คริปโตฯ เข้าตลาดหมี? บิตคอยน์ร่วงต่อเนื่อง แค่เดือนเดียวหลุดแสน กำไรหายไป 30% จากต้นปี

Tech & Innovation

Digital Assets

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

คริปโตฯ เข้าตลาดหมี? บิตคอยน์ร่วงต่อเนื่อง แค่เดือนเดียวหลุดแสน กำไรหายไป 30% จากต้นปี

Date Time: 17 พ.ย. 2568 14:05 น.

Video

สรุปการยื่นภาษี สิทธิ์ลดหย่อนล่าสุด! กับ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (iTAX) | Thairath Money Night Stand EP.27

Summary

บิตคอยน์ร่วงลงแตะ 93,714 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังแตะจุดสูงสุดใหม่เมื่อ 6 ต.ค. 2025

  • กระแสสนับสนุนคริปโตฯ จากรัฐบาลทรัมป์เริ่มจางหาย, นักลงทุนสถาบันถอยห่าง
  • ปัจจัยลบรวมถึงมาตรการภาษีของทรัมป์และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
  • บริษัท Michael Saylor ผู้ถือบิตคอยน์รายใหญ่ ราคาหุ้นร่วงลง
  • ตลาดคริปโตฯ ยังไม่ฟื้นตัวจากเหตุการณ์ก่อนหน้า, เหรียญขนาดเล็กได้รับผลกระทบ

เพียงแค่ 1 เดือนหลังจากที่บิตคอยน์ (Bitcoin) ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 126,198 ดอลลาร์สหรัฐ (เมื่อ 6 ตุลาคม 2025) ราคาก็ได้ลบกำไรที่ทำไว้มากกว่า 30% ที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปีลงจนหมด เพราะกระแสความคึกคักต่อท่าทีสนับสนุนคริปโตฯ ของรัฐบาลทรัมป์เริ่มจางหายไป

บิตคอยน์ที่เป็นคริปโตเคอร์เรนซีตัวหลักร่วงลงมาหลุดแสนดอลลาร์สหรัฐ จนราคาแตะที่ 93,714 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดันราคาลงต่ำกว่าระดับปิดเมื่อสิ้นปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ทรัมป์เพิ่งประกาศชัยชนะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมรุกหน้าหนุนคริปโตฯ เต็มกำลัง

แต่ที่มูลค่าบิตคอยน์ร่วงในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่บิตคอยน์ไปแตะจุดสูงสุดได้เพียง 4 วัน และโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาพูดเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าแบบไม่คาดคิดจนทำให้ตลาดทั่วโลกปั่นป่วน

ในวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2025 มูลค่าของบิตคอยน์ตาม CoinMarketCap อยู่ที่ 95,370 ดอลลาร์สหรัฐ

Matthew Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise Asset Management ในนครซานฟรานซิสโกกล่าวว่า “ตอนนี้ตลาดโดยรวมอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง” 

โดยตลอดเดือนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ ตั้งแต่นักลงทุน ETF ไปจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ ต่างถอยห่างจากตลาดแบบเงียบ ๆ ทำให้บิตคอยน์ขาดแรงหนุนด้านกระแสเงินไหลเข้าที่เคยผลักดันให้ราคาทำสถิติสูงก่อนหน้านี้ บวกกับปัจจัยหุ้นเทคที่มีความร้อนแรงก่อนหน้านี้เริ่มลดลงแล้ว

ตลอดทั้งปีนี้ นักลงทุนสถาบันถือเป็นเสาหลักของความน่าเชื่อถือและราคาของบิตคอยน์ ETF ต่าง ๆ ตามข้อมูลของ Bloomberg ระบุว่ารวมกันมีเม็ดเงินไหลเข้ามากกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้สินทรัพย์รวมพุ่งขึ้นแตะราว 169,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

กระแสเงินที่ไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอนี้ช่วยสร้างภาพว่าบิตคอยน์คือเครื่องมือกระจายความเสี่ยง ที่สามารถป้องกันเงินเฟ้อ การอ่อนค่าของเงิน และความปั่นป่วนทางการเมืองได้ แต่เรื่องเล่านี้ที่เดิมทีก็เปราะบางอยู่แล้ว กำลังสั่นคลอนอีกครั้ง ทิ้งให้ตลาดเผชิญแรงกดดันแบบใหม่ที่เงียบกว่าแต่ทำลายเสถียรภาพได้ไม่แพ้กัน

“การเทขายรอบนี้เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งการขายทำกำไรของผู้ถือระยะยาว เงินสถาบันไหลออก ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และสถานะ Long แบบใช้เลเวอเรจโดนล้าง” Jake Kennis นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Nansen กล่าว

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดของการหยุดซื้อ คือบริษัท Strategy ของ Michael Saylor บริษัทซอฟต์แวร์ที่ถือบิตคอยน์สูงอันดับต้นของโลก แต่ตอนนี้ราคาหุ้นของบริษัทกลับร่วงลงมาใกล้เคียงกับมูลค่าบิตคอยน์ที่ถืออยู่ สะท้อนว่านักลงทุนอาจไม่เต็มใจจ่ายค่าพรีเมียมอีกต่อไป

สัดส่วนบิตคอยน์คิดเป็นราว 60% ของคริปโตฯ ทั้งหมดที่มีมูลค่ารวมราว 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปีที่ผ่านมาเหวี่ยงนักลงทุนขึ้นลงมาแล้วหลายครั้ง เคยลงไปต่ำสุดถึง 74,400 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเมษายนปีนี้ตอนที่ทรัมป์ออกมาประกาศเรื่องภาษี ก่อนจะเด้งขึ้นมา และร่วงหนักอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมตอนที่เซอร์ไพรส์เรื่องภาษีอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

Bloomberg รายงานว่า ตลาดคริปโตฯ ยังไม่ฟื้นตัวจากเหตุการณ์นั้น ความเสียหายทางจิตวิทยาที่นักเทรดโดนรอบนั้น “ยังคงทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ลังเล และต้องใช้เวลาและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พวกเขากลับมามั่นใจ” Chris Weston หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group กล่าว

การปรับตัวลงครั้งนี้ยิ่งหนักสำหรับเหรียญขนาดเล็กที่สภาพคล่องต่ำ ซึ่งมักถูกเทรดเดอร์เลือกเพราะความผันผวนสูงและมักให้ผลตอบแทนดีกว่าในช่วงตลาดกระทิง แต่ดัชนี MarketVector ที่ติดตามคริปโต 50 อันดับล่างของกลุ่ม 100 เหรียญใหญ่ กลับร่วงลงแล้วราว 60% ตั้งแต่ต้นปี


ที่มา: Bloomberg, CoinMarketCap


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ