
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง VS กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ชื่อคล้ายกัน แต่ “หน้าที่” ต่างกันอย่างไร? เพราะเงินที่บริษัทจ่ายให้หลังออกจากงาน มีมากกว่าเงินเดือน
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ปัญหาเรื่องเงินกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิต แทบทุกคนต่างวิ่งวุ่นแสวงหาความมั่งคั่ง เพื่อเอาชีวิตรอด จนหลายคน ยอมทนทำงานที่ไม่ได้รัก เพียงเพราะคำว่า “ความมั่นคง”
ข้อมูลของ HREX.asia ระบุว่า "ความมั่นคงทางการเงิน" คือสิ่งที่คนทำงานยุคนี้กังวลมากที่สุด แต่ที่น่าตกใจกว่า คือข้อมูลจาก Mercer พบว่า มีคนไทยเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินออมเพียงพอใช้ชีวิตได้มากกว่า 3 เดือน! ส่งผลให้ไทยเราครองแชมป์หนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปเรียบร้อย
เมื่อหลังชนฝา ภาครัฐเลยพยายามผลักดันกฎหมายเพื่อเป็น "เบาะรองนั่ง" ในเวลาที่เราตกงาน นั่นคือ "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง"
แต่เชื่อหรือไม่? ว่าแท้จริงแล้วกองทุนนี้ ก่อตั้งมานานกว่า 30 ปีแล้ว (ตั้งแต่หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2541 ) เพื่อไม่ให้คนตกงานต้องเคว้ง แต่ด้วยสารพัดวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง โรคระบาด ทำให้การบังคับใช้ไม่สำเร็จเสียที
ซึ่งสถานะล่าสุดของ "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" จะเริ่มบังคับใช้ จัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป (หากไม่มีการเลื่อนอีกรอบ)
ทั้งนี้ พอเห็นคำว่า "กองทุน" โผล่เข้ามาในชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งกองทุน เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนหลายคนเริ่มสับสน เพราะในสลิปเงินเดือนเดิมทีก็มีหักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว จนเกิดคำถามว่า "แล้วสองกองทุนนี้มันต่างกันยังไง? ถ้าบริษัทเรามีกองทุนหนึ่งแล้ว ต้องเข้าอีกกองทุนไหม?" และแต่ละกองทุน มีเงื่อนไข หรือ ให้สิทธิ์แตกต่างกันอย่างไร
เพื่อไม่ให้เงินก้อนสุดท้ายในชีวิตเราต้องหายไปเพราะความไม่รู้ Thairath Money ชวนมาเจาะลึกและแยกแยะกันทีละกองทุนแบบเข้าใจง่ายดังนี้
ข้อมูลจาก บมจ.ธรรมนิติ บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายและบัญชีชื่อดัง อธิบายไว่ง่ายๆ ว่า มันคือ "กองทุนภาคบังคับ" ที่รัฐจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันแบบ "เร่งด่วน" เผื่อกรณีที่เราต้องออกจากงานกะทันหัน เสียชีวิต หรือนายจ้างเบี้ยวไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย มันคือเงินบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าในวันที่เราไม่มีงานทำ
ใครบ้างที่ต้องเข้าร่วม?
สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ เงินออมเพื่อการเกษียณอย่างแท้จริง มุ่งเน้นการวางแผนระยะยาวเพื่อให้เรามีเงินก้อนโตไว้ใช้จ่ายหลังจากแก่ตัวลงหรือออกจากงานที่ทำมานานๆ
ใครบ้างที่ต้องเข้าร่วม?
หักเงินเท่าไหร่?
สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข
สรุปแล้ว กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (สิทธิ์ใหม่ปี 69) กฎหมายบังคับยามตกงานกะทันหัน หักน้อย (0.25% - 0.5%) ลดหย่อนภาษีไม่ได้ แต่ข้อดีคือ ลาออกท่าไหนก็ได้เงินคืนครบทุกกรณี แม้จะทำผิดวินัยก็ตาม ส่วน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เป็นภาคสมัครใจ ยืดหยุ่นออมได้เยอะกว่า แถมเอาไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ถ้าอยู่ไม่ครบกำหนด อาจไม่ได้เงินสมทบส่วนของนายจ้าง
ที่มา : กรมแรงงาน ,บมจ.ธรรมนิติ ,HREX.asia
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney