
ไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 14 ล้านคน หรือคิดเป็น 22.5% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งต้องการการวางแผนดูแลสุขภาพและการเงินอย่างเป็นระบบ
ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว ตอนนี้มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 14 ล้านคน คิดเป็น 22.5% ของทั้งประเทศ เมื่ออายุมากขึ้นค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็เพิ่มขึ้นดังนั้น เพื่อให้ตัวเราใช้ชีวิตอย่างราบรื่นไปจนถึงบั้นปลายชีวิต ควรต้องเริ่มวางแผนอย่างไร
ศ.พญ.ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา Senior Palliative Care Specialist เล่าว่า ผู้สูงอายุอาจต้องการการดูแลมากกว่าช่วงวัยอื่นๆ ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) กว่า 200,000 รายต่อปี ซึ่งกลุ่มนี้ยิ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีไว้
ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือ ทบทวนคอยรีเช็กตัวเองและผู้สูงวัยในบ้านอยู่เสมอว่า สุขภาพเป็นแบบไหน เพื่อเข้ารับการรักษา ออกแบบการใช้ชีวิต หรือการดูแลร่างกายได้ตรงจุด รวมถึงการวางแผนล่วงหน้าก่อนเจ็บป่วยหนัก
สาเหตุเพราะเมื่อถึงช่วงท้ายของชีวิต การดูแลผู้ป่วยมีรายละเอียดที่ซับซ้อนทั้งในแง่การแพทย์และกฎหมาย เช่น การทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการออกใบมรณะบัตร ซึ่งหากผู้ป่วยอยู่ภายใต้การดูแลของสถานพยาบาลจะช่วยให้กระบวนการเหล่านี้ราบรื่นขึ้น
กลุ่มอายุที่ต้องการการดูแลแตกต่างกันอย่างชัดเจน ผู้สูงอายุในช่วง 60–69 ปี ส่วนใหญ่ยังสามารถรับการรักษาแบบทั่วไปได้ ช่วง 70–79 ปี เริ่มมีแนวโน้มติดบ้าน ขณะที่อายุ 80 ปีขึ้นไปมักเข้าสู่ระยะที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด บางรายถึงขั้นติดเตียง ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
อัครพล เอื้ออารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล ย้ำแนวคิดที่ว่า "ค่าป้องกันถูกกว่าค่ารักษา" การลงทุนดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้อาจใช้เงินน้อยกว่าค่ารักษาเมื่อเจ็บป่วย
ปัจจุบันในวัย 30-45 ปีสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น จึงมีบริการเฉพาะทาง เช่น Hyperbaric Oxygen Therapy ซึ่งช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ฟื้นฟูหลังผ่าตัด รวมถึงบริการเชิงป้องกัน อย่าง IV Vitamin Drip ได้รับความนิยมในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป มีทั้งสูตรบำรุงสมอง ช่วยการนอนหลับ และสูตรเพื่อผิวพรรณ แต่ย้ำว่าการจะเข้ารับบริการต่างๆ ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ขณะที่ตัวอย่างการดูแลระยะยาว (Long-Term Care) สำหรับผู้ป่วยนั้นมักจะมีค่าใช้จ่ายหลายส่วน ที่ต้องนำมาคำนวณในการวางแผนการเงินด้วย ได้แก่
เทรนด์การดูแลสุขภาพได้รับความสนใจมากขึ้น โดยมีข้อมูลยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดโรงพยาบาลปี 2568 ที่เติบโต 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มสมาชิกอายุ 50 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนการใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาลเกือบ 60% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อสูงวัยอาจต้องใช้เงินมากขึ้นเราจะวางแผนยังไง
เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วน นำมาวางแผนว่าเราจะเก็บออมเงินไว้เท่าไร อาจปรับเป็นแผนออมรายเดือน หรือถ้าสวัสดิการรักษาพยาบาลที่มีอยู่ไม่เพียงพอ อาจซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมไว้ได้ แต่ต้องมองถึงเบี้ยในวัยเกษียณที่อาจพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว
สุดท้ายนี้ นอกจากการวางแผนค่าใช้จ่ายแล้ว สังคมไทยควรให้ความสำคัญกับ Caregiver Burnout หรือภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแล ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ครอบครัวควรใส่ใจ และหาทางออกร่วมกัน และต้องวางแผนให้ชัดเจนเหมือนที่วางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายสุขภาพ
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney