Battle of Talingchan เมื่อการลงทุนของ Gen Alpha ไม่ได้เริ่มจากหุ้น แต่เป็น “การ์ดเกม”สะสมของคนไทย

Personal Finance

Wealth Management

Tag

Battle of Talingchan เมื่อการลงทุนของ Gen Alpha ไม่ได้เริ่มจากหุ้น แต่เป็น “การ์ดเกม”สะสมของคนไทย

Date Time: 10 ก.ค. 2569 13:16 น.

Video

เจาะลึก IPO SpaceX และการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ หุ้นเทคสหรัฐฯ | Money Issue EP.64

Summary

ลูกไม่ได้แค่เล่นการ์ด แต่กำลังเรียนรู้เรื่องเงิน สินทรัพย์สะสมโดยที่พ่อแม่ไม่ทันรู้ตัว จาก Pokémon ถึง Battle of Talingchan นี่คือหน้าตาใหม่ของ "สินทรัพย์ทางเลือก" ในมือเด็กเจนอัลฟ่า

Latest


"ตอนแรกคิดว่าลูกแค่ซื้อการ์ดมาเล่น แต่พอฟังเขาอธิบายถึงการ์ดหายาก การแลกเปลี่ยน และราคาที่เปลี่ยนทุกวัน ก็ทำให้เกิดคำถามว่า...นี่คือของเล่น หรือคือสินทรัพย์รูปแบบใหม่ของคนรุ่นใหม่กันแน่?"

ถ้าคุณมีลูกหลานอยู่ในวัยประถมถึงมัธยม เป็นไปได้สูงว่าอาจเคยเห็นซองการ์ดกองอยู่บนโต๊ะ หรือได้ยินชื่อ "Battle of Talingchan" ผ่านหูมาบ้าง โดยที่ยังไม่ทันรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

มันเริ่มจากมุกตลกร้ายบนยูทูบ กลายเป็นแอนิเมชันที่มีคนติดตามหลักล้าน แล้วกลายมาเป็นการ์ดเกมที่ทุกวันนี้มีตลาดซื้อ-ขายจริง มีราคาขึ้นลงทุกวัน และมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่เริ่ม "เข้าใจกลไกตลาด" ผ่านการซื้อขายการ์ด ก่อนที่จะรู้จักคำว่าหุ้นเสียอีก


เมื่อของเล่นกลายเป็นของสะสม และของสะสมกลายเป็นสินทรัพย์

ลองนึกภาพเด็กคนหนึ่งที่ถือการ์ดใบละไม่กี่สิบบาทตอนซื้อจากกล่องสุ่ม แต่พอเป็นการ์ดหายาก ราคากลับพุ่งไปถึงหลักพัน ,หลักหมื่น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับการ์ดชุดแรกๆ ของ Battle of Talingchan ที่วันนี้การ์ด UR หรือภาพวาดพิเศษบางใบ ต้นทุนเฉลี่ยต่อใบตกอยู่ที่หลักสิบบาท แต่ในตลาดรีเซลกลับซื้อขายกันที่หลักหมื่นถึงหลักห้าหมื่นบาท จากความหายาก ไม่มีการพิมพ์ซ้ำ และมีคนอยากได้มากกว่าจำนวนที่มีอยู่ในตลาด 

เช่น รหัส SD01 – SD05  ชุด ตัวตึงไกรลาส, วีรบุรุษปากซอย, นรกก็แค่น้ำพริก, ทหารไก่ชนเขา, กำเนิดจากน้ำ นับว่าเป็นชุดเริ่มต้นยุคแรกที่สินค้าหมดจากหน้าร้านหลักอย่างรวดเร็ว (Sold Out) และมีความต้องการสะสมสูง

พูดง่ายๆ คือกลไกเดียวกับที่ทำให้รองเท้าสนีกเกอร์บางคู่ หรือ Art Toy บางตัว ราคาพุ่งจนคนนอกวงการงงว่า "แค่นี้เองทำไมแพงขนาดนี้"

ตัวอย่างการ์ดคอลแล็บที่ออกมาช่วงหลัง 


การจับมือระหว่าง Battle of Talingchan กับพอดแคสต์ "Myth Universe" ทำออกมาเป็นการ์ดล้อภาพผู้จัดรายการ นั่งอยู่ท่ามกลางตัวละครในตำนานที่ยืนล้อมรอบแบบกวนๆ สไตล์เดิมของค่าย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือกลไกการเล่นของการ์ดใบนี้ไม่ได้มีแค่ภาพสวย มันมีเงื่อนไขการใช้พลังที่ซับซ้อนพอสมควร ต้องเลือกอ่านค่าต่างๆ บนการ์ด Avatar ในมือ ไม่ว่าจะเป็นค่าพลัง สัญลักษณ์ ต้นทุนใช้งาน หรือจำนวนเจม แล้วนำไปเทียบกับการ์ดบนสนามเพื่อดึงประโยชน์ออกมา พูดง่ายๆ คือเด็กที่เล่นการ์ดใบนี้ต้องอ่านเงื่อนไข วิเคราะห์ตัวเลข และตัดสินใจเลือกทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มที่สุด ซึ่งไม่ต่างจากการอ่านงบการเงินย่อส่วนดีๆ นี่เอง


ใบที่สองมาจากอีกเส้นทางหนึ่ง คือคอลแล็บกับแพลตฟอร์มศิลปิน pixiv ในโปรเจกต์ประกวดภาพวาดแฟนอาร์ตที่เปิดให้ศิลปินหน้าใหม่ส่งผลงานตีความตัวละครจากจักรวาลนี้ในสไตล์ของตัวเอง ภาพยักษ์เขียวที่ดูดุดันสไตล์ตัวละครจากวรรณคดีไทย มาพร้อมชื่อศิลปินและ ID ผลงานติดไว้บนการ์ด 

นี่คือจุดที่ทำให้ตลาดนี้ต่างจากของสะสมทั่วไป เพราะมันไม่ได้มีมูลค่าจากตัวเกมอย่างเดียว แต่ยังมีมูลค่าจาก "ชุมชนคนสร้าง" ที่ขยายตัวไปเรื่อยๆ ยิ่งมีศิลปินเข้ามาร่วมมากเท่าไหร่ ยิ่งมีการ์ดรุ่นลิมิเต็ดออกมาให้ตามเก็บมากเท่านั้น และนี่แหละคือสูตรเดียวกับที่ทำให้ของสะสมหลายแบรนด์ทั่วโลกมีราคาพุ่งไม่หยุด

ทั้งสองใบนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ตอบคำถามได้ดีว่า ทำไมการ์ดใบเดียวถึงมีมูลค่าต่างกันได้เป็นสิบเป็นร้อยเท่า มันไม่ได้ขึ้นกับกระดาษหรือหมึกพิมพ์ แต่ขึ้นกับกลไกการเล่น ความจำกัดของจำนวนที่ผลิต และเรื่องราวเบื้องหลังที่ผูกคนเข้ากับคอมมูนิตี้


เด็กเจนอัลฟ่า ไม่ได้แค่เล่น แต่กำลังเรียนรู้เรื่องเงินโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขราคา คือวิธีที่เด็กกลุ่มนี้เข้าใจการ์ดของตัวเอง เด็กเจนอัลฟ่าคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า การ์ดที่เขาชอบ เล่นได้ง่าย ราคาเข้าถึงได้ ปกติอยู่ที่ประมาณ 300 บาท ถ้าเป็นการ์ดหายากหน่อยก็ขยับไปแถวๆ 700 บาท และที่สำคัญคือมันมีมุกตลกแบบไทยๆ ที่เขาเข้าใจ มีเรื่องราวจากวรรณคดีที่คุ้นเคย ทำให้เข้าถึงง่ายกว่าการ์ดเกมต่างชาติ

นี่แหละคือจุดที่ทำให้ผู้ปกครองหลายคนเริ่มตั้งคำถามโดยไม่รู้ตัว เมื่อพบว่า เด็กๆ กำลังฝึกอ่านอุปสงค์-อุปทาน ต่อรองราคา ประเมินความเสี่ยงว่าการ์ดใบไหนควรเก็บ ใบไหนควรขาย ซึ่งเป็นทักษะเดียวกับที่ผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้ตอนเริ่มลงทุนในตลาดหุ้น

แต่สิ่งที่ต่างไปจากรุ่นพ่อแม่ชัดเจนคือ เจนอัลฟ่าไม่ได้ผูกความรู้สึกกับการ์ดแบบ "ความถวิลหาอดีต" เหมือนคนที่โตมากับ Pokémon แล้วกลับมาซื้อการ์ดตอนโตเพราะคิดถึงวัยเด็ก พวกเขามองมันเป็นเรื่องของการจัดพอร์ต การกระจายความเสี่ยง ตั้งแต่อายุยังน้อยอยู่เหมือนกัน 


ตัวเลขที่บอกว่านี่ไม่ใช่กระแสชั่วคราว

จากข้อมูลค้นคว้า พบว่า ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ยอดผู้เล่น Battle of Talingchan (ฐานผู้ติดตาม 60,000 คน) เติบโตขึ้นถึงราว 5,000% หลังจากมีการปล่อยคอนเทนต์แอนิเมชันที่สอดแทรกกติกาการเล่น สินค้าขยายไปวางจำหน่ายทั้งในร้านของเล่นอย่าง Toylaxy, B2S ไปจนถึงระบบสั่งซื้อออนไลน์ของ 7-Eleven และล่าสุดก็มีเวทีแข่งขันระดับประเทศในงาน Thailand Character & Content EXPO 2026 ที่พารากอน โดยมีกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้การสนับสนุน

ในภาพใหญ่ระดับอุตสาหกรรม ตลาดเกมในไทยมีมูลค่ารวมกว่า 36,500 ล้านบาท แต่กว่า 98% ของมูลค่านั้นเป็นธุรกิจนำเข้าและถือลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ การที่ IP สัญชาติไทยอย่าง Battle of Talingchan เกิดขึ้นมาได้เพียงสองปีแล้วสร้างฐานผู้เล่นระดับนี้ จึงถูกมองว่าเป็นข้อยกเว้นที่หายากในโครงสร้างตลาดแบบนี้

อย่างไรก็ดี แต่ก่อนจะรีบไปหาซื้อมาเก็งกำไร ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนว่านี่ไม่ใช่การลงทุนที่การันตีผลตอบแทน เพราะราคาการ์ดขึ้นอยู่กับความนิยม ฐานผู้เล่น และสภาพตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ไม่ได้มีมูลค่าพื้นฐานรองรับเหมือนหุ้นบริษัท 


และสิ่งที่ต้องระวัง ก็คืออ กระแสวันนี้ที่มาแรง พรุ่งนี้อาจจางหายไปก็ได้ ถ้ากระแสความนิยมลดลง หรือมีการพิมพ์การ์ดชุดใหม่ออกมาทดแทนของหายาก ราคาการ์ดที่เคยพุ่งก็สามารถร่วงลงได้เช่นกัน

คำถามที่น่าคิดต่อคือ คนรุ่นใหม่กำลังสร้างความมั่งคั่งจากสิ่งที่ตัวเองหลงใหลจริงๆ มากกว่าสิ่งที่คนรุ่นก่อนเรียกว่า "การลงทุน" หรือเปล่า? และถ้าใช่ นิยามของคำว่าสินทรัพย์ในอนาคตจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

สุดท้ายแล้ว ไม่ใช่ของสะสมทุกชิ้นจะสร้างผลตอบแทนให้ใครได้เสมอไป และไม่ควรซื้อเพียงเพราะหวังเก็งกำไรตามกระแส เพราะมูลค่าของมันผูกอยู่กับชุมชน ความนิยม และสภาพตลาด ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เหมือนกับทุกสินทรัพย์ทางเลือกที่เคยผ่านมาในอดีต

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ,Battle0fTalingchan ,settrade ,club.b2s.co.th

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์