
ทั้งเงิน บ้าน หุ้น ไปจนถึงทรัพย์สินทางปัญญา หากไม่มีพินัยกรรม กฎหมายกำหนดผู้รับมรดกไว้อย่างไร และพินัยกรรมแบบไหนที่ใช้ได้จริงตามกฎหมายไทย
ช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นข่าวการจากไปของคนจำนวนไม่น้อย ทั้งบุคคลสาธารณะ เจ้าของกิจการ ไปจนถึงคนธรรมดา หลายกรณีทิ้งไว้ทั้งบ้าน ที่ดิน เงินลงทุน หุ้น หรือแม้แต่ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์หนังสือ เพลง ผลงานสร้างสรรค์ และสิทธิในการรับผลประโยชน์ในอนาคต
คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือ หากเจ้าของทรัพย์สินไม่ได้เตรียมการไว้ ทรัพย์สินเหล่านี้จะตกเป็นของใคร และหากต้องการกำหนดผู้รับมรดกด้วยตนเอง ต้องทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย
อ้างอิงข้อมูลจาก บมจ.ธรรมนิติ บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ระบุว่า หากบุคคลถึงแก่ความตายโดย ไม่ได้ทำพินัยกรรม มรดกจะตกทอดแก่ ทายาทโดยธรรม ทันที ตามหลักเกณฑ์ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กฎหมายกำหนดทายาทโดยธรรมไว้ 6 ลำดับ ได้แก่
ส่วน คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย และยังมีชีวิตอยู่ มีสิทธิรับมรดกเช่นกัน โดยกฎหมายกำหนดส่วนแบ่งร่วมกับทายาทในแต่ละลำดับ
หลักสำคัญคือ หากมีทายาทหลายลำดับ ทายาทลำดับที่ใกล้กว่า จะมีสิทธิได้รับมรดกก่อน ทายาทลำดับถัดไปจะไม่มีสิทธิ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษ
ตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด คือ หากผู้เสียชีวิตมีบุตร บิดาหรือมารดาของผู้เสียชีวิตก็อาจยังมีสิทธิรับมรดกร่วมกับบุตรได้ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
อีกประเด็นที่ควรรู้คือเรื่อง การรับมรดกแทนที่ หากทายาทลำดับที่ 1, 3, 4 หรือ 6 เสียชีวิตก่อนเจ้ามรดก ผู้สืบสันดานของทายาทคนนั้นสามารถรับมรดกแทนได้
แต่หากเป็นทายาทลำดับที่ 2 (บิดามารดา) หรือทายาทลำดับที่ 5 (ปู่ ย่า ตา ยาย) เสียชีวิตก่อนเจ้ามรดก กฎหมายไม่ให้มีการรับมรดกแทนที่
คำว่า “พินัยกรรม” คือ การแสดงเจตนาของเจ้าของทรัพย์สินก่อนเสียชีวิต เพื่อกำหนดว่าใครจะได้รับทรัพย์สิน หรือจะจัดการกิจการต่าง ๆ อย่างไรหลังเสียชีวิต โดยจะมีผลทางกฎหมายเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย
สิ่งสำคัญคือ พินัยกรรมต้องทำ ตามรูปแบบที่กฎหมายรับรอง หากทำผิดแบบ แม้จะเป็นความตั้งใจจริง ก็อาจไม่มีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ กฎหมายไทยรับรองพินัยกรรมไว้ 5 รูปแบบ ได้แก่
1. พินัยกรรมแบบธรรมดา
2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ
5. พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา
สำหรับประชาชนทั่วไป พินัยกรรมแบบธรรมดา และ แบบเขียนเองทั้งฉบับ สามารถทำได้ด้วยตนเอง ส่วนพินัยกรรมอีก 3 รูปแบบ สามารถดำเนินการได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตทั่วประเทศ
ทั้งนี้ อีกประเด็นที่ต้องรู้ “มรดก” ไม่ได้ หมายถึงบ้านหรือเงินฝากเท่านั้น แต่รวมถึงหุ้น กองทุน สิทธิเรียกร้อง ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และทรัพย์สินทางปัญญาอีกหลายประเภท หากเจ้าของทรัพย์สินต้องการให้ตกแก่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ การทำพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือเครื่องมือที่ช่วยลดความขัดแย้ง และทำให้เจตนาของผู้จากไปได้รับการเคารพ
ที่มา: ข้อมูลเรียบเรียงจาก บมจ.ธรรมนิติ บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 เรื่องมรดก