ส่อง FTSE Russell ESG Scores บจ.ไทย

Sustainability

ESG Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ส่อง FTSE Russell ESG Scores บจ.ไทย

Date Time: 6 มี.ค. 2569 04:22 น.

Summary

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” มีความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กับ FTSE Russell ในการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของบริษัทจดทะเบียนไทยมาฝาก จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับรายชื่อ SET ESG Ratings ที่ดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งประกาศคะแนนเป็นปีสุดท้าย เมื่อ  เดือนธันวาคม ปี 2568 ที่ผ่านมา



Latest

ถอดรหัสกลยุทธ์ 15 ปี ยูนิโคล่ ประเทศไทย จาก Fast Fashion สู่ RE.UNIQLO ยืดอายุเสื้อผ้า

สัปดาห์นี้ “คุณนายพารวย” มีความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กับ FTSE Russell ในการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของบริษัทจดทะเบียนไทยมาฝาก จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับรายชื่อ SET ESG Ratings ที่ดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งประกาศคะแนนเป็นปีสุดท้าย เมื่อ  เดือนธันวาคม ปี 2568 ที่ผ่านมา โดยจะมีการยกระดับการประเมินสู่มาตรฐานสากลในชื่อ FTSE Russell ESG Scores ซึ่งดำเนินการโดย FTSE Russell และ FTSE Russell ESG Scores อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนใช้อ้างอิงในการลงทุน โดยจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการหลังจากการประกาศผลคะแนนสู่สาธารณะในเดือนธันวาคม ปี 2569 เป็นต้นไป

สำหรับผลการประเมินรอบนี้ แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงโครงการนำร่องเป็นปีที่ 2 แต่ผลการประเมินในปี 2568 นี้  แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของ บจ. ไทยอย่างชัดเจน โดยพบว่าคะแนนเฉลี่ยจาก 222 บริษัท เท่ากับ 3.6 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 5) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ได้ 3.0 คะแนน และมี 124 บริษัทจากทั้งหมด ได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย

เมื่อพิจารณาเจาะลึกเป็นรายมิติแล้ว พบว่า คะแนนเฉลี่ยของทุกมิติทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (E-Environment), สังคม (S-Social) และธรรมาภิบาล (G-Governance) สูงกว่าปีก่อนทุกตัว โดยด้าน E มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ได้คะแนนเฉลี่ย 2.3 โดยมีกลุ่ม Oil & Gas และ Utilities ทำผลงานได้ดีที่สุด ทำคะแนนสูงถึง 3.5, ด้าน S คะแนนเฉลี่ย 3.4 เพิ่มจากปีก่อนที่ได้คะแนนเฉลี่ย 2.8 โดยกลุ่ม Health Care และ Utilities ครองแชมป์ด้วยคะแนน 3.9-4.0 และ ด้าน G คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 มากกว่าปีก่อนที่คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.2 โดยเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทำคะแนนได้ดีใกล้เคียงกันในช่วง 4.1-4.6

คะแนน FTSE Russell ESG Scores นี้ ใช้ตัวชี้วัดกว่า 300 ตัว ภายใต้ 14 ธีมหลัก ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับที่ใช้ประเมินบริษัทชั้นนำกว่า 8,000 แห่งทั่วโลก ความโดดเด่นของคะแนนในปีนี้จึงสะท้อนว่า บจ.ไทยไม่ได้ยั่งยืนแค่ในระดับประเทศ แต่การดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเราเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเทียบเคียงได้กับบริษัทระดับโลก นักลงทุนเองก็สามารถใช้คะแนน FTSE Russell ESG Scores ไปคัดหุ้นและจัดพอร์ตลงทุนได้สะดวกขึ้น เพราะสามารถเทียบคะแนนได้กับบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก

หัวใจสำคัญของ FTSE Russell ESG Scores คือการใช้ “ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ” ในการประเมิน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงานให้บริษัทไม่ต้องตอบแบบประเมินเองแล้ว ยังสร้างความโปร่งใสจากการที่ผู้ใช้ข้อมูลก็สามารถเข้าถึงรายงานหรือเอกสารที่บริษัทเปิดเผยได้ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้บริษัททบทวนผลการประเมินเบื้องต้น และให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ก่อนที่จะประกาศผลคะแนนของบริษัทสามารถดูข้อมูล FTSE Russell ESG Scores เพิ่มเติมได้ที่ https://setsustainability.com/ftse-russell-esg-scores

คุณนายพารวย ขอฝากทิ้งท้ายว่า แม้คะแนน ESG จะเป็นเครื่องมือคัดกรองหุ้นที่ดี แต่นักลงทุนไม่ควรใช้เป็นข้อมูลเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ ควรพิจารณาข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ เช่น ผลการดำเนินงาน และสถานะการเงินควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การลงทุนของทุกท่านเติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนไปพร้อมๆกันค่ะ.

คุณนายพารวย


คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ