รู้ไว้ก่อนลาออก! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง VS กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต่างกันอย่างไร? 

Personal Finance

Wealth Management

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รู้ไว้ก่อนลาออก! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง VS กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต่างกันอย่างไร? 

Date Time: 24 พ.ค. 2569 12:20 น.

Video

เศรษฐกิจแบบนี้ มีลูกคือความเสี่ยง vs ความสุข? กอล์ฟ ลองลงทุน - นาโอมิ นิชิยาม่า | Money Issue EP.48

Summary

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง VS กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ชื่อคล้ายกัน แต่ “หน้าที่” ต่างกันอย่างไร? เพราะเงินที่บริษัทจ่ายให้หลังออกจากงาน มีมากกว่าเงินเดือน

ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ปัญหาเรื่องเงินกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิต แทบทุกคนต่างวิ่งวุ่นแสวงหาความมั่งคั่ง เพื่อเอาชีวิตรอด จนหลายคน ยอมทนทำงานที่ไม่ได้รัก เพียงเพราะคำว่า “ความมั่นคง”

ข้อมูลของ HREX.asia ระบุว่า "ความมั่นคงทางการเงิน" คือสิ่งที่คนทำงานยุคนี้กังวลมากที่สุด แต่ที่น่าตกใจกว่า คือข้อมูลจาก Mercer พบว่า มีคนไทยเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินออมเพียงพอใช้ชีวิตได้มากกว่า 3 เดือน! ส่งผลให้ไทยเราครองแชมป์หนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปเรียบร้อย

เมื่อหลังชนฝา ภาครัฐเลยพยายามผลักดันกฎหมายเพื่อเป็น "เบาะรองนั่ง" ในเวลาที่เราตกงาน นั่นคือ "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง"

แต่เชื่อหรือไม่? ว่าแท้จริงแล้วกองทุนนี้ ก่อตั้งมานานกว่า 30 ปีแล้ว (ตั้งแต่หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2541 ) เพื่อไม่ให้คนตกงานต้องเคว้ง แต่ด้วยสารพัดวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง โรคระบาด ทำให้การบังคับใช้ไม่สำเร็จเสียที 

ซึ่งสถานะล่าสุดของ "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" จะเริ่มบังคับใช้ จัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป (หากไม่มีการเลื่อนอีกรอบ)

ทั้งนี้ พอเห็นคำว่า "กองทุน" โผล่เข้ามาในชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งกองทุน เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนหลายคนเริ่มสับสน เพราะในสลิปเงินเดือนเดิมทีก็มีหักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว จนเกิดคำถามว่า "แล้วสองกองทุนนี้มันต่างกันยังไง? ถ้าบริษัทเรามีกองทุนหนึ่งแล้ว ต้องเข้าอีกกองทุนไหม?" และแต่ละกองทุน มีเงื่อนไข หรือ ให้สิทธิ์แตกต่างกันอย่างไร 

เพื่อไม่ให้เงินก้อนสุดท้ายในชีวิตเราต้องหายไปเพราะความไม่รู้  Thairath Money ชวนมาเจาะลึกและแยกแยะกันทีละกองทุนแบบเข้าใจง่ายดังนี้ 

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund) คืออะไร

ข้อมูลจาก บมจ.ธรรมนิติ บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายและบัญชีชื่อดัง อธิบายไว่ง่ายๆ ว่า มันคือ "กองทุนภาคบังคับ" ที่รัฐจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันแบบ "เร่งด่วน" เผื่อกรณีที่เราต้องออกจากงานกะทันหัน เสียชีวิต หรือนายจ้างเบี้ยวไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย มันคือเงินบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าในวันที่เราไม่มีงานทำ

ใครบ้างที่ต้องเข้าร่วม?

  • บริษัทไหนมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และ "ไม่มี" กองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงาน ต้องเข้าร่วมทันที
  • หรือ ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่เราดัน "ปฏิเสธไม่ยอมเข้า" ก็ต้องโดนบังคับให้มาเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างนี้แทน 
  • เริ่ม 1 ต.ค. 2569 โดยลูกจ้างส่งเงินสะสม 0.25% ของค่าจ้างต่อเดือน (นายจ้างสมทบให้อีก 0.25%)
  • อนาคต (1 ต.ค. 2573): จะปรับเพิ่มเป็น 0.5% ส่วนฝั่งนายจ้างใครเบี้ยวไม่ส่ง มีข้อกำหนด โดนปรับที่5% ต่อเดือน และมีโทษทั้งแพ่งและอาญา

สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข 

  • ระยะเวลาเริ่มคุ้มครอง: ได้สิทธิ์ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานเลย 
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี: เงินที่หักเข้ากองทุนนี้ "ไม่สามารถ" นำไปลดหย่อนภาษีได้
  • เงื่อนไขการรับเงินคืน: เราจะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์คืน "ในทุกกรณีที่ออกจากงาน" ไม่ว่าจะลาออกเอง เกษียณ หรือแม้แต่ถูกไล่ออกเพราะทำผิดวินัย หรือถ้าเสียชีวิต ทายาทก็มารับแทนได้

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) คืออะไร 

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  คือ เงินออมเพื่อการเกษียณอย่างแท้จริง มุ่งเน้นการวางแผนระยะยาวเพื่อให้เรามีเงินก้อนโตไว้ใช้จ่ายหลังจากแก่ตัวลงหรือออกจากงานที่ทำมานานๆ

ใครบ้างที่ต้องเข้าร่วม?

  • เป็นแบบสมัครใจ ไม่ได้บังคับ ขึ้นอยู่กับความตกลงร่วมกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง บริษัทคุณอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ และถ้านายจ้างมีให้ คุณจะเข้าหรือไม่เข้า...รัฐก็ไม่บังคับ 

หักเงินเท่าไหร่?

  • ยืดหยุ่นกว่า ลูกจ้างเลือกออมได้เองตั้งแต่ 2 - 15% ของค่าจ้าง ยิ่งออมเยอะยิ่งรวยตอนแก่ และนายจ้างก็จะจ่ายเงินสมทบให้ตามข้อตกลง (ปกติก็อยู่ที่ 2 - 15% เช่นกัน)

สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข 

  • ระยะเวลาเริ่มคุ้มครอง: ส่วนใหญ่ไม่ได้ได้ทันที มักจะต้องรอให้ "ผ่านช่วงทดลองงานไปก่อน" (ประมาณ 3-4 เดือน) ถึงจะมีสิทธิ์เข้าได้
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี: เงินที่เรานำส่งกองทุนนี้ "สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้" ตามที่กฎหมายกำหนด เหมาะกับคนเงินเดือนสูงๆ ที่อยากวางแผนภาษี
  • เงื่อนไขการรับเงินคืน: * เงินส่วนสะสมของเรา: ได้คืนเสมอ 100% แน่นอน แต่เงินส่วนที่นายจ้างสมทบให้ ตรงนี้มีเงื่อนไขตามที่กองทุนกำหนด! เช่น ต้องทำงานให้ครบจำนวนปีที่ระบุ (เช่น อยู่ครบ 3 ปีได้ 50% อยู่ครบ 5 ปีได้ 100%) และที่สำคัญ ถ้าโดนไล่ออกเพราะทำผิดวินัยร้ายแรง อาจจะได้เงินสมทบบางส่วน หรือไม่ได้เลย!

สรุปแล้ว กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (สิทธิ์ใหม่ปี 69) กฎหมายบังคับยามตกงานกะทันหัน หักน้อย (0.25% - 0.5%) ลดหย่อนภาษีไม่ได้ แต่ข้อดีคือ ลาออกท่าไหนก็ได้เงินคืนครบทุกกรณี แม้จะทำผิดวินัยก็ตาม ส่วน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เป็นภาคสมัครใจ ยืดหยุ่นออมได้เยอะกว่า แถมเอาไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ถ้าอยู่ไม่ครบกำหนด อาจไม่ได้เงินสมทบส่วนของนายจ้าง 


ที่มา : กรมแรงงาน ,บมจ.ธรรมนิติ ,HREX.asia

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ