
เงิน 10 ล้านบาท จุดเริ่มต้นของ “สิทธิ์ในการเข้าถึง” โลกการเงินอีกชั้น เปิดมิติหลังเส้นแบ่ง เมื่อวิธีคิดเปลี่ยนจากการไล่ผลตอบแทน ไปสู่การเลือกเครื่องมือต่อยอดความมั่งคั่ง
เคยสงสัยไหมว่า ทำไม “คนรวย” ถึงยิ่งรวยขึ้น? และทำไมเวลาที่พวกเขาจับเงินก้อนใหญ่ วิธีการคิดเรื่องเงินถึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
สำหรับคนทั่วไป หมุดหมายเงิน 10 ล้านบาทแรก อาจเป็นระดับมูลค่า เงินตราและทรัพย์สิน ที่สะท้อนถึงร่ำรวย มั่งคั่ง มีหน้าตาในสังคม แต่หากมองลึกลงไปในระบบนิเวศการเงิน เงิน 10 ล้านบาท ก้อนเดียวกัน ยังทำหน้าที่เป็น “ตั๋วผ่านทาง" ไปสู่โลกการลงทุนอีกใบหนึ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นอีกด้วย
เมื่อยิ่งรวย สิทธิ์ในการเข้าถึง เครื่องมือการเงินระดับพรีเมียม เพื่อกระจายความเสี่ยง ยิ่งมีมากกว่า และสำหรับคนกลุ่มนี้ การถือเงินสดเฉยๆ หรือฝากธนาคารกินดอกเบี้ยต่ำ ถือเป็นความเสี่ยงขั้นรุนแรงที่ปล่อยให้เงินเฟ้อกัดเซาะมูลค่าเงินต้นไปทุกปี
ก่อนจะเข้าใจให้มากขึ้นว่าเงิน 10 ล้านทำอะไรได้บ้าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เขาบัญญัตินิยามของคนรวยในโลกการเงินไว้อย่างประณีต ภายใต้หลักการ "ความรู้คู่การเงิน" ซึ่งเกณฑ์สำหรับบุคคลธรรมดา (นับรวมคู่สมรส) มีการแบ่งชนชั้นความมั่งคั่งไว้ดังนี้
นั่นเท่ากับว่า หากเรามีเงิน 10 ล้านบาทนิ่งๆ พร้อมลงทุนในหลักทรัพย์ เราก็จะได้สิทธิ์เป็น ผู้ลงทุนรายใหญ่ (HNW) ทันที และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าถึงนวัตกรรมทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้น
และอย่างที่รับรู้กันว่า คนรวยจำนวนมาก ไม่ได้พยายามหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด (High Return) แบบหวือหวา แต่เป้าหมายหลักคือ "รักษาเงินต้น กระจายความเสี่ยง และส่งต่อความมั่งคั่ง" โดย 6 ทางเลือกการลงทุนที่มักอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนกลุ่ม HNW ได้แก่
1. กองทุนส่วนบุคคล (Discretionary Portfolio / Private Fund): เลิกเดินไปซื้อกองทุนรวมทั่วไปตามเคาน์เตอร์ธนาคาร เพราะเงิน 10 ล้านบาทคือเกณฑ์ขั้นต่ำที่ บลจ. ชั้นนำ (เช่น กสิกรไทย, ยูโอบี, ดาโอ หรือ InnovestX) จะส่งผู้จัดการกองทุนมืออาชีพมาสแตนด์บาย ออกแบบ และปรับพอร์ตตามข้อจำกัดและความเสี่ยงเฉพาะตัวโดยตรง
2. หุ้นกู้เอกชนที่ไม่ได้เปิดขายทั่วไป: สิทธิ์ในการซื้อหุ้นกู้ที่ไม่ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) หรือหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bond) ซึ่งมักจะเสนอขายเฉพาะกลุ่ม HNW เท่านั้น เพื่อรับดอกเบี้ยที่สูงกว่าตลาดทั่วไป
3. กองทุนต่างประเทศระดับโลก (Global Funds): สามารถจัดพอร์ตแบบผสมผสานอย่างไร้รอยต่อผ่านเครือข่ายวิเคราะห์การลงทุนระดับโลก โดยใช้โมเดลเด่นๆ อย่าง Global Absolute Return (GAR) เน้นเติบโตทบต้นและรักษาสมดุลความเสี่ยง หรือกองทุนระดับมาสเตอร์ฟันด์ในต่างประเทศโดยตรง
4. Private Equity (กองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ - UI Funds): หากมีคุณสมบัติพ่วงจนเข้าเกณฑ์ UHNW เงินก้อนนี้จะเข้าถึง "กองทุน UI" ที่ยืดหยุ่นสูงมาก เช่น Quantitative Hedge Funds ที่ใช้โมเดลคณิตศาสตร์ระดับสูงทำกำไรทั้งขาขึ้นขาลง (เช่น กองทุนหลัก Renaissance ที่เข้าผ่าน บลจ.เอสเซท พลัส) หรือกองทุนที่ไปซื้อหุ้นของบริษัทที่ยังไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) ซึ่งให้โอกาสเติบโตสูงและไม่ผันผวนตามอารมณ์ของตลาดหุ้นรายวัน
5. อสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างกระแสเงินสด: การลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) เกรดพรีเมียม หรือกองทุนสินทรัพย์นอกกรอบ (Unconventional Assets) เพื่อรับเงินปันผลหรือกระแสเงินสดสม่ำเสมอสไตล์ Global Income Focus
6. Family Wealth Planning: บริการวางแผนและจัดการสินทรัพย์ครอบครัว การส่งต่อมรดก และการจัดการภาษีทรัพย์สินที่มีความละเอียดอ่อนอย่างเป็นระบบผ่านศูนย์ไพร์เวทแบงก์กิ้ง
นอกจากนี้ เมื่อเลือกที่จะวางเงินลงทุน 10 ล้านบาทไว้กับธนาคาร (AUM) สิ่งที่ตามมาคือ สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ผ่านบัตรเครดิตและเครือข่ายพันธมิตรระดับลักชัวรี
เปิด 7 แบงก์ใหญ่ ใช้อะไรมัดใจเศรษฐีกลุ่มนี้บ้าง
เริ่มต้นด้วย KBank THE WISDOM ของธนาคารกสิกรไทย ที่กำหนดเกณฑ์ยอดเงินฝากหรือเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 10 ถึง 29.99 ล้านบาท โดยผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิ์ใช้บริการห้องรับรอง Miracle Lounge และ Coral Lounge พร้อมสิทธิ์ขึ้นเครื่องก่อนใครสำหรับเที่ยวบินแอร์เอเชีย (FD) ขาออกจากประเทศไทย ในด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์จะได้รับสิทธิ์ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี ได้รับบริการระดับ VIP ณ เครือโรงพยาบาลสมิติเวชและ MedPark รวมถึงบริการฆ่าเชื้อจาก De Hygienique นอกจากนี้ยังมีเอกสิทธิ์ด้านการเงินอย่างการยกเว้นค่าธรรมเนียมตู้นิรภัยเดอะวิสดอม พร้อมบริการข่าวสารและงานสัมมนาเจาะลึกการลงทุนส่วนบุคคลอย่างใกล้ชิด
ขยับมาที่ SCB FIRST ของธนาคารไทยพาณิชย์ สำหรับผู้ที่มี AUM ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรอง Priority Pass ทั่วโลก และหากมีการเพิ่มยอดสินทรัพย์ส่วนเพิ่มตามเงื่อนไข ก็จะได้รับบริการรถลิมูซีนและรถบัคกี้ในสนามบินเพิ่มเติมด้วย สำหรับมิติไลฟ์สไตล์จะได้รับสถานะ ONYX Rewards Platinum พร้อมสิทธิ์พักฟรีในห้องประเภท Suite ขึ้นไป ณ โรงแรมอมารี หัวหิน หรือพัทยา ส่วนในด้านการลงทุนจะได้รับการดูแลโดยที่ปรึกษามืออาชีพ พร้อมตัวช่วยอย่าง wPlan ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์การลงทุนด้วยระบบ AI ที่มีความแม่นยำ
สำหรับสายเดินทางต่างประเทศ UOB Privilege Banking กำหนดเกณฑ์ AUM ไว้ที่ 10 ถึง 49.99 ล้านบาท โดยต้องคงยอดติดต่อกันเป็นเวลา 4 เดือน มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับด้วยบริการรถลิมูซีนรับ-ส่งสนามบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา พร้อมบริการ Data Roaming ฟรีใน 20 ประเทศทั่วเอเชีย ด้านไลฟ์สไตล์มี Welcome Bonus เป็นเครดิตเงินคืน 3,000 บาทสำหรับสมาชิกใหม่ และรับเพิ่มสูงสุดถึง 15,000 บาทตามยอดใช้จ่าย ในแง่การเงินจะได้รับสิทธิ์ถือบัตร UOB PRIVI Miles Privilege Banking ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนโดยตรงจากสิงคโปร์
ทางด้าน Bualuang Infinite ของธนาคารกรุงเทพ กำหนดเกณฑ์ AUM ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยคำนวณจากยอดเฉลี่ยย้อนหลัง 6 เดือน มอบสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองสนามบินชั้นนำทั่วโลก พร้อมเอกสิทธิ์ในการแลกรับไมล์เดินทางในอัตราพิเศษ ด้านไลฟ์สไตล์สามารถเลือกรับชุดน้ำชาฟรียามบ่ายหรือเซ็ตอาหารฟรีสูงสุด 4 ครั้งต่อปี ณ ร้านค้าและโรงแรมห้าดาวที่กำหนด และในส่วนของการบริหารความมั่งคั่ง จะมีบริการวางแผนและจัดการสินทรัพย์ผ่านศูนย์ Private Bank Center โดยทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยดูแลอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ
สำหรับ ttb reserve signature จากทีทีบี โดดเด่นด้วยการกำหนดเกณฑ์ AUM เริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่า โดยอยู่ที่ 5 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 30 ล้านบาท ไฮไลต์สำคัญคือการยกเว้นค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5% (No FX Fee) ในการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ต่างประเทศ มาพร้อมแผนประกันภัยการเดินทางที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 31.5 ล้านบาท และส่วนลดค่าอาหาร Fine Dining สูงถึง 50% อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าทางการเงินด้วยคะแนนสะสมรายปีพิเศษสูงสุดถึง 180,000 คะแนน เมื่อเลือกเปิดผลิตภัณฑ์กองทุนตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
นอกจากนี้ยังมี Krungsri Private Banking ที่กำหนดเกณฑ์ยอดเฉลี่ยย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 10 ถึง 29.99 ล้านบาท ให้สิทธิ์ใช้บริการห้องรับรองพิเศษสนามบินและบริการรถลิมูซีนรับ-ส่งตามยอดใช้จ่าย โดยมีความพิเศษตรงที่สามารถเลือกรับสิทธิ์พิเศษรายไตรมาสได้ไตรมาสละ 1 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหมวดสุขภาพ ด้านอาหาร หรือบัตรกำนัล พร้อมบริการฟิตเนส ณ โรงแรมหรู และรับคะแนนสะสมพ้อยต์สูงถึง 5 เท่าในหมวดเดินทางและห้างสรรพสินค้า โดยมี Relationship Manager คอยดูแลส่วนตัว
ปิดท้ายด้วย GSB PRESTIGE ของธนาคารออมสิน สำหรับผู้มี AUM 10 ล้านบาทขึ้นไปที่จะได้รับสิทธิ์จากการเรียนเชิญเท่านั้น มอบสิทธิ์ใช้ห้องรับรองสนามบินสำหรับบัตรหลักเกรดพรีเมียม ด้านไลฟ์สไตล์สามารถใช้คะแนนสะสมเพียง 1,000 คะแนนแลกรับสลากออมสินมูลค่า 100 บาท พร้อมประกันอุบัติเหตุการเดินทางสาธารณะที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งครอบครัว โดยทุกการใช้จ่าย 25 บาทจะได้รับ 1 คะแนนสะสมแบบไม่มีวันหมดอายุ
ปิดท้ายด้วยมุมมองที่ทำให้คนรวยต่างจากคนทั่วไปชัดเจนที่สุด คือพอร์ตการลงทุนใน "ของสะสมหรูหรา" (Luxury Collectibles) ซึ่งนอกจากจะตอบสนองความสุขทางสุนทรียภาพแล้ว มันยังทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความสัมพันธ์กับตลาดทุนต่ำ (ไม่แคร์ว่าหุ้นจะตก) และปกป้องเงินจากเงินเฟ้อได้อย่างงดงาม
เมื่อมองย้อนกลับไป จะพบว่า สิ่งที่เงิน 10 ล้านบาทซื้อได้ อาจไม่ใช่ผลตอบแทนที่สูงกว่าเสมอไป แต่เป็น "ทางเลือก" ที่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยง /ทางเลือกในการเข้าถึงข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญ /ทางเลือกในการลงทุนในสินทรัพย์ที่คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง รวมถึงทางเลือกในการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งไปยังคนรุ่นถัดไป และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนรวยยิ่งรวยขึ้น เพราะในโลกการเงิน บางครั้งความได้เปรียบที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การได้ผลตอบแทนมากกว่าคนอื่น แต่อยู่ที่การมีโอกาสเลือกมากกว่าคนอื่นต่างหาก.
ที่มา : ก.ล.ต. ,บลจ.กสิกรไทย ,SCB Wealth ,Bualuang Exclusive ,UOBAM ,ttb