ยูเออี ยังเบอร์ 1 ดึง “มหาเศรษฐีโลก” ภาษีเงินได้ 0% “วีซ่าทองคำ 10ปี” ปูทางเงินทุนไหลเข้า

Personal Finance

Wealth Management

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ยูเออี ยังเบอร์ 1 ดึง “มหาเศรษฐีโลก” ภาษีเงินได้ 0% “วีซ่าทองคำ 10ปี” ปูทางเงินทุนไหลเข้า

Date Time: 5 ต.ค. 2569 11:07 น.

Video

อธิบายง่ายๆ Stablecoin ทำงานยังไง ? | Digital Frontiers EP. 76

“Summary“

จากแหล่งน้ำมัน สู่ฐานความมั่งคั่ง ยูเออียัง เบอร์ 1 ดึง “มหาเศรษฐีโลก” ดูไบเมืองเดียว มีเศรษฐีพันล้านราว 20 คน ภาษีเงินได้ 0% สิทธิพำนักยาว ปูทางเงินทุนไหลเข้า

ท่ามกลางกระแสความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ยังคงครองแชมป์จุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของโลกในการดึงดูดมหาเศรษฐีและกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (Ultra-Wealthy) อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่นักลงทุนทั่วโลกมีต่อประเทศแห่งนี้

รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ (สคต.ดูไบ) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยให้เห็นว่า ปัจจัยแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดกลุ่มมหาเศรษฐีและสถาบันการเงินระดับโลกเข้าสู่ยูเออี ไม่ใช่เพียงแค่ภาพลักษณ์เมืองโตเร็ว แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่ครอบคลุม 

โดยเฉพาะ "มาตรการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 0%" ที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการทรัพย์สิน และ "วีซ่าทองคำ (Golden Visa) อายุ 10 ปี" ที่ให้สิทธิในการเลือกพำนักระยะยาว ยืดหยุ่น และเอื้อต่อการวางแผนสืบทอดมรดกข้ามรุ่นของครอบครัวมหาเศรษฐี ไม่ว่าจะอยู่อาศัย ,ทำงาน และเรียนได้โดยไม่ต้องมีนายจ้างหรือผู้สนับสนุนในประเทศ

วีซ่าดังกล่าวเปิดให้สำหรับนักลงทุน /ผู้ประกอบการ เช่น ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าขั้นต่ำ AED 2,000,000 (ประมาณ 545,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือ ลงทุนในธุรกิจหรือกองทุนตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด และยังให้สิทธิครอบคลุมไปถึง ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะ แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และบุคคลที่มีความสามารถพิเศษในสาขาต่างๆ ด้วย 

สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเมืองอันดับ 1 ของโลก

ความแข็งแกร่งของยูเออีสะท้อนชัดจากตัวเลขการย้ายถิ่นฐาน โดยข้อมูลจาก Henley & Partners และ New World Wealth ประเมินว่า มีมหาเศรษฐีย้ายเข้ามาตั้งฐานในยูเออีสูงถึง 9,800 คนในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดูไบมีจำนวนเศรษฐีสะสมมากกว่า 81,000 คน และมหาเศรษฐีระดับพันล้าน (Billionaire) ราว 20 คน

นอกจากนี้ ผลการสำรวจของ Savills ยังยกให้ "ดูไบ" เป็นเมืองอันดับ 1 ของโลกสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มีสินทรัพย์สุทธิสูง ในขณะที่ "อาบูดาบี" ก้าวขึ้นสู่อันดับ 5 ของโลก เคียงข้างศูนย์กลางการเงินระดับตำนานอย่าง นิวยอร์ก สิงคโปร์ และฮ่องกง

ศูนย์กลางการเงินระดับโลกที่ขยายตัวไม่หยุดยั้ง

ศักยภาพของเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่าง ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศดูไบ (DIFC) และตลาดโลกอาบูดาบี (ADGM) ตลอดจนการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางอากาศที่เชื่อมต่อเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ทำให้นครรัฐทั้งสองกลายเป็นฐานบัญชาการสำคัญของสำนักงานบริหารทรัพย์สินครอบครัว (Family Office) ทำให้สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ต่างเร่งขยายการลงทุนและเพิ่มบุคลากรบริหารความมั่งคั่งอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น 

  • HSBC ที่ทุ่มเงินลงทุนในธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในยูเออีสูงสุดในรอบ 20 ปี พร้อมเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ในดูไบ
  • DBS ที่ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนายธนาคารเอกชนในยูเออีขึ้นเป็น 3 เท่าตัว
  • JPMorgan Chase และ Rothschild & Co ที่อยู่ระหว่างขยายทีมและเข้าซื้อกิจการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารายใหญ่

ไม่เพียงเท่านั้น ความสนใจของนักลงทุนมั่งคั่งสูงยังส่งผลตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี เช่น การซื้อขายที่ดินริมชายหาดขนาดใหญ่บนเกาะหรูในดูไบเพียง 3 แปลง ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 272 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้างและการตัดสินใจระยะยาว

แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันจะผันผวน แต่เหล่าธนาคารเอกชนชั้นนำต่างเห็นตรงกันว่า กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งไม่ได้ย้ายฐานตามเหตุการณ์ระยะสั้น ทว่าเป็นการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ของครอบครัวเพื่อใช้ชีวิต ทำธุรกิจ และสร้างความผูกพันในระยะยาว เนื่องจากยูเออีมีเสถียรภาพ ความปลอดภัยสูง และระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส

โอกาสทองของภาคธุรกิจและผู้ส่งออกไทย

ทั้งนี้ สคต.ดูไบ ระบุว่า การไหลเข้าของเงินทุนและกลุ่มมหาเศรษฐีอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยหนุนภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับเศรษฐกิจนอกภาคน้ำมัน (Non-oil Economy) และภาคบริการระดับบนของยูเออี ที่สำคัญคือช่วยขยายกำลังซื้อของกลุ่มผู้บริโภคระดับบน (High Earners) ซึ่งถือเป็น "โอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทย" ในการนำเสนอสินค้าและบริการระดับพรีเมียมสู่ตลาดเมนา (MENA) ต่อไป.


ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ