สรุป 7 เทคนิคมิจฉาชีพ ที่ใช้จับจุดอ่อน “เดอะแบก” วัยทำงานที่อยากหารายได้เพิ่ม

Personal Finance

Wealth Management

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุป 7 เทคนิคมิจฉาชีพ ที่ใช้จับจุดอ่อน “เดอะแบก” วัยทำงานที่อยากหารายได้เพิ่ม

Date Time: 1 ก.ค. 2569 16:36 น.

Video

รู้จัก National ITMX เบื้องหลัง PromptPay ที่คนไทยใช้กันทั้งประเทศ | Digital Frontiers EP.68

Summary

กรณีแอร์โฮสเตสถูกควบคุมตัวที่ออสเตรเลียเป็นอุทาหรณ์ของการรับหิ้วของที่อาจถูกซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายและผิดระเบียบองค์กร

  • มิจฉาชีพมักใช้กลโกง 6 รูปแบบ ได้แก่ หลอกไปทำงานต่างประเทศ, หลอกลงทุนออนไลน์, แอปเงินกู้เถื่อน, หลอกสมัครงาน, บัญชีม้า และการหลอกให้ทำภารกิจเพื่อโอนเงิน
  • การเปิดบัญชีม้าหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารมีความผิดทางกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทหรือหน่วยงานผ่านช่องทางทางการ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ก.ล.ต. ก่อนตัดสินใจลงทุนหรือโอนเงิน
  • การสร้าง 'ต่อมเอ๊ะ' หรือการฉุกคิดก่อนโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เนื่องจากเงินที่โอนไปแล้วมักติดตามคืนได้ยาก

เมื่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันพุ่งสูงขึ้นแซงรายได้ หลายคนต้องรับบทเป็น "เดอะแบก" ที่ต้องดูแลตัวเอง ครอบครัว ลูก หรือแม้กระทั่งพ่อแม่พี่น้อง ยิ่งมองหาช่องทางเพิ่มรายได้ แต่นี่อาจกลายเป็นจุดเปราะบางที่มิจฉาชีพฉวยโอกาสมาหลอกได้ และยุคนี้เทคนิคของผู้ร้ายก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เราจะรับมือกับกลลวงของมิจจี้เหล่านี้ได้ยังไง 


ถอดบทเรียน "รับหิ้วของ" ถูกซุกสิ่งผิดกฎหมาย

เคสล่าสุดที่คนไทยให้ความสนใจคือ แอร์โฮสเตสถูกควบคุมตัวที่ออสเตรเลียเพราะขนสิ่งผิดกฎหมายเข้าประเทศ… ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริงว่า เจ้าตัวตั้งใจขนไปเองหรือถูกหลอก ซึ่งทางต้นสังกัดของแอร์ฯ อย่าง บมจ. การบินไทย (THAI) ออกมาชี้แจงว่า บริษัทฯ มีระเบียบ ข้อบังคับ ชัดเจนว่าทั้งนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินห้ามครอบครอง นำเข้า ขนส่ง หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอยู่แล้ว 

กรณีนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า นี่เพราะแอร์ฯ รับหิ้วของแต่ถูกซุกซ่อนของผิดกฎหมายหรือเปล่า? ถ้าเป็นตามนี้จริง ถือเป็นข้อเตือนใจของคนที่ทำอาชีพรับหิ้วของว่ามีความเสี่ยงถึง 2 ด้านหลักคือ 1) ทำผิดกฎหมายไหม และ 2) ทำผิดกฎบริษัทหรือไม่? เมื่อทำผิด… ก็อาจมีบทลงโทษตามมา เคสเบาต้องจ่ายค่าเสียหายให้องค์กร หรือเคสหนักก็อาจถึงขั้นติดคุก

ดังนั้นในยุคนี้ “การรับจ้างหิ้วของ” เป็นเรื่องที่เห็นกันได้ทั่วไป เช่น อาจจะรับซื้อเครื่องสำอางจากต่างประเทศ, หรือรับหิ้วขนมขึ้นชื่อ เป็นต้น แต่หลายคนลืมนึกไปว่า ถ้าเสียหายขึ้นมาจะกระทบชีวิตของเราไหม เช่น ถ้ารับหิ้วของจากต่างประเทศก็ต้องคิดว่าสิ่งนั้นผิดกฎหมายไหม หรือถ้าเรานำเข้ามาโดยไม่สำแดงจะกลายเป็นหนีภาษีหรือไม่


6 กลโกงที่คนทำงานมักเจอ

นอกจากเคสรับหิ้วของ มิจฉาชีพยังมีอีกหลายเทคนิคที่จะหลอกล่อคนทำงานให้ทำความผิดแทน โดยมีอีก 6 กลโกงที่ควรรู้จัก คือ 

1. หลอกไปทำงานต่างประเทศ 

ช่วงนี้หลายคนอาจเห็นโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีงานเงินเดือนสูง บินฟรี ไม่จำกัดวุฒิ แต่เมื่อไปถึงกลับถูกยึดพาสปอร์ตและกักขังให้เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือกลายเป็นแรงงานเถื่อน หรือในอดีตเคสการถูกหลอกให้ไปค้าประเวณีก็มีมากมาย 

จุดสังเกต: อ้างสวัสดิการดีเกินจริง, เร่งรัดให้โอนค่าดำเนินการล่วงหน้า หรืออาจเช็กว่าบริษัทนั้นผ่านการรับรองจาก กรมการจัดหางานของไทยหรือไม่

2. หลอกลงทุนออนไลน์ 

ได้เงินง่าย การันตีผลตอบแทน… นี่เรียกว่าคำพูดยอดฮิตของเหล่ามิจฉาชีพเมื่อจะหลอกคนไปลงทุนในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง บางครั้งอาจยกสินทรัพย์หรือธุรกิจที่อยู่ในกระแส มาหลอกให้คนไปลงทุน แต่พอได้เงินไปก็ปิดเว็บไซต์ หรือลบแอปพลิเคชันหายไปเลย 

จุดสังเกต: บัญชีที่รับโอนเป็นชื่อ "บุคคลธรรมดา" ไม่ใช่บริษัท, หรือเว็บไซต์เพิ่งจดทะเบียนได้ไม่นาน, ถ้าเป็นหน่วยงานการลงทุนต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.

3. แอปเงินกู้เถื่อน

ได้เงินง่าย ไม่ต้องส่งเอกสาร อนุมัติไว ไม่เช็กเครดิตบูโร… ถ้าได้ยินคำเหล่านี้ให้ตั้งคำถามไว้ก่อนว่า ใครจะให้เงินกู้กับคนไม่รู้จักได้ง่ายขนาดนั้น ยิ่งถ้าให้โอนเงินล่วงหน้านั่นยิ่งเสี่ยงจะเป็นแอปกู้เงินเถื่อน ซึ่งถ้าเราดาวน์โหลดแอปฯ ไปแล้วยังเสี่ยงจะถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปใช้ประโยชน์อีกด้วย

จุดสังเกต: เงื่อนไขดีเกินจริง, อัตราดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมาย, เช็กว่าเป็นแอปเงินกู้ที่ถูกกฎหมายได้ที่เว็บไซต์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย

4. หลอกให้สมัครงาน

ยุคนี้หลายคนอยากหางานพิเศษ หรืองานที่บ้าน เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ อาจเห็นโฆษณาว่า Work from Home หรืองานแพ็กของที่บ้าน แต่เมื่อทักไปสมัคร จะถูกขอให้จ่ายเงินค่าอุปกรณ์ทดลองงาน หรือค่าทำบัตรพนักงาน ฯลฯ ล่วงหน้า ถ้าเจอกับบริษัทมิจฉาชีพก็ทำให้เราต้องเสียทั้งเงินและเวลาไปเปล่าๆ

จุดสังเกต: เช็กตัวตนของบริษัทก่อนเสมอว่ามีจริงไหม, มีพฤติกรรมหลอกลวงมาก่อนหรือไม่

5. หลอกเปิดบัญชีม้า / ซิมม้า / บัญชีคริปโตม้า

ถ้าเห็นคำโฆษณาหรือการเชิญชวน “เปิดบัญชีให้เรา รับเงินไปเลย 1,000 บาท” หลายคนคิดว่าเป็นเงินที่ได้มาง่ายๆ แต่หากบัญชีนั้นถูกใช้ในธุรกรรมผิดกฎหมาย ฉ้อโกง เราที่เป็นชื่อเจ้าของบัญชีต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ดังนั้นก่อนทำธุรกรรมทางการเงินอะไรควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนเสมอ

จุดสังเกต: การให้ผู้อื่นใช้บัญชีมีความผิดทางกฎหมายทันที ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6. หลอกให้ทำภารกิจ

อยากขายของมือ 2 ที่มีอยู่ในบ้าน เลยถูกชวนเข้ากลุ่ม ทั้งต้องจ่ายเงินเพื่อสมัครสมาชิกร้านค้า, ทำภารกิจ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินไปหลายแสน กลโกงของมิจฉาชีพแบบนี้กำลังระบาด ดังนั้นก่อนจะกดดาวน์โหลดแอปหรือโอนเงินให้ใครต้องเช็กเช่นกัน

จุดสังเกต: ภารกิจที่เราต้องโอนเงินให้เท่ากันทุกคนในกลุ่ม, โอนเงินตัวเองไปก่อนเพื่อรับรายได้ เสี่ยงเป็นกลโกงมิจฉาชีพ

สุดท้ายนี้ การรับมือกับมิจฉาชีพที่พัฒนาเทคนิคหลอกเงินเรา ต้องมี "ต่อมเอ๊ะ" หรือการฉุกคิดก่อนเสมอ ก่อนจะโอนเงินให้ใครลองเช็กชื่อบัญชี หรือถามคนใกล้ตัวว่าเรื่องแบบนี้ผิดปกติหรือไม่ เพราะทุกวันนี้การโอนเงินในไทยทำได้ง่ายมาก "โอนปุ๊บ ไปปั๊บ" แต่จะตามคืนมาได้อาจต้องใช้เวลาและพลังกายพลังใจในการทวงคืนไม่ใช่น้อย

อ้างอิงข้อมูล ธปท., ก.ล.ต., ACSC, ศปอส.ตร.


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ