช่วงเช้าวันที่ 6 ก.พ. 2026 ตามเวลาประเทศไทย (ภาพจาก CoinMarketCap)
ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ BTC ในช่วงเช้าวันที่ 6 ก.พ. 2026 ตามเวลาประเทศไทย (ภาพจาก CoinMarketCap)


มูลค่าบิตคอยน์ที่ลดลงครั้งนี้ยังถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และแรงกระเพื่อมนี้ยังลามไปถึงโทเคนอื่น ๆ กองทุน ETF ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทอย่าง Strategy ที่ถือครองบิตคอยน์จำนวนมหาศาลอีกด้วย

คริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ก็เผชิญแรงขายหนักไม่แพ้กัน โดย Ether ปรับตัวลดลงมาแล้ว 33% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ Solana ร่วงลงไปแตะระดับ 88.42 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี และลดลงเกือบ 40% ภายในสัปดาห์เดียว


นักลงทุนตั้งคำถาม “ทองคำดิจิทัล” จริงไหม?

ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย บิตคอยน์ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 60,074 ดอลลาร์สหรัฐ (ตามข้อมูลของ CoinMarketCap) จากแรงเทขายในตลาดคริปโตฯ ที่รุนแรงขึ้น ขณะที่นักลงทุนเริ่มกลับมาทบทวนถึง “ประโยชน์ใช้สอยจริง” ของโทเคนนี้อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้บิตคอยน์ถูกยกย่องทั้งในฐานะเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ ป้องกันความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก และเป็นทางเลือกแทนเงินสกุลหลัก รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมอย่างทองคำ

ตลาดเริ่มส่งสัญญาณเปราะบางตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา เมื่อความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์กำลังเพิ่มสูงขึ้นจนสั่นคลอนตลาดการเงินโลก และทำให้นักลงทุนลดการรับความเสี่ยง ซึ่งกลายเป็นชนวนให้บิตคอยน์เริ่มดิ่งลงอย่างรุนแรงตั้งแต่กลางเดือนมกราคม และนำไปสู่ “วงจรขายซ้ำ” เมื่อกองทุนต่าง ๆ ต้องขายสินทรัพย์เพื่อรองรับการไถ่ถอน และปิดสถานะเลเวอเรจ ส่งผลให้แรงขายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

Marion Laboure นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ระบุเมื่อวันพุธว่า “แรงขายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนแบบดั้งเดิมกำลังเริ่มลดความสนใจ และภาพรวมความเชื่อมั่นต่อคริปโตฯ ในตลาดกำลังแย่ลง”

ความระมัดระวังของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้น หลังคำกล่าวอ้างหลายประเด็นเกี่ยวกับบิตคอยน์ไม่สามารถพิสูจน์ได้จริง โดยในช่วงที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ขณะที่การนำบิตคอยน์มาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการยังคงมีจำกัด


นักลงทุนสถาบันเริ่มเทขาย

แม้ก่อนหน้านี้นักลงทุนสถาบันจะถูกมองว่าเป็นแรงหนุนสำคัญของราคาบิตคอยน์ แต่ล่าสุดกลุ่มนักลงทุนกลุ่มนี้กลับเริ่มลดการถือครองอย่างชัดเจน 

ก่อนหน้านี้ เงินไหลเข้าของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เคยเป็นแรงพยุงสำคัญของราคาบิตคอยน์ตลอดช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา หลังมีเงินทุนไหลเข้าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กระแสดังกล่าวได้กลับทิศ หลังราคาบิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนัก 

ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า เพียงเดือนเดียวที่ผ่านมา มีเงินไหลออกจากกองทุน Bitcoin ETF แล้วราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากนับย้อนหลัง 3 เดือน ตัวเลขเงินไหลออกสูงกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Ilan Solot นักกลยุทธ์ตลาดโลกอาวุโสจาก Marex มองว่า แรงขายในรอบนี้เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีบางกลุ่ม การที่ราคาทองคำให้ผลตอบแทนดีกว่า บรรยากาศการลดความเสี่ยงของตลาดโดยรวม รวมถึงคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับกรอบการประเมินมูลค่าของคริปโตเคอร์เรนซี

“ภาพรวมระยะสั้นอาจยังคงเป็นขาลง แต่จุดที่เลวร้ายที่สุดอาจผ่านไปแล้ว” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “ในอดีต การปรับตัวลงในลักษณะนี้มักกลายเป็นโอกาสซื้อสำหรับนักลงทุนระยะยาว และหลายคนก็น่าจะมองมันในมุมนี้เช่นกัน”


ที่มา: CNBC, Bloomberg


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ