20 ปี Cartier Women’s Initiative ปั้นผู้ประกอบการหญิง 330 ราย เปลี่ยนไอเดียสู่ธุรกิจเปลี่ยนโลก

Sustainability

ESG Strategy

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

Tag

20 ปี Cartier Women’s Initiative ปั้นผู้ประกอบการหญิง 330 ราย เปลี่ยนไอเดียสู่ธุรกิจเปลี่ยนโลก

Date Time: 16 มิ.ย. 2569 09:17 น.

Video

รู้จัก Ajinomoto ที่ไม่ใช่ บริษัทผงชูรส แต่เป็นผู้คุมเกมเงียบๆในยุค AI | Digital Frontiers EP.63

Summary

ครบรอบ 20 ปี “Cartier Women’s Initiative” จัดมอบรางวัลปี 2026 ที่ไทย ชูแนวคิดหนุนผู้ประกอบการหญิง 30 รายขับเคลื่อนสังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี มอบทุนรวมกว่า 14 ล้านดอลลาร์ตลอดโครงการ


ย้อนกลับไปในปี 2006 “Cartier” ได้จุดประกายความเชื่อสำคัญที่ว่า “เมื่อผู้หญิงได้รับโอกาสในการเป็นผู้นำ พวกเธอจะสามารถเปลี่ยนโลกได้” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “Cartier Women’s Initiative” โครงการระดับโลกที่มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการหญิง ผู้ใช้ธุรกิจเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม

บนเส้นทางที่เดินทางมาอย่างยาวนานจนถึงปี 2026 นี้ นับเป็นหมุดหมายอันยิ่งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของโครงการ ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสำเร็จในการผลักดันศักยภาพสตรี แต่ในปีนี้ประเทศไทยยังได้รับเกียรติครั้งสำคัญให้เป็นเจ้าภาพจัดพิธีมอบรางวัลประจำปี ภายใต้แนวคิดอันลึกซึ้งอย่าง ‘Women Lighting the Path’ หรือ ‘ผู้หญิงผู้จุดประกายแสงสว่างแห่งอนาคต’  

20 ปีแห่งการสร้างพลังให้ผู้ประกอบการหญิง

นับตั้งแต่ก่อตั้ง Cartier Women's Initiative ยึดมั่นในความเชื่อที่เป็นหัวใจของเมซงมาโดยตลอดว่า เมื่อผู้หญิงได้รับโอกาสในการเป็นผู้นำ สร้างนวัตกรรม และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พวกเธอสามารถนิยามอนาคตขึ้นใหม่ได้ จากจุดเริ่มต้น เมื่อโครงการพัฒนาไป ความมุ่งมั่นก็ยิ่งมากขึ้นตาม 

ก้าวสู่ปีที่ 10 Cartier Women's Initiative ได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานและเสริมความแข็งแกร่งให้กับรากฐานของโครงการ พร้อมสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบการสนับสนุนที่มีกลยุทธ์และมุ่งเน้นระยะยาวมากยิ่งขึ้น เงินทุนสนับสนุนเพิ่มขึ้น โอกาสด้านการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้เกิดขึ้น 

และบทบาทของโครงการในการหล่อหลอมเส้นทางความเป็นผู้นำของผู้หญิงขยายกว้างขึ้น ในช่วงหลายปีต่อมา โครงการได้เพิ่มจำนวนหมวดรางวัล เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงด้านการสร้างผลกระทบให้มากยิ่งขึ้น การก่อตั้ง Cartier Women's Initiative ในปี 2019 ได้ตอกย้ำความจริงแก่นแท้ประการหนึ่งว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโครงการอยู่ที่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ประสบการณ์ที่ร่วมแบ่งปัน และแรงบันดาลใจซึ่งกันและกันของสมาชิกทุกคน

อีกก้าวสำคัญเกิดขึ้นในปี 2020 กับการเปิดตัวโครงการ Fellowship ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเปลี่ยนบทบาทของโครงการจากการยกย่อง สู่การเร่งศักยภาพอย่างแท้จริง โครงการที่ครอบคลุมนี้ตั้งอยู่บนรากฐานของการให้คำปรึกษา การเรียนรู้ และการพัฒนาตนเอง โดยมอบการฝึกอบรมทางวิชาการที่เข้มงวด การโค้ชธุรกิจเชิงลึก การพัฒนาความเป็นผู้นำของผู้บริหาร และการสนับสนุนด้านสุขภาวะที่จำเป็น โครงการดังกล่าวได้เปลี่ยนผู้ได้รับรางวัลให้กลายเป็น Lifelong Fellow อย่างแท้จริง พร้อมหล่อเลี้ยงชุมชนอันทรงพลังที่มุ่งมั่นต่อการเติบโตร่วมกัน Thairath Money ได้มีโอกาสร่วมเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน 

โดยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา Cartier Women's Initiative ได้สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงกว่า 330 ราย จาก 66 ประเทศทั่วโลก และได้มอบเงินทั้งสิ้น 14,100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่จะสร้างผลกระทบในเชิงบวกชองบรรดาผู้ได้รับเลือก ซึ่งที่ผ่านมา โครงการได้สร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งของสมาชิกชุมชนที่ยังมีส่วนร่วมมากกว่า 520 ราย ครอบคลุมเกือบ 80 ประเทศ 

นอกจากนี้ Cartier Women's Initiative ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ธุรกิจของสมาชิกเติบโตอย่างยั่งยืน โดย 66% ของธุรกิจเพื่อผลกระทบของสมาชิกยังคงดำเนินกิจการอยู่ 9% ได้ถูกรวมกิจการหรือเข้าซื้อกิจการ และจากผลสำรวจสมาชิกประจำปี 2025 ระบุว่า 76% ของสมาชิกรุ่นล่าสุด มีรายได้เพิ่มขึ้น 44% ได้ขยายเข้าสู่ตลาดใหม่หลังจบโครงการทุนสนับสนุน และ 66% สามารถระดมเงินทุนเพิ่มเติมได้ในปี 2024

ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาโครงการทุนสนับสนุน 97% ของสมาชิกปี 2024 รายงานว่ามีความเชื่อมั่นในตนเองเพิ่มขึ้น 94% รายงานว่าทักษะทางธุรกิจพัฒนาดีขึ้น 94% รายงานว่าทักษะด้านภาวะผู้นำแข็งแกร่งยิ่งขึ้น 100% ของสมาชิกปี 2024 รู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนระดับโลก และ 84% รายงานว่าได้รับเครือข่ายที่เป็นประโยชน์จำนวน 10 รายขึ้นไป 

ทั้งนี้ภายในงานยังได้มีการจัดงานเสวนา ‘Cartier Dialogues’ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับภาวะผู้นำในปัจจุบันอีกด้วย เพื่อการปรับตัวและทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน 

และในปี 2026 มีผู้ประกอบการ จำนวน 30 รายที่ได้รับคัดเลือกสำหรับโครงการ ซึ่งประกอบด้วยรางวัลทั้งหมด 10 รางวัล โดยแบ่งเป็นรางวัลระดับภูมิภาค 9 รางวัล และรางวัลเฉพาะด้าน 1 รางวัล เพื่อยกย่องและสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงจากทั่วโลก 

เรื่องการดูแลสุขภาพผ่านเทคโนโลยีควรเป็นของทุกคน

ยกตัวอย่าง Cristina Campero Peredo ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง “PROSPERiA” ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการป้องกันการสูญเสียการมองเห็นที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพื่อปิดช่องว่างด้านการดูแลสายตาที่สำคัญในลาตินอเมริกา มีผู้คนหลายล้านคนสูญเสียการมองเห็นทุกปีจากภาวะที่ป้องกันได้ เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา และต้อหิน  

เพื่อแก้ปัญหาการรอคอยที่ยาวนานและขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ แพลตฟอร์มของบริษัทอย่าง retinIA สามารถให้บริการคัดกรองที่ผ่านการรับรองทางคลินิกได้ภายในไม่กี่นาที ณ คลินิกปฐมภูมิและสถานที่ทำงาน โดยไม่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง

ตั้งแต่เปิดตัว retinIA ได้ทำการคัดกรองผู้ป่วยมากกว่า 150,000 คน โดยมากกว่าครึ่งยังไม่เคยเข้ารับการดูแลสายตามาก่อน และตรวจพบภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อการมองเห็นใน 57% ของผู้เข้ารับการคัดกรอง

ทั้งนี้ นอกจากการดูแลสายตาแล้ว จอประสาทตายังเป็นวิธีที่ไม่รุกล้ำร่างกายในการประเมินสุขภาพของหลอดเลือดขนาดเล็กได้อย่างเฉพาะตัว โดยการวิเคราะห์ภาพจอประสาทตา PROSPERiA กำลังพัฒนาแนวทางการประเมินความเสี่ยงระยะเริ่มต้นที่ขยายผลได้ สำหรับโรคในระดับระบบของร่างกาย รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคทางระบบประสาทเสื่อม

ทำให้การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้

Alba Forns ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ “Climatize” แพลตฟอร์มการเงินที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถร่วมลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แม้ความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นเรื่องที่ผู้คนตระหนักกันอย่างกว้างขวาง แต่หลายคนกลับรู้สึกว่าตนเองไม่มีพลังมากพอที่จะลงมือทำ 

ขณะเดียวกัน โครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและชุมชนที่ขาดโอกาส กลับประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และมักถูกมองข้ามจากนักลงทุนแบบดั้งเดิม Climatize เข้ามาเชื่อมช่องว่างดังกล่าว ด้วยการเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาดที่ผ่านการคัดกรองแล้ว ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมโอกาสในการสร้างผลตอบแทน

แพลตฟอร์มนี้ได้ระดมเงินเข้าสู่โครงการพลังงานหมุนเวียนแล้วกว่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงปัจจุบัน มีนักลงทุนมากกว่า 3,000 รายเข้าร่วม ผ่านการสนับสนุนดังกล่าวสามารถช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 300,000 ตันตลอดอายุโครงการที่ได้รับเงินทุน เปลี่ยนความห่วงใยของแต่ละบุคคลให้กลายเป็นผลกระทบเชิงบวกร่วมกันที่สามารถวัดผลได้

เปลี่ยนผลผลิตส่วนเกิน ให้เป็น “มูลค่า” ส่งตรงถึงมือ

ในพื้นที่ชนบทของประเทศเนปาล เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาการสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากการขาดแคลนเทคโนโลยีในการแปรรูป ระบบการจัดเก็บที่ไม่มีประสิทธิภาพ และความยากลำบากในการเข้าถึงตลาด ปัญหาเหล่านี้บีบบังคับให้หลายครอบครัวต้องละทิ้งอาชีพเกษตรกรรม เพื่อออกไปแสวงหาช่องทางทำมาหากินอื่น ๆ ในเมืองใหญ่

ด้วยเหตุนี้ Prakriti Gautam จึงได้ก่อตั้ง Khetipati Organics ขึ้นมา โดยเป็นบริษัทแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีเป้าหมายในการทำงานร่วมกับชุมชนพื้นเมืองและเกษตรกรรายย่อย เพื่อลดขยะอาหาร (Food Waste) และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่พื้นที่ชนบทของเนปาลอย่างยั่งยืน

ผ่านการนำผลผลิตส่วนเกินและผลผลิตตามฤดูกาลมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูป ทั้ง ผลไม้แห้ง, ผลผลิตแบบผง และเครื่องเทศที่ปลูกในพื้นที่สูง

การแปรรูปเหล่านี้นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับกลุ่มเกษตรกรแล้ว ในฝั่งของผู้บริโภคก็ยังได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่สะอาด ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาได้อย่างโปร่งใสอีกด้วย

ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในชุมชนเนปาลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการที่สามารถแปรรูปผลผลิตไปแล้วมากกว่า 320 ตัน ช่วยลดการสูญเสียอาหารได้อย่างมหาศาล, ทำงานร่วมกับเกษตรกรรายย่อยกว่า 1,600 คน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่คนในท้องถิ่น และสร้างงานระยะยาวกว่า 100 ตำแหน่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้หญิงและเยาวชน ช่วยให้ชุมชนชนบทสามารถตั้งรกรากได้อย่างมั่นคง มีความยืดหยุ่น และมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

สร้างความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืนได้ด้วยการออม

รวมทั้ง “Nkwa” แพลตฟอร์มบริการทางการเงิน จากแคเมอรูน ที่ช่วยให้บุคคลทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กในแอฟริกาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินผ่านการออมอย่างมีวินัยและการบริหารเงิน เนื่องจากทั่วทั้งภูมิภาค ครอบครัวและผู้ประกอบการนับล้านยังอยู่นอกระบบธนาคาร ต้องพึ่งพารายได้ที่ไม่สม่ำเสมอและกลุ่มออมทรัพย์แบบไม่เป็นทางการ ทำให้การวางแผน การลงทุน หรือการรับมือกับเหตุฉุกเฉินเป็นเรื่องยาก

Alice Ndeh หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี Nkwa ให้มุมมองว่า Nkwa เปลี่ยนการออมในชีวิตประจำวันผู้ใช้งานสามารถออมเงินผ่านแอป เพื่อเป้าหมายส่วนตัวหรือเป้าหมายทางธุรกิจ สร้างบันทึกทางการเงินที่โปร่งใสและอิงจากพฤติกรรมการออมจริง ซึ่งช่วยให้สามารถวางงบประมาณ ติดตามเป้าหมาย และเมื่อเหมาะสมเข้าถึงสินเชื่อขนาดเล็กที่มีความรับผิดชอบ ด้วยการยึดบริการทางการเงินไว้กับพฤติกรรมการออมที่แท้จริง Nkwa ช่วยให้ผู้ใช้งานยังคงควบคุมสถานะทางการเงินของตนเองได้ แทนที่จะตกอยู่ในวงจรหนี้สิน

นับตั้งแต่เปิดตัว มีผู้ใช้งานมากกว่า 70,000 คนออมเงินผ่านแพลตฟอร์มรวมแล้วกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีผู้ใช้งานอีกหลายพันคนที่ใช้ Nkwa เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ลงทุนในธุรกิจ และสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในอุตสาหกรรมทำความเย็น

หรือแม้กระทั่ง เทคโนโลยีของ NanoFreeze ที่ Isabel Pulido ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ อธิบายว่า NanoFreeze เป็นซลูชันการทำความเย็นจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 50% ซึ่งวัสดุทำความเย็นของบริษัทซึ่งสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ช่วยรักษาอุณหภูมิความเย็นของสินค้าได้นานสูงสุดถึง 200 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับวัสดุฉนวน) โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ลดการสูญเสียระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ 

ขณะเดียวกันเทคโนโลยีของ NanoFreeze ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์และเครื่องทำความเย็นอุตสาหกรรมที่ใช้ในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม ศูนย์ข้อมูล และไซต์อุตสาหกรรม ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและความล้มเหลวในการดำเนินงาน ผ่านประสิทธิภาพการจัดการความร้อนที่ดีขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถวัดได้อย่างชัดเจน โดยจนถึงปัจจุบัน NanoFreeze ได้ช่วยรักษามูลค่าอาหารไว้มากกว่า 760,000 ดอลลาร์สหรัฐ และหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่า 46 กิโลวัตต์ชั่วโมง รวมถึงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 20 ตันต่อปี

ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัล Cartier Women’s Initiative award ceremony จัดขึ้นในวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ที่ผ่านมา ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมต้องเป็น “กรุงเทพมหานคร” เนื่องจากทาง Cartier มองว่า เป็นที่ตั้งของระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเปี่ยมด้วยพลัง ถือเป็นศูนย์กลางแห่งผู้ประกอบการ นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ของประเทศไทย และในระดับนานาชาติ

โดย ผู้ชนะรางวัลอันดับหนึ่งจะได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รองชนะเลิศอันดับสองและสามจะได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ นอกเหนือจากทุนสนับสนุนแล้ว สมาชิกทั้ง 30 ราย จะได้รับประโยชน์จากโครงการทุนสนับสนุนระยะเวลาหนึ่งปี

และที่สำคัญ Cartier Women’s Initiative ยังได้ประกาศเปิดรับสมัครโครงการประจำปี 2027 โดยจะปิดรับในวันที่ 16 มิถุนายน 2026 เวลา 14.00 น.  

สำหรับปี 2027 โครงการจะมอบรางวัลทั้งหมด 9 รางวัลสำหรับระดับภูมิภาค ได้แก่ ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน อเมริกาเหนือ ยุโรป แอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส แอฟริกาที่ใช้ภาษาอังกฤษและโปรตุเกส ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้และเอเชียกลาง และโอเชียเนีย รวมถึงรางวัล Science & Technology Pioneer Award 1 รางวัล

โดยจะมีการคัดเลือกสมาชิกทั้งหมด 30 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากธุรกิจชั้นนำ 3 อันดับแรกของแต่ละรางวัลทั้ง 10 ประเภท และนักสร้างสรรค์ผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ทั้ง 30 รายนี้จะได้รับการประกาศรายชื่อในปี 2027 และร่วมเฉลิมฉลองในพิธีมอบรางวัล Cartier Women’s Initiative award ceremony ต่อไป

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney