สรุปเงื่อนไข ลดหย่อนภาษีปี 2569 กับ 10 คำถามเกี่ยวกับ  “กองทุน” ThaiESG - ThaiESGX - RMF

Personal Finance

Wealth Management

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุปเงื่อนไข ลดหย่อนภาษีปี 2569 กับ 10 คำถามเกี่ยวกับ  “กองทุน” ThaiESG - ThaiESGX - RMF

Date Time: 23 ต.ค. 2569 09:37 น.

Video

จุดเปลี่ยนสองวัย วางแผนเงิน - สุขภาพ เพื่อรักษาคำสัญญา I Money Issue EP.79

“Summary“

รวม 10 คำถามยอดฮิตกองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG, ThaiESGX และ RMF ปี 2569 เช็กเงื่อนไข การลงทุนเพื่อวางแผนภาษีอย่างคุ้มค่า เลือกกองทุนไหนคุ้มสุด ประหยัดภาษีได้จริง

Latest


โค้งสุดท้ายของปี 2569 สำหรับวัยทำงานและนักลงทุนที่กำลังมองหาตัวช่วยลดหย่อนภาษี แต่ยังสับสนกับรายละเอียด เงื่อนไข และวงเงินของกองทุนแต่ละประเภท 

Thairath Money ชวนสรุป 10 คำถามยอดฮิต เกี่ยวกับ  “กองทุน” ThaiESG - ThaiESGX - RMF เพื่อวางแผนประหยัดเงินในกระเป๋าให้คุ้มค่าที่สุด จากคำตอบของ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) ดังนี้ 

1. ThaiESG, ThaiESGX และ RMF ต่างกันอย่างไร?

  • ThaiESG: กองทุนเน้นลงทุนในสินทรัพย์ไทยที่โดดเด่นด้านความยั่งยืน (ESG) 
  • ThaiESGX: กองทุนกลุ่มยั่งยืนที่เพิ่มเงื่อนไขการลงทุนในหุ้นยั่งยืนไทยตามสัดส่วนที่กำหนด 
  • RMF: กองทุนเพื่อการออมระยะยาวเพื่อการเกษียณ มีนโยบายสินทรัพย์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ทองคำ และตราสารหนี้

2. ปี 2569 ทั้ง 3 กองทุนลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไร?

  • ThaiESG + ThaiESGX (เงินซื้อใหม่): รวมกันได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท 
  • RMF: ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับกลุ่มออมเพื่อเกษียณอื่นๆ (เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., ประกันบำนาญ) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท 

3. ซื้อ ThaiESG เต็มสิทธิแล้ว ยังซื้อ RMF เพิ่มได้ไหม?

ได้ เพราะใช้วงเงินลดหย่อนแยกกัน หากรายได้ถึงเกณฑ์และมีเงินออมเพียงพอ สามารถใช้สิทธิเต็มสิทธิทั้งสองกลุ่มเพื่อประหยัดภาษีสูงสุด

4. ซื้อกองทุนลดหย่อน 100,000 บาท จะได้เงินภาษีคืน 100,000 บาทเลยไหม?

ไม่ได้คืนเต็มจำนวน เงินลงทุนจะนำไปตัดหักออกจาก "เงินได้สุทธิ" เพื่อคำนวณภาษี เช่น หากฐานภาษีอยู่ที่ 10% การลงทุน 100,000 บาท จะช่วยประหยัดภาษีได้ 10,000 บาท (ประหยัดได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฐานภาษีและสิทธิลดหย่อนอื่นของแต่ละบุคคล)

5. ต้องถือครองกี่ปี ถึงขายได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข?

  • ThaiESG / ThaiESGX (เงินใหม่ปี 2569): ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีแบบวันชนวัน นับจากวันที่ซื้อ 
  • RMF: ต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับจากวันซื้อครั้งแรก) และ จะขายได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

6. ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปีหรือไม่?

  • ThaiESG / ThaiESGX: ไม่จำเป็น ปีไหนต้องการลดหย่อนค่อยซื้อ ปีไหนไม่ซื้อก็ไม่ผิดเงื่อนไข 
  • RMF: ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี (หรือเว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน) โดยไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ 

7. ThaiESGX ปี 2569 ยังซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีได้อยู่ไหม?

ซื้อได้ แต่เงินลงทุนใหม่ในปี 2569 จะต้องใช้วงเงินร่วมกับ ThaiESG (สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท) ไม่ได้วงเงินพิเศษแยกต่างหากเหมือนมาตรการปี 2568

8. เคยสับเปลี่ยน LTF เป็น ThaiESGX ปี 2568 ปีนี้ยังนำมาลดหย่อนได้ไหม?

ได้ หากทำรายการถูกต้องตามเงื่อนไขในปี 2568 และมีวงเงินส่วนเกินคงเหลือ สามารถทยอยนำมาใช้สิทธิลดหย่อนในปี 2569-2572 ได้เท่าๆ กัน สูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท

9. ถ้าขายกองทุนก่อนครบกำหนด จะเกิดอะไรขึ้น?

จะถือว่าผิดเงื่อนไขภาษี ต้องคืนเงินภาษีที่เคยได้รับยกเว้นย้อนหลัง และอาจมีภาระดอกเบี้ย/เงินเพิ่มตามเกณฑ์กรมสรรพากร รวมถึงภาษีจากกำไรการขายคืน (Capital Gain Tax)

10. เลือกลงทุนกองทุนไหนดีที่สุด?

  • เลือก ThaiESG / ThaiESGX หากต้องการลงทุนในหุ้น/ตราสารหนี้ไทยสายยั่งยืน และมองระยะเวลาการลงทุนปานกลาง (5 ปี)
  • เลือก RMF หากเป้าหมายคือการเก็บเงินเกษียณระยะยาว และต้องการกระจายความเสี่ยงไปสินทรัพย์ต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี การลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่แค่การ "ซื้อให้เต็มสิทธิ" แต่คือการเลือกกองทุนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยง สภาพคล่อง และเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง ก่อนตัดสินใจซื้อในช่วงปลายปี อย่าลืมเช็กฐานภาษี วงเงินคงเหลือ และศึกษานโยบายกองทุนให้รอบคอบด้วย 


ที่มา : อินโนเวสท์ เอกซ์ ,กรมสรรพากร 

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ