
รัฐบาลขยายมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่า สำหรับการบริจาคเพื่อการศึกษาและการกีฬาผ่านระบบ e-Donation มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2570
ต้นปี 2569 หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมตอนยื่นปีภาษี 2568 ยอดบริจาคการศึกษาใช้สิทธิลดหย่อน 2 เท่าไม่ได้ ทั้งที่เคย “ใช้ได้” ในปีก่อนๆ สาเหตุเพราะการลดหย่อนหมวดนี้เป็นเงื่อนไขที่เพิ่มให้พิเศษเหมือนโปรโมชันที่รัฐบาลจะให้สิทธิในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งปี 2568 ที่ผ่านมายังไม่มีประกาศมาขยายสิทธินี้…
จนกระทั่ง 16 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ขยายโปรโมชันนี้แล้วและจะมีผลย้อนหลังถึงปี 2568 ที่ผ่านมาด้วย ถ้าเรายื่นแบบภาษีฯ จนได้เงินคืนมาเรียบร้อยจะยังได้เงินส่วนนี้คืนไหม?
ข่าวล่าสุดจาก สมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ทางกรมฯ ได้ขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้ผู้บริจาคให้แก่สถานศึกษาตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิหักลดหย่อนเงินบริจาคหรือหักรายจ่ายการบริจาคได้ 2 เท่า สำหรับการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2570
ทั้งนี้ มี 5 ประเภทการศึกษาที่เข้าเกณฑ์คือ 1) สถานศึกษาของรัฐ 2) โรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบ 3) สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 4) สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ และ 5) สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันใครที่บริจาคสนับสนุนการกีฬาในหน่วยงานหรือสมาคมตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรก็จะได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่าเช่นกัน ถือว่าเป็นการ “ขยายระยะเวลามาตรการภาษีทั้ง 2 มาตรการ” ให้ต่อเนื่องจากมาตรการฯ เดิมที่สิ้นสุดไปเมื่อ 31 ธ.ค. 2567
“สำหรับผู้เสียภาษีที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2568 เสร็จสิ้นไปแล้ว กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบการยื่นแบบฯ เพิ่มเติม ให้สามารถใช้สำหรับการยื่นภาษีตามมาตรการภาษีนี้ได้โดยง่าย และจะให้บริการเมื่อกฎหมายประกาศใช้” สมศักดิ์ กล่าว
มาถึงคำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้คือ ประชาชนผู้ยื่นภาษีต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะยื่นแบบเพิ่มเติมได้ ถ้าอยากจะยื่นแบบเพิ่มเติมมีขั้นตอนแบบไหน และจะได้เงินคืนเต็มๆ เมื่อไร
Thairath Money สอบถามไปทางกรมสรรพากรในเรื่องนี้ได้รับคำตอบว่า แม้จะมีข่าวออกมา แต่ยังไม่มีการประกาศเพื่อบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ต้องรอการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาและหลังจากวันที่บังคับใช้จริงจึงจะมีการปรับปรุงระบบการยื่นแบบเพิ่มเติมฯ ให้ประชาชนเข้ายื่นแบบฯ อีกที
ส่วนขั้นตอนในการ “ยื่นแบบฯ เพิ่มเติม” สามารถยื่นในระบบ E-filing ได้เลย สามารถแนบเอกสารเพิ่มเติมได้เหมือนการยื่นแบบฯ ปกติ หลังจากนั้นทางสรรพากรจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด (ส่วนใหญ่ต้องรีวิวแบบภาษีที่ยื่นเข้ามาใหม่ทั้งหมด) ก่อนจะอนุมัติคืนภาษี ซึ่งกรอบเวลาพิจารณาปกติอยู่ที่ไม่เกิน 90 วันนับจากวันที่ยื่นคำขอเข้าไป
แต่ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะได้คืนเงินภาษีเร็ว เพราะบางรายเจ้าหน้าที่อาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม หรือเอกสารไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ทำให้ต้องมีการพิจารณานานขึ้น ดังนั้น Thairath Money ขอแนะนำ 2 เทคนิคสำคัญว่าผู้ที่ยื่นแบบฯ ไปแล้วจะไม่พลาด ได้แก่
1. หลังยื่นเอกสารเพิ่มเติมต้องเข้าไปเช็กสถานะในระบบอยู่เสมอ เพื่อดูว่า ทางกรมสรรพากรได้ขอเอกสารเพิ่มเติมหรือไม่
2. เมื่อแนบเอกสารไว้ในระบบแล้ว ยังต้องดูสัญลักษณ์ให้ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ได้ตอบรับเอกสารเหล่านั้นหรือยัง
สำหรับใครที่ต้องรอการคืนภาษีนานกว่า 90 วัน สามารถโทรสอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่รับผิดชอบได้โดยตรงเพื่อเร่งติดตามเรื่องให้เร็วยิ่งขึ้น
หมายเหตุ: รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าการขยายมาตรการทางภาษีครั้งนี้คาดว่าจะมีบุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้สิทธิรวมกันปีละ 1 ล้านราย จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ปีละประมาณ 1,600 ล้านบาท (รวม 3 ปีภาษี ประมาณ 4,800 บาท) แบ่งเป็น ส่วนการศึกษาปีละ 1,540 ล้านบาท และ ส่วนการกีฬาปีละประมาณ 60 ล้านบาท
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney