
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ใช้จุดแข็งเครือข่าย MUFG สนับสนุนการเงินธุรกิจ เศรษฐกิจไทย ปักธงพอร์ตสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน 350,000 ล้าน ภายใน 3 ปี ชี้ 3 อุตฯ “ดาต้าเซ็นเตอร์ - สุขภาพ - พลังงานสะอาด” โตต่อเนื่อง
ประกอบ เพียงเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า พันธกิจสำคัญของการดำเนินงานคือการเป็นพันธมิตรของลูกค้า ซึ่งไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการทางการเงินเท่านั้น ดังนั้น จึงให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง ได้แก่
หนึ่ง: การสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืน ผ่านโครงการ Sustainable Finance โดยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
สอง: สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มของธุรกิจผ่านโครงการ Value Creation เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น พลังงานหมุนเวียน ดาต้าเซ็นเตอร์ การแพทย์ เป็นต้น
สาม : พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเสี่ยงผ่าน Digital Solution เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดในทุกขั้นตอนกระบวนการธุรกิจ
กลยุทธ์เหล่านี้เป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ และมีโอกาสในอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง อาทิ
ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ เช่น โปรเจกต์ความร่วมมือระหว่าง Digital Edge และ B.Grimm Power ที่กรุงศรีเข้าไปเป็นหนึ่งใน Mandated Lead Arrangers และ Green Facility Coordinators ซึ่งสะท้อนว่าดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้ไม่ใช่แค่ดิจิทัล แต่ยังต้องเป็น “สีเขียว” ด้วย เพราะพลังงานที่ใช้วิ่งข้อมูลนั้นมหาศาล
หรือ การจัดตั้ง INETREIT กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ลงทุนในสินทรัพย์ดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง และเพิ่งคว้ารางวัล Best REIT Deal of the Year จาก Alpha Southeast Asia Awards 2025
สุขภาพ ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งด้านนี้ และรัฐบาลก็ผลักดันให้เป็น New S-Curve อย่างจริงจัง และภาคเอกชนก็ต้องการเงินลงทุนขนาดใหญ่ด้วย ดังนั้น กรุงศรีก็ได้เข้าไปร่วมในดีลที่น่าสนใจ 2 โครงการ ได้แก่ Arthit International Hospital (AIH) ซึ่งได้รับสินเชื่อยั่งยืนรายแรกและใหญ่ที่สุดในเซกเตอร์สุขภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลค่า 3,500 ล้านบาท ส่วนโครงการที่สองคือ Bangkok Hospital Group ที่กรุงศรีเป็นผู้สนับสนุน Green Loan สำหรับโครงการโรงพยาบาลปิยะเวท 2 พรานก มูลค่า 3,200 ล้านบาท
“โรงพยาบาลที่เข้ามาขอสินเชื่อในวันนี้ไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการคู่คิดที่เข้าใจว่าจะทำอย่างไรให้โรงพยาบาลตอบโจทย์เรื่อง Sustainability ไปด้วยได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งนั่นคือจุดที่ทีมของเขาเข้าไปสร้างมูลค่าได้” ประกอบ กล่าว
พลังงานสะอาด เป็นอีกอุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนจำนวนมาก และกรุงศรี รับบทบาทที่ปรึกษาทางการเงินและธุรกิจ ในโครงการสำคัญๆ เช่น Levanta Renewables ในการเข้าซื้อโซลาร์ฟาร์มขนาด 91 เมกะวัตต์ขึ้นไปในไทย และเป็นที่ปรึกษาให้ Super Energy Corporation ในการขายหุ้น 100% ของโครงการลมขนาด 50 เมกะวัตต์ในเวียดนาม และโซลาร์ 98 เมกะวัตต์ในไทย
รวมถึงดีลที่ใหญ่ที่สุดในเซกเตอร์นี้ คือการสนับสนุนทางการเงินให้ Gulf Development สำหรับทำโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์ BESS รวม 15 โปรเจกต์ กำลังการผลิตรวม 843 เมกะวัตต์ บวกกับโครงการแปลงของเสียเป็นพลังงานในอุตสาหกรรม 12 โปรเจกต์ กำลังการผลิตรวม 96 เมกะวัตต์
กลยุทธ์เหล่านี้วางอยู่บนเป้าหมายที่จับต้องได้ นั่นคือพอร์ตสินเชื่อสังคมและยั่งยืน (Social and Sustainable Finance Portfolio) ที่ตั้งเป้าแตะ 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ปรับขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้ 250,000 ล้านบาท หลังจากสิ้นปีที่แล้วทำได้ถึงเป้าแรกแล้ว
กรุงศรีมีเป้าหมายเป็นผู้ให้บริการทางการเงินเพื่อความยั่งยืน ตามแผน 3 ปี และภายใต้เป้านี้ กรุงศรีได้ทำดีลสำคัญผ่านหลายรูปแบบ ทั้ง Sustainability-Linked Bond ที่ออกให้ กระทรวงการคลัง มูลค่า 29,000 ล้านบาท โดยมี KPI ผูกกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2030 และการเพิ่มจำนวนจดรถยนต์ ZEV และรถบรรทุกให้ถึง 440,000 คัน
รวมถึงการออก Sustainability-Linked Bond รายแรกของรัฐวิสาหกิจไทยให้ กฟผ. มูลค่า 2,000 ล้านบาท, การทำ หุ้นกู้ Green Debentures และ สินเชื่อ Green Loan ให้ RATCH Group รวม 8,500 ล้านบาท รวมทั้งกรณีบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ที่ออกหุ้นกู้และสินเชื่อรวม 11,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรุงศรียังเข้าไปช่วย ทรู คอร์ปอเรชั่น ในการกู้เงินนอกประเทศ (Offshore Financing) และประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศอย่าง ADB และ IFC เพื่อนำเงินทุนคุณภาพสูงเข้ามาช่วยไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ประกอบ ย้ำว่า สิ่งที่ทำให้กรุงศรีแตกต่าง คือการที่มีเครือข่ายผ่านบริษัทแม่ MUFG ซึ่งหมายความว่าเมื่อบริษัทญี่ปุ่นหรือไต้หวันอยากมาลงทุนในไทย กรุงศรีไม่ได้แค่รู้จักพวกเขา แต่รู้จักทั้งสองฝั่ง ทั้งบริษัทต่างชาติที่อยากเข้ามา และลูกค้าไทยที่รอรับพาร์ตเนอร์
เขายกตัวอย่างกรณีที่บริษัทพลังงานจากไต้หวันเดินทางเข้ามาในไทย สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่แค่เงินกู้ แต่ต้องการให้กรุงศรีช่วยปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าปลายทางที่ต้องการซื้อโซลาร์เซลล์ติดบ้าน ซึ่งนั่นคือการที่ธนาคารกลายเป็น “ตัวเชื่อม Value Chain” แทนที่จะเป็นแค่ผู้ให้กู้
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney