ไม่ต้องเก่งหุ้น! แต่มีเงินเกษียณได้สบายๆ ด้วยสูตรคนธรรมดา “PVD - RMF - DCA”

Personal Finance

Wealth Management

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ไม่ต้องเก่งหุ้น! แต่มีเงินเกษียณได้สบายๆ ด้วยสูตรคนธรรมดา “PVD - RMF - DCA”

Date Time: 9 มิ.ย. 2569 17:02 น.

Video

จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด งัดวิชา 5 กูรูชั้นนำ | SET x Thairath Money

Summary

ถ้าเราไม่เก่งพอ ไม่กล้าเสี่ยงจะมีเงินก้อนใหญ่พอเกษียณได้จริงๆ เหรอ แต่ความจริงแล้วการเก็บเงินเกษียณเป็นเรื่องระยะยาวและมีอีกหลายวิธีที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ โดยไม่ต้องเก่งการลงทุนระดับเทพ

“สูตรนี้ทำให้พอร์ตโตขึ้น 1,000 เท่า”

“หุ้นปันผลนี้ทำให้ฉันรวย จนไม่ต้องทำงานแล้ว”

ไถฟีดบนโซเชียลมักเจอแต่คลิปหรือบทความว่า ทำยังไงถึงจะลงทุนแล้วรวยได้เร็วๆ เหมือนเป็นสูตรสำเร็จของฮีโร่ด้านการเงิน จนหลายคนกังวลว่าถ้าเราไม่เก่งพอ ไม่กล้าเสี่ยงจะมีเงินก้อนใหญ่พอเกษียณได้จริงๆ เหรอ แต่ความจริงแล้วการเก็บเงินเกษียณเป็นเรื่องระยะยาวและมีอีกหลายวิธีที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ โดยไม่ต้องเก่งการลงทุนระดับเทพ

ก่อนวางแผนโจทย์เกษียณต้องชัด!

วันนี้เรายังทำงานหาเงินได้เสมอ แต่หลังเกษียณแล้วอาจไม่เหมือนเดิม ดังนั้นมีเงินเท่าไร? ถึงจะพอใช้ตลอดอายุขัยของเรา มาเริ่มถามจาก 4 เรื่องหลัก

1. อยากเกษียณตอนอายุเท่าไร

มาคิดกันก่อนว่าจะเกษียณตอนอายุ 50, 55, หรือ 60 ปี หลังจากนั้นนำมาลบกับ อายุขัยที่ประมาณการณ์ไว้ เช่น เกษียณ 60 ปี มีชีวิตหลังเกษียณถึงอายุ 80 ปี แสดงว่าต้องเตรียมเงินสำหรับใช้จ่ายใน 20 ปีนั้น

2. เกษียณแล้วอยากใช้ชีวิตแบบไหน ใช้เงินเท่าไร

เพราะไลฟ์สไตล์เป็นตัวกำหนดว่า เราจะต้องใช้เงินเท่าไร ดังนั้นลองนำค่าใช้จ่ายทุกหมวดทั้ง ค่าอาหาร ค่าท่องเที่ยว ค่าน้ำ-ไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่าหาหมอ ฯลฯ มาคำนวณว่าต่อเดือนเราใช้เงินเท่าไร เช่น ถ้าอยู่ที่ 25,000 บาท/เดือน ต่อปีจะต้องใช้เงิน 300,000 บาท และถ้าจะอยู่ไป 20 ปีต้องมีเงินราว 6,000,000 บาท ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น (ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้บวกเงินเฟ้อที่  2-3% ต่อปี)

3. เช็กลิสต์ทรัพย์สิน-สวัสดิการทั้งหมด 

เริ่มจากเช็กทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเรา ทั้ง เงินสด, บ้าน, รถ, พอร์ตลงทุน, ประกันชีวิตที่ซื้อไว้ รวมถึงสวัสดิการต่างๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), เงินบำนาญจากประกันสังคม, สำหรับใครที่เป็นข้าราชการจะมีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) อยู่แล้ว

4. มีเวลาเก็บเพิ่ม/ลงทุนอีกแค่ไหน

เมื่อรู้ทั้งเป้าหมายเงินที่ต้องมี เงินปัจจุบันที่มีอยู่ ก็ถึงเวลาคิดว่า ยังขาดอีกเท่าไร แล้วค่อยนำตัวเลขนี้มาวางแผนกันต่อ เช่น ตอนนี้อายุ 45 ปี จะเกษียณตอน 60 ปี มีเป้าหมายเงินเกษียณที่ 6 ล้านบาท จากปัจจุบันมีอยู่ 2 ล้านบาท ดังนั้นส่วนต่างอีก 4 ล้านบาท ในช่วงเวลาอีก 15 ปี แต่จะใช้วิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวเรารับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากน้อยแค่ไหนด้วย

สูตรเก็บเงินเกษียณด้วย "PVD-RMF-DCA"

สำหรับมนุษย์เงินเดือน หรือคนทำงานอาจไม่ได้มีเวลาศึกษาการลงทุนมากนัก ยังมีทางเลือกให้เก็บเงินหรือลงทุนอีกหลายแบบโดยที่เราไม่วางแผนลงทุนเอง หรือต้องนั่งจับจังหวะตลาดตลอดเวลา

1. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) 

บางบริษัทมี PVD ให้พนักงานออมไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งมนุษย์เงินเดือนเลือกได้ว่าจะหักเงินสะสมนี้ได้ตั้งแต่ 2-15% ฝั่งบริษัทหรือนายจ้างจะจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้ด้วย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เช่น ทำงานครบ 4 ปี บริษัทจะสมทบเงินออมให้ 100% เป็นต้น แน่นอนว่า เงินสะสมส่วนลูกจ้างที่อยู่ใน PVD สามารถลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ด้วย จะไปนับรวมกับ RMF และอื่นๆ ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร หรือ ถ้าลาออกจากบริษัทเงินก้อนนี้สามารถเลือกได้ว่าจะถอนออกมา, โอนไป RMF, หรือจะโอนไป PVD ของบริษัทใหม่ที่เข้าไปทำงานก็ได้ 

แนะนำว่าถ้าใช้สิทธิลดหย่อนภาษีฯ ไปแล้ว แต่อยากถอน PVD มาใช้อาจจะยุ่งยากเพราะต้องแจ้งเรื่องกับสรรพากรให้เรียบร้อย และอาจเสียค่าปรับในอนาคต 

2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) 

จุดเด่นของ RMF คือเงินลงทุนสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี แต่ต้องรวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ ไม่เกิน 500,000 บาท ในปีภาษีนั้น กองทุน RMF มีการลงทุนให้เลือกหลากหลายแบบทั้งหุ้นในไทย กองทุนตราสารหนี้ ไปจนถึงหุ้นต่างประเทศ 

ทั้งนี้ มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องลงทุนต่อเนื่องล่าสุดคือให้เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี ต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี และอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จึงจะขายคืนกองทุนได้ ดอกจันตัวใหญ่ๆ ไว้เลยว่า เงื่อนไข RMF อาจเปลี่ยนเแปลงได้เสมอ อาจต้องติดตามข่าวสารหรือสอบถามกองทุนถึงเงื่อนไขล่าสุดก่อนตัดสินใจเข้าซื้อ

3. Dollar-Cost Averaging (DCA) 

ต้องยอมรับว่า เมื่อผลตอบแทนจากการลงทุนอาจไม่ได้สูง เพื่อให้เงินทำงานได้ตามเป้าหมาย เราต้องเติมเงินอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการ DCA หรือการลงทุนด้วยจำนวนเงิน "เท่าๆ กันทุกเดือน" อย่างต่อเนื่อง จะช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนลงได้ รวมถึงลดการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจลงทุน เพราะเงื่อนไขหลักคือ ไม่ว่าตอนนั้นหุ้นจะถูกหรือแพงเราก็จะเข้าลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

แต่การจะ DCA ในสินทรัพย์ไหน กองทุนอะไร อาจต้องทำการบ้านโดยศึกษาข้อมูลก่อนเสมอ เช่น คัดกรองหุ้นพื้นฐานดี หรือ กองทุนที่มีนโยบายตรงกับความเสี่ยงของตัวเราเอง เพื่อให้พอร์ตของเราเดินหน้าไปในทางที่คิดไว้ 

แม้ทั้ง 3 ข้อที่เราพูดถึงอาจจะดูเป็นกองทุนหรือวิธีธรรมดาที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ แต่การสะสมเงินเพิ่ม ค่อยๆ สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของตนเอง เพื่อไปถึงเป้าหมายได้อย่างราบรื่นตามจังหวะชีวิตของเรา

อ้างอิงข้อมูล SET, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, KBank



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ