
สามปีซ้อนบนบัลลังก์ "เฉลิม อยู่วิทยา" แชมป์เศรษฐีไทย รวย 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ทรัพย์สินรวม 33 ตระกูลพุ่ง! พบ สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าพ่อพลังงาน ทรัพย์สินเพิ่มมากสุด
แชมป์ที่ไม่เปลี่ยนมือ แต่ตัวเลขเปลี่ยนสถิติ ...
ปีนี้ Forbes ประกาศผลการจัดอันดับ Thailand's 50 Richest 2026 และคำตอบของคำถามที่ว่า "ใครคือเศรษฐีอันดับหนึ่งของไทย" ยังคงเป็นชื่อเดิม นั่นคือ เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว เจ้าของร่วมอาณาจักรเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง (Red Bull) ที่ผงาดครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.54 ล้านล้านบาท)
เบื้องหลังตัวเลขนี้คือผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Red Bull ทั่วโลก ซึ่งมีรายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้นกว่า 8% แตะระดับ 1.22 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์ )จากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังเกือบ 1.4 หมื่นล้านกระป๋องทั่วโลก สะท้อนว่าธุรกิจ "ของกินของใช้" ที่คนทั่วโลกไม่เลิกซื้อ ยังคงเป็นเครื่องจักรสร้างความมั่งคั่งที่ทรงพลังที่สุดตัวหนึ่งของไทย
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้อันดับ 1 คือภาพรวมทั้งกระดาน มูลค่าทรัพย์สินรวมของ 50 มหาเศรษฐีไทยปีนี้ขยับขึ้น 10% แตะระดับ 1.87 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมหาเศรษฐีถึง 33 ราย จากทั้งหมด 50 รายที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น หรือคิดเป็นเกือบสองในสามของทั้งลิสต์
ที่น่าทึ่งคือความมั่งคั่งนี้เติบโตขึ้นท่ามกลางแรงปะทะหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจไทยในปี 2025 ยังคงขยายตัวได้ 2.4% โดยได้แรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่ค่อยๆ ฟื้นตัว และภาคส่งออกที่กระเตื้องขึ้น ประกอบกับตลาดหุ้นไทยที่คึกคักในรอบปีที่ผ่านมา กลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของเศรษฐีในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย
1. เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ครองแชมป์ปีที่ 3 ติดต่อกัน จากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดงที่ขายได้เกือบ 1.4 หมื่นล้านกระป๋องทั่วโลก
2. ตระกูลเจียรวนนท์ (เครือเจริญโภคภัณฑ์ / CP) : 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์ รักษาอันดับ 2 ไว้ได้ โดยความเคลื่อนไหวสำคัญคือดีลของ Arise Digital Technology บริษัทลงทุนของ ศุภชัย เจียรวนนท์ ที่ตกลงซื้อหุ้นราว 25% ในบริษัทโทรคมนาคม True จากพันธมิตรร่วมทุนอย่าง Telenor Group ของนอร์เวย์ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท พร้อมสิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มอีก 5.4% ภายใน 2 ปี
3. สารัชถ์ รัตนาวะดี : 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ เจ้าพ่อพลังงานและโทรคมนาคมรายนี้ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในแง่ตัวเงินถึง 5.6 พันล้านดอลลาร์ หลัง Gulf Development เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทยเป็นสองเท่า ขึ้นเป็นเกือบ 10% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของธนาคาร
4. ตระกูลจิราธิวัฒน์ (Central Group) : 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยับขึ้นมาอันดับ 4 ด้วยทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งในสาม หลัง Central Retail ประกาศแผนลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาทเพื่อขยายและอัปเกรดสาขาทั้งในไทยและเวียดนาม
5. เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว : 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 10% จากการปรับพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ Frasers Property ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์
หนึ่งในเรื่องที่น่าจับตาที่สุดของการจัดอันดับปีนี้ คือความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของนักธุรกิจที่เกาะกระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
สิ่งนี้สะท้อนภาพชัดว่า "คลื่นการลงทุน AI ระดับโลก" ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เท่านั้น แต่กำลังไหลลงมาสร้างความมั่งคั่งให้ธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่นิคมอุตสาหกรรม ไปจนถึงพลังงานสะอาดและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยด้วย
อีกหนึ่งตัวเลขที่ชี้วัดพลังของปีนี้ได้ดีคือ "เกณฑ์ทรัพย์สินขั้นต่ำ" ที่จะติดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ซึ่งปรับขึ้นจาก 420 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน เป็น 555 ล้านดอลลาร์ ในปีนี้ ตอกย้ำว่าฐานความมั่งคั่งของกลุ่มบนสุดของประเทศหนาขึ้นโดยรวม ไม่ใช่แค่กระจุกตัวอยู่ที่ 3 อันดับแรกเท่านั้น
การจัดอันดับมหาเศรษฐีไม่ได้เป็นเพียงสถิติความมั่งคั่งส่วนบุคคล แต่มักสะท้อน "แผนที่กระแสทุน" ของประเทศในปีนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน จากลิสต์ปี 2026 มีอย่างน้อย 3 สัญญาณที่นักลงทุนน่าจับตา
ที่มา : การจัดอันดับ Thailand's 50 Richest 2026 โดย Forbes (ภายใต้ อัตราแลกเปลี่ยน ณ 18 มิ.ย.2569 )
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney