
อลิอันซ์ อยุธยา ลงพื้นที่หาดใหญ่ ชูโมเดล “ป้องกันก่อนเสียหาย” เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาล-โรงเรียน หลังวิกฤตน้ำท่วม เฉพาะพอร์ตของบริษัทฯ เคลมสินไหมไปกว่า 1,000 ล้านบาท
เศรษฐกิจไทยว่าเจอศึกหนักแล้ว แต่คนใน 14 จังหวัดภาคใต้รวมถึงหาดใหญ่เจอหนักกว่า เพราะปลายปี 2568 ที่ผ่านมาต้องเจอกับมหาอุทกภัยหรือน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง แม้จะผ่านมาเกือบ 2 เดือน แต่ผลกระทบยังคงอยู่ นอกจากต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อฟื้นฟู หาดใหญ่ยังต้องการอะไรอีกบ้าง?
แม้ตอนนี้โรงพยาบาลหาดใหญ่จะกลับมาเปิดให้บริการประชาชนแล้ว แต่ร่องรอยความเสียหายยังพบเจอในแทบทุกพื้นที่ ตั้งแต่เตียงผู้ป่วยที่เปื่อยพังไป คอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยโคลนแห้งกรัง ไปจนถึงเครื่องมือทางการแพทย์หลักล้านที่เสียหายไปมากมาย
พญ.เพ็ชร ชูช่วย ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เล่าว่า แม้ปัจจุบันจะกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้ว (ผู้ป่วยนอก 3,000 รายต่อวัน) แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวโรงพยาบาล และบุคลากรคาดว่าสูงถึง 1,000 ล้านบาท ยกตัวอย่างเช่น ห้องฉุกเฉินที่อยู่บริเวณชั้น 1 ของอาคาร น้ำท่วมไปถึงฝ้าเพดานทั้งอุปกรณ์การแพทย์ และห้องฉุกเฉินที่เสียหายรวม 150 ล้านบาท
"เราต้องปรับแผนในอนาคต เช่น การยกเครื่องปั่นไฟไปไว้ชั้นบน ส่วนเครื่องมือหนักอย่าง MRI ต้องวางแผนการจัดการใหม่เพื่อลดความเสี่ยง"
ขณะที่ โรงเรียนบ้านใต้ อ.คูเต่า ที่รองรับนักเรียนราว 330 คน สรุปภาพรวมความเสียหายกว่า 2.5 ล้านบาท โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อการสอน และคอมพิวเตอร์ที่ถูกน้ำท่วมขัง ในช่วงที่ปิดทำการไป 6 วัน ซึ่งในระหว่างเกิดเหตุน้ำท่วมสูง โรงเรียนยังได้กลายเป็นพื้นที่ลี้ภัยให้แก่ชาวบ้านในชุมชนได้เข้ามาใช้พื้นที่ชั้น 2 เป็นที่พักพิงชั่วคราวอีกด้วย
ท่ามกลางความเสียหายที่ยังทิ้งร่องรอยไว้ ทั้งโรงพยาบาลและโรงเรียนเหล่านี้ยังคงต้องการแรงสนับสนุนอย่างมหาศาลเพื่อฟื้นฟูให้กลับสู่ภาวะปกติ ทาง อลิอันซ์ อยุธยา จึงมอบเงินบริจาคจำนวน 500,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “ซ่อมสร้าง...ฟื้นฟู สงขลา” ที่นำทีมลงพื้นที่ซ่อมแซมโรงเรียนบ้านใต้ ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา ในการปรับปรุงห้องสมุดแหล่งการเรียนรู้ของเด็กๆ ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
การลงพื้นที่เพื่อทำกิจกรรม CSR ของอลิอันซ์ อยุธยา มีนายใหญ่อย่าง ลาร์ส ไฮบุทสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย (AAGI) ไปร่วมเป็นอาสาสมัครด้วย
เขายังเล่าถึงภาพรวมความเสียหายครั้งนี้ว่าเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บริษัทมียอดเคลมรวมอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 65% และอีก 35% เป็นประกันภัยรถยนต์ โดยมีรถยนต์ได้รับความเสียหายกว่า 1,200 คัน และในจำนวนนี้ถึง 800 คันอยู่ในสภาพเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss)
“อย่างเคสน้ำท่วมหาดใหญ่ข่วง พ.ย. 68 ตอนที่เริ่มเห็นข้อมูลปริมาณน้ำสูงขึ้น มีความเสี่ยงว่าจะเกิดน้ำท่วม ทีมงานของเราก็เตรียมตัว และวิเคราะห์สถานการณ์ทันที เราเริ่มส่ง SMS แจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนจะมีฝนรอบใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าเตรียมตัวเคลื่อนย้ายรถ ข้าวของต่างๆ พอน้ำท่วมในวันอาทิตย์ เราก็ตั้งทีม war room - Customer service ขึ้น เช็กสถานการณ์ ทีมในพื้นที่และอื่นๆ พอน้ำเริ่มลงมีทีมลงพื้นที่เพื่อดูแลลูกค้า ให้เคลมเร็วที่สุด”
ในช่วงก่อนเกิดน้ำท่วม ทางบริษัทยังเสนอบริการยกรถให้ลูกค้าที่ต้องการ ส่วนหลังเกิดน้ำท่วม ทางบริษัทมีความร่วมมือกับทีม Vendor ในพื้นที่อยู่แล้ว เช่น ช่วยล้างบ้านหลังน้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนและบริการเพื่อรับมือกับภัยพิบัติเหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากกลุ่มอลิอันซ์ทั่วโลกที่รับมือกับเรื่องต่างๆ มาตลอด
"อลิอันซ์ อยุธยา เราไม่ได้มองแค่การจ่ายสินไหมอย่างเดียว แต่มองว่าตอนนี้ต้องให้ความสำคัญเรื่องการป้องกัน (Prevention) และช่วยเหลือเมื่อลูกค้าต้องเจอภัยต่างๆ"
ในอนาคตระยะยาว อลิอันซ์เตรียมนำโมเดล Climate Risk Solution จากต่างประเทศมาใช้ในไทย โดยจะมีทีมที่ปรึกษาคอยแนะนำลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน หรือการวางผังอาคารเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเกิดพื้นที่ที่ "ไม่มีใครอยากรับประกัน" เหมือนในแคลิฟอร์เนียที่มีไฟป่า หรือฟลอริด้าที่เจอเฮอริเคนบ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในด้านธุรกิจประกันภัย มองว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ฯลฯ อาจทำให้ภาพความเสี่ยงของภัยต่างๆ เพิ่มขึ้น ดังนั้นเบี้ยประกันภัยก็อาจปรับเพิ่มขึ้นไปด้วย จากราคาเบี้ยการรับประกันภัยต่อโลกที่อาจสูงขึ้น แต่ขณะเดียวกัน เบี้ยประกันที่ลูกค้าจะต้องจ่ายอาจไม่ได้เพิ่มขึ้น หากมีพฤติกรรมหรือปรับตัวเพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้วระดับหนึ่ง เช่น จากตัวอย่างของโรงพยาบาลที่จะยกเครื่องปั่นไฟไปไว้ชั้น 2 แทนชั้น 1 เป็นต้น
ท้ายที่สุด ความเสียหายจากภัยพิบัติมักมีมูลค่ามหาศาล ไม่ว่ามีงบประมาณมากแค่ไหนก็อาจเยียวยาได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้นบางคนอาจเลือกแชร์ความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัย แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำมากกว่าคือการ "ป้องกัน" เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney