แบงก์ชาติ จ่อคุมเข้ม Buy Now Pay Later คาดออกเกณฑ์ใหม่ภายในสิ้นปี 2569

Personal Finance

Wealth Management

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

แบงก์ชาติ จ่อคุมเข้ม Buy Now Pay Later คาดออกเกณฑ์ใหม่ภายในสิ้นปี 2569

Date Time: 2 มิ.ย. 2569 18:02 น.

Video

รู้จัก Ajinomoto ที่ไม่ใช่ บริษัทผงชูรส แต่เป็นผู้คุมเกมเงียบๆในยุค AI | Digital Frontiers EP.63

Summary

Buy now Pay Later หรือสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ถือเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคยุคดิจิทัลใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น แต่ในระดับประเทศพฤติกรรมแบบนี้อาจสร้างหนี้ให้คนไทยไม่รู้ตัว

“ซื้อก่อน ยังไม่ต้องจ่ายเงิน ทำไมจะไม่ซื้อล่ะ!”

เราอาจได้ยินคำนี้มากขึ้น เมื่อคนไทยเริ่มลองใช้ Buy now Pay Later (BNPL) หรือสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งมีทั้งรูปแบบจ่ายเต็มจำนวนหรือซื้อแล้วผ่อนเป็นงวดๆ ถือเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคยุคดิจิทัลใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น แต่ในภาพใหญ่ระดับประเทศพฤติกรรมแบบนี้อาจสร้างหนี้ให้คนไทยไม่รู้ตัว

BNPL ในไทยใหญ่แค่ไหน? 

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เล่าว่า หนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยที่ต้องเร่งแก้ไขคือ “หนี้” ซึ่งปัจจุบันคนไทยกว่า 25.5 ล้านคน หรือราว 38% ของประชากรมีหนี้ ซึ่งกลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงาน (20-35 ปี) กว่า 52.7% เป็นหนี้เร็ว และยังเป็นกลุ่มที่มีหนี้เสีย (NPL) สูงที่สุดในสัดส่วน 27% ส่วนใหญ่เป็นหนี้ไม่สร้างรายได้ เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล หนี้รถ ฯลฯ 

ช่วงที่ผ่านมายังมีสินเชื่อ ที่ควรจับตามองคือ ตลาดสินเชื่อ BNPL ในไทยที่ถือว่าใหญ่มากและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เบื้องต้นจากการสำรวจของธปท. พบว่า 

  • มูลค่าสินเชื่อ BNPL ในปี 2567 อยู่ที่ 17,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% ต่อปี 
  • จำนวนบัญชี 4.91 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 99.9% ต่อปี 

จุดที่ต้องจับตามองคือ คนใช้สินเชื่อ BNPL หรือแอปฯ บนมือถือมักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนอายุน้อยและรายได้น้อย โดย  ลูกหนี้กลุ่มนักศึกษา/First Jobber (23-30 ปี) มีอัตราค้างชำระหนี้มากกว่ากลุ่มอื่นๆ 

BNPL มีหนี้อาจเจ็บหนักในอนาคต?

หนี้ไม่ใช้เรื่องแย่เสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ใช้งานแต่ละราย โดย BNPL มีข้อดีที่เข้าถึงประชากรได้จำนวนมาก แต่จากข้อมูลเชิงพฤติกรรมพบว่า BNPL อาจส่งผลต่อการสร้างหนี้ในอนาคต ข้อมูลล่าสุดจากธปท. เปิดอินไซต์ของผู้ใช้งาน BNPL ใน 3 เรื่องหลัก คือ

1. กดจ่ายไปไม่รู้ว่าเป็นสินเชื่อ บางรายกดใช้วงเงินสินเชื่อแล้วคิดว่าเป็นช่องทางการจ่ายเงินเท่านั้น

2. มีโปรโมชันที่ดีกว่า อาจทำให้ตัดสินใจซื้อง่ายกว่า และยากที่จะกลับไปจ่าย “ราคาเต็ม” 

3. วินัยการใช้เงินอาจแย่ลง เมื่อสามารถผ่อนชำระขั้นต่ำได้ย่อมกระตุ้นการใช้จ่ายในสินค้าไม่จำเป็นหรือสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น

จากข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ ธปท. เตรียมกำกับดูแลผู้ให้บริการ BNPL มากขึ้น 

คุมเข้ม BNPL ต้องเริ่มที่ตรงไหน?

วิทัย เล่าว่า แบงก์ชาติไม่ได้จะเข้าไปกำกับดูแล แพลตฟอร์มต่างๆ แต่จะกำกับดูแลเรื่องการให้สินเชื่อ BNPL โดยตรง ซึ่งปัจจุบันสินเชื่อ BNPL จะมีผู้ประกอบการอยู่ 2 กลุ่ม ได้แก่  

  • ผู้ประกอบการ กลุ่มที่มีใบอนุญาต Digital Lending Ploan ที่อาจไม่ต้องวิเคราะห์รายได้ แต่เน้นใช้ Alternative Data ปล่อยได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อรายไม่เกิน 25% ต่อปี 
  • ผู้ประกอบการสินเชื่อทั่วไป ไม่จำกัดวงเงินสินเชื่อ แต่ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี 

ทั้งนี้ ธปท. จะมีการออกประกาศฉบับใหม่เพื่อกำกับดูแลเรื่อง BNPL โดยเฉพาะ ตั้งเป้าหมายว่าจะออกภายในปี 2569 นี้ (คาดว่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนในช่วง ต.ค. - พ.ย. 2569) เบื้องต้น คาดว่าจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น 

  • คุณสมบัติผู้ใช้บริการ อย่างการกำหนดอายุขั้นต่ำ
  • ขอบเขตการให้บริการ เช่น การกำหนดประเภทสินค้า, มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ
  • เพดานดอกเบี้ย ว่าควรมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดเท่าไร

แนวทางสำคัญ คือ BNPL ต้องเสนอสินเชื่อโดยให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เข้าใจง่าย ไม่กระตุ้นให้กู้ยืม โดยลูกค้าต้อง “รู้ตัว” ว่าได้รับวงเงินสินเชื่อ, กำลังใช้สินเชื่อ, และกำลังจ่ายหนี้ BNPL 

อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติจะไม่ได้เข้าไปกำกับดูแลถึงบริษัทที่ขายสินค้าของตนเอง เช่น บริษัทที่ผลิตสินค้าออกมาขายและให้ผ่อนได้ เป็นต้น รวมถึงประกาศที่จะออกมานี้ไม่รวมถึงการกำกับดูแล แอปกู้เงินต่างๆ ด้วย



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ