
ท่ามกลางกระแสการบริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วใน “อุตสาหกรรมแฟชั่น” ที่หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “เสื้อผ้า” หนึ่งชิ้นจะสร้างผลกระทบต่อโลกได้มากแค่ไหน?
นั่นก็เพราะอุตสาหกรรมแฟชั่นถูกพูดถึงอย่างมากว่าเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญที่สร้างมลพิษมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหา Fast Fashion ที่มาไวไปไว หรือกองขยะสิ่งทอที่ยากจะย่อยสลาย จนกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่แบรนด์เครื่องแต่งกายทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนตัวเองอย่างหนัก
สำหรับ ยูนิโคล่ ประเทศไทย ในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ของการดำเนินธุรกิจ กำลังพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่า เสื้อผ้าไม่ได้เป็นเพียงสินค้าที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่คือเครื่องมือชิ้นสำคัญในการถักทอความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ผ่านกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่าแค่การรีไซเคิล แต่เป็นการวางรากฐาน “ระบบนิเวศแห่งความยั่งยืน” ที่เชื่อมโยงระหว่าง ผู้คน โลก และชุมชน เข้าไว้ด้วยกัน
และล่าสุด ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก ได้ประกาศเป้าหมายและแผนการด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ ประเทศไทย ในปี 2569 ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนเพื่อสังคมไทย และคนไทย ผ่านปรัชญาของแบรนด์ “ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้า”
โยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอด 15 ปี ที่ยูนิโคล่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ไม่ได้เพียงขยายร้านสาขาเพื่อให้คนไทยเข้าถึงไอเทมไลฟ์แวร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยูนิโคล่ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย
ผ่านการลงมือทำกิจกรรมด้านความยั่งยืนอย่างครบวงจร ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน ผ่านกิจกรรมระดับโลกของบริษัทแม่ในเมืองไทย รวมถึงริเริ่มโครงการด้านความยั่งยืนต่างๆ ซึ่ง ยูนิโคล่ ประเทศไทย ริเริ่มขึ้นมาเพื่อตอบสนองกับสังคมไทยโดยเฉพาะ ผ่านการร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ตั้งแต่ปี 2555 ยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้ส่งต่อเสื้อผ้ายูนิโคล่สภาพดีที่ได้รับบริจาคจากลูกค้าให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ปี 2566 ยูนิโคล่ได้เปิดตัว RE.UNIQLO STUDIO เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เปิดตัวโครงการ RE.UNIQLO “Warmth for All” เพื่อบริจาคเสื้อผ้ากันหนาว และปี 2568 ยูนิโคล่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากหลายภาคส่วน เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่สนับสนุนทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม และเยาวชน
สำหรับประเทศไทย ยูนิโคล่ได้สานต่อโครงการระดับโลก “The Heart of LifeWear” อย่างต่อเนื่อง ผ่านการบริจาคเสื้อฮีทเทค รวมจำนวน 15,000 ชิ้น ให้แก่มูลนิธิบ้านร่มไทร และมูลนิธิกระจกเงา และมูลนิธิบ้านร่มไทรได้นำเสื้อฮีทเทคไปให้ความช่วยเหลือชุมชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านบนพื้นที่ภูเขาห่างไกลในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
RE.UNIQLO คือโครงการระดับโลกของยูนิโคล่ที่มุ่งเน้นการยืดอายุให้กับเสื้อผ้าของยูนิโคล่ โดยมีทั้ง REDUCE ลดการทิ้งเสื้อผ้าผ่านกิจกรรมการซ่อมแซมและการปรับโฉม REUSE การส่งต่อหรือบริจาคให้ผู้ที่ต้องการ และ RECYCLE การนำเสื้อผ้าไปทำเป็นวัสดุอื่นๆ เพื่อส่งเสริมแนวคิดในการใช้เสื้อผ้า LIfeWear อย่างยั่งยืน
ในปี 2568 ยูนิโคล่ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติม และร่วมกับสถานศึกษาต่างๆ ในการรับบริจาคเสื้อผ้านอกเหนือจากกล่องรับบริจาคภายในร้านยูนิโคล่ เพื่อช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และเพิ่มจำนวนเสื้อผ้าในโครงการ RE.UNIQLO ให้มากขึ้น
ทั้งนี้ยูนิโคล่ตั้งกล่องรับบริจาคเสื้อผ้าที่ร้านสาขาทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2558 และได้ส่งมอบเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคมากกว่า 430,000 ชิ้น ให้แก่ผู้ที่ต้องการ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกปี
รวมทั้งยังมี RE.UNIQLO STUDIO ให้บริการที่ร้านยูนิโคล่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นปีที่ 3 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าผ่านการซ่อมแซม และการปรับโฉมเสื้อผ้า ระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2568 มีลูกค้านำไอเทมยูนิโคล่ตัวเก่ามารับบริการที่ RE.UNIQLO STUDIO ประมาณ 2,400 รายการ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 110% เมื่อเทียบกับปี 2567
ยูนิโคล่ ประเทศไทย ริเริ่มการวางกล่องรับบริจาคเสื้อผ้าไว้ในร้านยูนิโคล่ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2558 และได้ส่งต่อเสื้อผ้าบริจาคไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือแล้วมากกว่า 430,000 ชิ้น
จำนวนเสื้อผ้าที่ยูนิโคล่ส่งมอบให้ผู้ที่ขาดแคลนทั่วประเทศไทย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี ในปีงบประมาณนี้ แม้จะเพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งทาง แต่ยูนิโคล่ได้มียอดการส่งมอบมากกว่าปีที่ผ่านมาแล้ว โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงมกราคม 2569 ยูนิโคล่บริจาคเสื้อผ้าประมาณ 95,000 ชิ้นทั่วประเทศ ผ่านโครงการ RE.UNIQLO Warmth for all และให้การสนับสนุนด้านฉุกเฉินตลอดทั้งปี
รวมทั้งยูนิโคล่ ได้เข้าร่วมโครงการ BKK Food Bank ซึ่งดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อเป็นสื่อกลางรวบรวมอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) และของใช้จำเป็นจากผู้บริจาค (เอกชน, ร้านสะดวกซื้อ) ส่งต่อให้ผู้เปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีรายได้น้อยฟรี ผ่านศูนย์ 50 เขต ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ลดขยะอาหาร (Food Waste) และเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร
โดยมีมุมแบ่งปันเสื้อผ้าจากยูนิโคล่ เปิดเป็น “UNIQLO Clothing Corner” สาขานำร่องแห่งแรก ณ BKK Food Bank สำนักงานเขตสวนหลวง เพื่อให้กลุ่มเปราะบางที่เข้ามาใช้บริการสามารถเลือกเสื้อผ้าคุณภาพดีจากยูนิโคล่ได้ด้วยตนเอง และเตรียมขยายโครงการ UNIQLO Clothing Corner ให้ครอบคลุมการให้บริการครบทั้ง 50 สำนักงานเขตทั่วกรุงเทพฯ โดยเริ่มตั้งแต่กลางปี 2569 เป็นต้นไป และคาดหวังให้ครบทั้ง 50 เขต ภายในปี 2573
อีกทั้ง Happy Gloves: ถุงมือปันสุข เพื่อน้อง เพื่อโลก ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้ป่วยเด็กพิการทางสมอง และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย
สำหรับเป้าหมายและแผนการด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ ประเทศไทย ในปี 2569 จะเน้นการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่ดีและลดลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมสังคมไทยอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ RE.UNIQLO และ ส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ
ปี 2568 ร้านยูนิโคล่ทั้งหมด 50 สาขาสามารถจัดเก็บและบริหารจัดการขยะได้อย่างเหมาะสม โดยร้านสาขาที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดได้รับการอบรมให้คัดแยกขยะ 5 ประเภทอย่างถูกต้อง และยูนิโคล่วางแผนขยายผลความร่วมมือไปยังร้านยูนิโคล่ทุกสาขา รวมถึงคลังสินค้า ภายในปี 2569 นี้
และ ในปี 2569 ยูนิโคล่ ประเทศไทย ร่วมมือกับ เซฟ เดอะ ชิลเดรน (Save the Children) วางแผนจัดอบรมและกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านการประกอบอาชีพให้แก่เยาวชนกว่า 100 คน พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ฝึกการทำงานขั้นพื้นฐานภายในร้านสาขา เพื่อพัฒนาทักษะ ไปสู่การประกอบอาชีพที่พวกเขาสนใจต่อไปในอนาคต
ดังนั้นเป้าหมายของยูนิโคล่ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขความสำเร็จทางธุรกิจ แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นสามารถเติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อโลกได้จริง ด้วยการเปลี่ยน 'เสื้อผ้า' ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม ด้วยความตระหนักถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนสังคมไทยและคนรุ่นใหม่ อาทิ การบริจาคเสื้อผ้าให้แก่ผู้ที่ขาดแคลนตลอดทั้งปี การสร้างโอกาสการจ้างงานให้แก่ผู้พิการ โครงการพัฒนาเยาวชนผ่านกีฬา รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney